Case Study It Doesnt Matter

Discuss and analysis

http://www.youtube.com/watch?v=PO2dCaaSDk8
http://www.youtube.com/watch?v=MTtM20_mZJE

1. IT เปรียบเสมือนกับ สินค้าโภคภัณฑ์
สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) หมายถึง สินค้าที่ตัวสินค้ามีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ผลิตก็ตาม IT กับสินค้าโภคภัณฑ์ ที่ Nicholas Carr ได้อ้างถึงคือ IT มีความเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งในส่วนของ Hard ware และ Software ซึ่งความเป็นมาตรฐานเดียวกันดังกล่าวจะทำให้ IT ไม่สามารถสร้างความแตกต่างให้กับองค์กร เพื่อเป็นผู้นำได้ แต่ประเด็นที่ Nicholas Carr มิได้กล่าวให้ชัดเจนคือความสามารถในการจัดหา IT และการใช้งาน IT ให้เกิดประโยชน์นั้นจะได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน หากมองแค่ความสามารถในการจัดหา IT ก็อาจเปรียบ IT ได้เช่นเดียวกับสินค้าโภคภัณฑ์ แต่หากจะมองที่การใช้งานและผลที่เกิดขึ้น ก็ไม่สามารถเปรียบ IT ได้เช่นเดียวกับสินค้าโภคภัณฑ์

2. IT กับ Moor’s law
กฎของมัวร์ (Moore's law) อธิบายถึง ปริมาณของทรานซิสเตอร์บนวงจรรวม โดยจะเพิ่มเป็นเท่าตัวประมาณทุก ๆ สองปี กฎนี้ได้ถูกพิสูจน์อย่างต่อเนื่องมาแล้วกว่าครึ่งศตวรรษ และคาดว่าจะใช้ได้จนถึงปี 2015 หรือ 2020 หรืออาจมากกว่านั้น

ชื่อของกฎถูกตั้งตามชื่อของ อดีตซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทอินเทล กอร์ดอน มัวร์ (Gordon E. Moore) เขาได้อธิบายกฎนี้ไว้ในรายงานของเขาเมื่อปี 1965 รายงานนั้นได้ระบุไว้ว่า จำนวนของส่วนประกรอบในวงจรรวมจะเพิ่มเป็นเท่าตัวทุก ๆ ปี ตั้งแต่ปี 1958 ไปจนถึง 1965 และคาดว่าจะเป็นอย่างนี้ไปอีก "อย่างน้อยสิบปี" การทำนายของเขายังเป็นไปตามที่คาดไว้อย่างน่าประหลาดใจ อย่างน้อยกฎนี้ปัจจุบันยังถูกใช้ในอุตสาหกรรมสารกึ่งตัวนำที่ได้ถูกใช้เป็นแนวทางของแผนที่จะเป็นเป้าหมายของของการวิจัย และพัฒนา

ในบทความได้กล่าวว่าเนื่องจาก IT นั้นมีการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีที่รวดเร็วและมืแนวโน้มที่เทคโนโลยีเดิมจะมีราคาถูกลงอย่างมาก จึงมองว่าการเป็นผู้นำด้าน IT จะทำให้เกิดความเสี่ยงมากกว่ามที่จะเป็นโอกาส ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าวจึงไม่ควรเป็นผู้นำด้าน IT แต่ควรเป็นผู้ตาม แนวคิดดังกล่าวอาจจะลดความเสี่ยงจาก IT ได้แต่ก็อาจสูญเสียความเป็นผู้บุกเบิกหรือผู้นำตลาดไป

3. IT development same as infrastructure system
ในส่วนของการพัฒนาการทางด้าน IT นั้นหากเปรียบเทียบกับทางด้าน infrastructure แล้วก็พบว่าในบทความนั้นแสดงความเหมือนของการพํฒนาทางด้าน IT เมื่อเปรียบเทียบกับระบบการคมนาคมขนส่งแบบราง หรือระบบไฟฟ้า เมื่อปล่อยระยะเวลาผ่านไปก็จะทำให้ระบบเหล่านี้มีราคาที่ถูกลงและบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่าย ซึ่ง IT ก็มีแนวโน้มเช่นเดียวกัน แต่เมื่อมองถึงจุดประสงค์ในการใช้งาน IT จะสามารถคลอบคลุมการใช้งานได้เป็นวงกว้างมากกว่าระบบ infrastructure และสามารถพัฒนาออกไปได้อีกเรื่่อยๆ

4. ข้อสรุปแนวคิดของ IT doesn’t matter
ตามบทความที่ทาง Nicholas Carr ได้นำเสนอมา ได้ให้ข้อรุปสำคัญในการจัดการกับ IT ดังนีี้
ใช้จ่ายในกิจกรรมด้าน IT ด้วยงบประมาณที่น้อยที่สุด เพราะกิจกรรมด้าน IT นั้นมีความเสี่ยงต่อการล้าสมัยได้เร็วและยังไม่ส่งผลกำไรต่อบริษัทที่ลงทุรในกิจกรรมด้าน IT สูง ได้อย่างชัดเจน
เป็นผู้ตามเทคโนโลยีดีกว่าเป็นผู้นำ โดยการเป็นผู้นำนั้นมีความเสี่ยงในการลงทุนด้าน IT การเป็นผู้ตามเพื่อรอดูทิศทางการเปลี่ยนแปลงด้าน IT เป็นการลดความเสี่ยงในการลงทุนและยังลดต้นทุนในกิจกรรมด้าน IT ได้อีกด้วย เนื่องจากเทคโนโลยีใหม่นั้นย่อมมีราคาสูงกว่าเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิม
พิจารณาความเสี่ยงของ IT มากกว่าที่จะแสวงหาโอกาสจากการใช้ประโยชน์ด้าน IT ทั้งนี้เพราะแนวคิดของ Carr มองว่า IT เป็น Commodity และทุกบริษัทสามารถที่จะจัดหามาได้ ดังนั้นการสร้างความแตกต่างเพื่อความได้เปรียบหรือความเป็นผู้นำโดยใช้ IT ก็จะเกิดขึ้นได้ยาก

ที่มา http://www.youtube.com/watch?feature=player_detailpage&v=Lh1IZNmQDUY

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License