E-Choupal / The Hariyali Kisaan Bazaar
E-Choupal
flickr:8493534021

E- Choupal เป็นการพัฒนาเกษตรกรในอินเดียให้เข้าถึงเทคโนโลยี เพื่อช่วยให้เกษตรกรเหล่านั้นเข้าถึงข้อมูลที่แท้จริงเกี่ยวกับราคา สภาพอากาศ หรือข่าวสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการทำกิจกรรมทางการเกษตร เกษรตรกรท้องถิ่น (Sanchalak) จะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานเพื่อดำเนินโครงการศูนย์ E-Choupal และศูนย์ฯ จะตั้งอยู่ในบ้านของผู้ประสานงานร่วมกับหน่วยงานในท้องถิ่น บริการทั้งหมดนี้เกษตรกรไม่ต้องเสียค่าใช่จ่ายใดๆ

1. Commerce
เป็นระบบ IT ของ บริษัท ITC ที่เข้าไปลงทุนเพื่อให้ระบบนี้ได้เป็นศูนย์กลางของข้อมูลที่เกษตรกรจะสามารถเข้าไปเช็คข้อมูลต่างๆที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อแระกอบการตัดสินใจในการขาย หรือ ปลูก ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรต่างๆได้ โดยไม่ต้องผ่าน พ่อค้าคนกลาง (Mandi) ส่งผลให้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรได้ดีขึ้นและมีความมั่นใจในราคามากขึ้น มีรายได้ที่แน่นอน

2. Communication
เนื่องจากเกษตรกรมีความรู้จำกัด ITC ได้เล่งเห็นถึงจุดนี้จึงได้คัดเลือกบุคคลในหมู่บ้านที่มีความรู้มากกว่าคนอื่น (Sanchalak) จากนั้นให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานต่างๆ เพื่อช่วยให้เกษตรกรที่ไม่รู้หนังสือสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ส่งผลให้เกิดกลุ่มของเกษตรกรขึ้นมาซึ่งทุกคนจะสามารถติดต่อ หาข้อมูลต่างๆผ่าน Sanchalak ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ราคา, วิธีการเพาะปลูก และ อากาศ ฯลฯ ที่เป็นประโยชน์ต่อการเกษตร

3. Content
เนื้อหาของ E-Choupal นั้นจะประกอบไปด้วย ข้อมูลเกี่ยวกับ สภาพอากาศ, วิธีการเพาะปลูก, เมล็ดพืชที่จะนำมาปลูก และ ราคาของผลิตภัณฑ์ ซึ่งแต่ล่ะข้อมูลจะมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งสามารถช่วยให้ เกษตรกรสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้น แม่นยำขึ้นและสุดท้ายได้รับผลประโยชน์ที่มากขึ้น

4. Community
การเกิดขึ้นของ E-Choupal ทำให้ชุมชนของเกษตรกรมีความเข็มแข่งมากยิ่งขึ้น คนในชุมชนได้มารวมตัวกันศึกษาหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการเพาะปลูก โดยผ่านคนกลาง (Sanchalak) ที่เป็นคนในชุมชนที่ทุกคนมีความไว้เนื้อเชื่อใจ ท้ายที่สุดสามารถคาดการณ์รายได้ในอนาคตของตนเองได้ เนื่องจากสามารถเช็คราคาพืชผลล่วงหน้าได้ ซึ่งสามารถช่วยเหลือเขาได้เป็นอย่างมาก ทำให้เก๖รกรมีความเป็นอยู่ที่ดีคน และชุมชนี่ดีขึ้นตามไปด้วย

Google Trader
flickr:8496334387

พื้นที่ประกาศขายสินค้าออนไลน์ หรือเว็บไซต์ประกาศขายสินค้า เหมาะสำหรับธุรกิจค้าขายทุกประเภท ไม่ว่าเราจะมีหน้าร้านจริงอยู่หรือไม่ก็ตาม โดยผู้ใช้บริการสามารถเข้ามาลงสินค้าที่ต้องการเสนอขาย หรือค้นหาสินค้าที่ต้องการซื้อได้ง่าย สะดวกต่อการเข้าถึงผ่านทางคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ 5 ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ รองจากประเทศกานา ยูกันดา เคนยาและไนจีเรีย ซึ่ง Google ประเทศไทยเห็นความสำเร็จจากหลายประเทศดังที่กล่าวมาข้างต้น และมีความเชื่อมั่นว่าตลาดร้านค้าบนโลกออนไลน์ในประเทศไทยจะมีโอกาสโตยิ่งขึ้น และได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดี
Google Trader มีทีมตรวจสอบสินค้าโดยเฉพาะ หากสินค้าใดไม่ผ่านเกณฑ์ตามข้อกำหนดก็จะได้รับการแจ้งให้แก้ไข หรืออาจถูกลบออกโดยระบบ ผู้ซื้อเองจึงมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าข้อมูลที่อยู่ใน Google Trader มีความน่าเชื่อถือสามารถไว้วางใจได้ด้วย

โครงสร้างภายในของ Google Trader แบ่งหมวดสินค้าในการลงประกาศออกเป็น 15 หมวดด้วยกัน
1. เกษตรกรรม: อุปกรณ์การเกษตร ปุ๋ย เมล็ด ต้นกล้า ปศุสัตว์ ผลิตภัณฑ์ฟาร์มขายส่ง
2. ข้าวของเครื่องใช้: หม้อหุงข้าว ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไมโครเวฟ หม้อต้มน้ำร้อน
3. ความงาม: ผลิตภัณฑ์ความงาม เครื่องสำอาง วิตามินบำรุงความงาม
4. หนังสือ & สื่อ: หนังสือ, CD, DVD, เกมคอมพิวเตอร์
5. รถยนต์ & พาหนะอื่นๆ: รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถบรรทุกและยานพาหนะอื่นๆ
6. เสื้อผ้า & แฟชั่น: เสื้อผ้าผู้หญิง เสื้อผ้าผู้ชาย รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับ
7. คอมพิวเตอร์: คอมพิวเตอร์ แล็ปท็อป เครื่องพิมพ์ แผ่นดิสก์ ซีพียู อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์อื่นๆ
8. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์: กล้องถ่ายรูป วิดีโอเกมคอนโซล เครื่องเล่นเพลง MP3 เครื่องเล่นดีวีดีโฮมเธียเตอร์ เครื่องเสียงและอุปกรณ์ Video ลำโพง หูฟัง
9. เฟอร์นิเจอร์ & ตกแต่งบ้าน: เก้าอี้ โต๊ะ โซฟา ผ้าม่าน
10. ที่พักอาศัย: บ้าน อพาร์ตเมนท์ อาคารสำนักงาน คอนโด ที่ดิน เพื่อขายหรือให้เช่า
11. ตำแหน่งงาน: ตำแหน่งงาน โอกาสการจ้างงาน
12. โทรศัพท์: โทรศัพท์มือถือ
13. บริการ: แพ็กเกจทัวร์ สปา สอนพิเศษ ทำผม แต่งหน้า รับถ่ายภาพ
14. ต้องการ: รับทำโฆษณา
15. อื่นๆ: ของสะสม, ของขวัญ, สัตว์เลี้ยง, พระเครื่อง

1. Commerce
เป็นแหล่งรวมสินค้าออนไลน์ ให้ผู้ซื้อและผู้ขายได้มาเจอกัน สามารถลงประกาศสินค้าและบริการต่างๆโดยไม่มีค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมใดๆ และหนึ่งในหมวดสินค้าก็คือ เกษตรกรรม: อุปกรณ์การเกษตร ปุ๋ย เมล็ด ต้นกล้า ปศุสัตว์ ผลิตภัณฑ์ฟาร์มขายส่ง เป็นการค้าที่เปิดช่องทางให้เกษตรกร สามารถติดต่อกับลูกค้าได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน เกษตรกรมีความรู้จำกัด ในชนบทไม่สามารถเข้าถึง Internet หรือ Computer ได้ ฉะนั้นหากเราสามารถส่งคนที่มีความรู้เข้าไปให้ความรู้เกี่ยวกับ Google Trade ได้ Google Trade ก็น่าที่จะประสบความสำเร็จแบบ E-Choupal ได้เช่นกัน
2. Communication
ผู้ใช้ Google Trader สามารถใช้บริการนี้ได้จากหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ หรือ อุปกรณ์ Tap let ต่างๆนอกจากนี้ เนื่องจาก Google มีผู้ใช้เป็นจำนวนมาก จึงทำมห้มีผู้ใช้บริการ Google Trader เป็นจำนวนมาตามไปด้วย เพราะเหตุนี้เอง ผู้ซื้อสินค้าก็จะมีโอกาสมากขึ้นในการหาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้น ได้เลือกชมสินค้าและศึกษา review ของผู้อื่นก่อนการตัดสินใจ ในขณะเดียวกันผู้ขายเองก็สามารถตรวจสอบราคาของคู่แข่งและศึกษาผลิตภัณฑ์ของผู้อื่นได้อีกด้วย
3. Content
เนื่องจาก Google Trader ทำหน้าที่เป็นตลาดในการซื้อขายสินค้าผ่านทางโลก online เนื้อหาจึงเน้นหนักไปในเรื่องของการขายสินค้า บริการ และ ช่องทางการติดต่อผู้ขาย ถ้าในอนาคตมีเนื้อหาข้อมูลต่างๆที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับสินค้าต่างๆก็เชื่อว่าน่าจะมีผู้สนในเป็นจำนวนมากและจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการมากขึ้นด้วย
4. Community
ในปัจจุบันผู้ใช้บริการ Google Trader มีเป้าหมายหลักคือการซื้อขายสินค้า ซึ่งผู้ใช้บริการมีการกระจายตัวอยู่ในทุกที่ ไม่เหมือนกับ E-Choupal หรือ Hariyali ที่มีการร่วมตัวกันของชุมชน หรือกลุ่มคน

Cell Bazaar

Cell Bazaar: Market In Your Pocket

flickr:8497410052

1. Commerce

สำหรับ Cell Bazaar นั้นถือว่าเป็นตลาดหรือพื้นที่ออนไลน์สำหรับซื้อและขายแห่งแรกและใหญ่ที่สุดในประเทศบังคลาเทศ ช่วงปี 2006 มีพนักงานในบริษัทไม่เกิน 50 คน ยุคที่SMS เป็นที่นิยม เริ่มธุรกิจโดยใช้ระบบ SMS เป็นสื่อกลางการค้าขายเพียงแค่ส่งรหัสตัวเลขสิ่งของที่คุณต้องการซื้อ ไปยังตลาดแลกเปลี่ยนCellbazaar คุณก็จะได้รับการติดต่อกลับจากทางผู้ขาย มีการตกลงซื้อขายกันผ่านทางข้อความ ส่วนเว็บไซด์สำหรับซื้อขายออนไลน์เกิดขึ้นในปีถัดมา www.cellbazaar.com

Kamai Quadir ผู้ก่อตั้ง Cell Bazaar นั้นมีความเชี่ยวชาญพิเศษในเรื่องของเทคโนโลยี เขาจึงมีไอเดียขึ้นมาว่า ชาวบังคลาเทศนั้นใช้โทรศัพท์มือถือถึง 25 ล้านคน และโทรศัพท์มือถือเหล่านั้นก็อยู่ในกระเป๋ากางเกงของพวกเขาเอง จึงจับมือกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และทำธุรกิจนี้ขึ้นมาเป็นเจ้าแรก นี่เองคือจุดเริ่มต้นของ Cell Bazaar

ในช่วงปีนั้นคนส่วนใหญ่ก็จะพกโทรศัพท์มือถือคนละเครื่องเพื่อการสื่อสารที่สะดวกรวดเร็วขึ้น จึงทำให้ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยสามารถเข้าถึงการค้าขายผ่านทาง SMS ของ Cell Bazaar ทำให้ชาวบ้านที่มีสิ่งของแต่ไม่รู้จะขายที่ไหนหรือต้องการเพิ่มช่องทางขายก็สามารถนำสิ่งของเหล่านั้นมาลงขายได้อย่างง่ายดาย
ในด้านการค้าขาย Cell Bazaar เป็นการค้าสามารถขจัดนายหน้าหรือคนกลางออกไปได้เลย เนื่องจากเป็นการทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนโดยตรงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในราคาที่ผู้ขายตั้งไว้ในตลาดCell ทำให้สามารถลดต้นทุนต่างๆได้มาก

2. Communication
การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของการซื้อขาย ซึ่ง 3G และ Social Media เป็นเทคโนโลยีของปัจจุบันและอนาคต น้อยครั้งที่จะมีการเชื่อมโยงระหว่างภาคการเกษตรและเทคโนโลยี 3G กับ Social Media ซึ่ง Cell Bazaar เป็นตัวอย่างสำคัญ ที่เป็น Social Media ในรูปแบบของ E-Commerce ผ่านโทรศัพท์มือถือในบังกลาเทศ ที่มีผู้ใช้เป็นจำนวนไม่น้อย เพื่อซื้อขายผลผลิตทางการเกษตรและสินค้าอื่นๆโดยหลีกเลี่ยงพ่อค้าคนกลาง และยังมีบริการที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน
ในภาคการเกษตรนั้น ความสำคัญของ Cell Bazaar คือการเปิดโอกาสให้เกษตรกร สามารถขยายธุรกิจ สร้างงาน สร้างอาชีพ จนเกิดพัฒนาการทางเศรษฐกิจและสังคมที่ส่งผลในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเทศที่มีความยากจน Cell Bazaar นั้นยังมีทีม Call Center สำหรับผู้มีปัญหาต่างๆ หรือต้องการสอบถามเกี่ยวกับการซื้อขายออนไลน์
3. Content
ในเว็บไซต์ของ Cell Bazaar นั้น Content ค่อนข้างที่จะกว้าง ซึ่งชาวบังคลาเทศนั้นสามารถนำสิ่งของใหม่ ของมือสอง ของไม่ใช่แล้วต้องการที่จะขายต่อ มาลงขายได้ผ่านทางเว็บไซด์ Cellbazaar.com โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น เพียงแค่ลงทะเบียนโดยใช้ Email และยังสามารถโฆษณาสินค้าองตนเองได้ฟรีอีกด้วย ซึ่งสินค้าบางอย่างนั้นก็สามารถหาซื้อได้ในราคาที่ต่ำกว่าตลาดทั่วไป รวมไปถึงสินค้าเกษตร(ส่ง/ปลีก) สินค้าทำมือ สัตว์เลี้ยง สถานที่ปล่อยเช่า บริการท่องเที่ยว รับสมัครงาน การสอนพิเศษ และอื่นๆอีกมากมายที่มารวมอยู่ในเว็บไซด์แห่งนี้ ซึ่งมีทุกอย่างที่เราต้องการ
ทางด้านข้อมูลอื่นๆทางบริษัท ได้มีการให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการซื้อขายและเงื่อนไขต่างๆไว้อย่างครบถ้วน รวมไปถึงคำเตือนและข้อควรระวังที่สำคัญต่างๆ แต่ข้อมูลของสินค้าที่คนนำมาขายนั้น บางตัวยังมีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจซื้อได้
4. Community
Cell Bazaar ก็คือชุมชนตลาดออนไลน์แห่งหนึ่งที่ชาวบังคลาเทศนั้นนึกถึงเป็นแห่งแรก เมื่อต้องการหาซื้อสินค้าซักชิ้นในราคาที่ต่ำกว่าปกติ หรือต้องการหางานทำ หาครูสอนพิเศษให้ลูก หาแมวมาเลี้ยงซักตัว หาสินค้าทางการเกษตรไปขายต่อ หรือต้องการสร้างรายได้จากการขายสินค้า ก็สามารถเข้ามาที่ชุมชนแห่งนี้ที่รวบรวมทุกอย่างเอาไว้ ซึ่งสามารถเข้าถึงตลาดแห่งนี้ได้อย่างง่ายดาย ผ่านทางเว็บไซด์หรือ โทรศัพท์มือถือที่ทางบริษัทนั้นได้ออกแบบ Interface เฉพาะสำหรับการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือไว้อีกด้วย wap.cellbazaar.com
นอกจากนี้ยังมีการแจกของขวัญของรางวัล สำหรับผู้ที่ร่วมเล่นเกมส์ หรือทำตามกติกาง่ายๆ เช่น ให้ไปกรอกชื่อจริงนามสกุลจริงในAccountของตนเองให้ครบถ้วน นี่เป็นจุดหนึ่งที่สามารถดึงดูดความสนใจของชาวบังคลาเทศได้มากขึ้นอีกด้วย

Vodafone

Connected Agriculture : The role of mobile in driving efficiency and sustainability in the food and agriculture value chain

flickr:8496356339

1. Content
Vodafone ร่วมมือกับองค์กรทั้งภาครัฐและไม่ใช่ภาครัฐอาทิเช่น Accenture, Oxfam, GSMA, สหประชาชาติ และ UK Department for International Development เพื่อสนับสนุนและแก้ไขปัญหาความหิว อัตราการตายของเด็กและสนับสนุนสตรี รวมทั้งพัฒนาด้านเกษตรกรรมเพื่อเตรียมพร้อมที่จะรับมือการผลิตอาหารให้เพียงพอกับประชากร 9.2 พันล้านคนในปี 2050
จากการเข้าไปทำการสำรวจพบ 12 โอกาสที่ได้รับการให้เกษตรกรใช้การ Online ผ่านทาง Mobile Phone และคาดการณ์ในปี 2020 ว่าจะสามารถเพิ่มรายได้ทางเกษตรกรรมได้ประมาณ 138 พันล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ ผ่านทาง 26 ตลาดของ Vodafone
ผลการศึกษาจะพบอีกว่า จะสามารถลดก๊าซ CO2 5 เมกะตัน และลดการใช้จากการชลประทานได้ 6%
12 โอกาสที่จะได้รับ

flickr:8496306693

2. Commerce
- ระบบจะมีฐานข้อมูลที่ในการซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตร ซึ่งเกษตรกรสามารถส่งหรือรับข้อมูลกับผู้ซื้อได้โดยตรง ที่ตลาด Online ทาง Mobile Phone (ข้อ 10. Agricultural trading platform)
- เรื่องการเงินเกษตรกรสามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่านทางการ Online ได้เช่นกัน เช่น การจ่ายเงินผ่านทางระบบ M-PESA ของ Vodafone (ข้อ 1. Mobile payment system) ซึ่งเป็นระบบที่มีความประหยัดและปลอดภัยสูงในการจ่ายเงิน ซื้อสินค้าและวัตถุดิบทางการเกษตรรวมทั้งการทำธุรกรรมทางการเงินอื่นๆด้วย

3. Communication
- ระบบ Micro-insurance (ข้อ 2. Micro-insurance system) จะมีฐานข้อมูลเพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรซื้อสินค้าเกษตร เมล็ดพืชและวัตถุดิบที่คุณภาพสูง ซึ่งจะมีการประกันภัยการเสียหายอันเนื่องมาจากสภาพอากาศที่เลวร้าย ซึ่งเกษตรกรจะได้รับเงินชดเชยจากความเสียหายนั้นๆ
- ฐานข้อมูลการกู้ยืม (ข้อ 3. Micro-lending platform) สร้างโอกาสให้เกษตรกรได้เข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อนำมาใช้ในการจัดซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์ รวมทั้งการพัฒนาการเกษตรของพวกเขา ในฐานข้อมูลนักลงทุนก็สามารถดูข้อมูลและวิเคราะห์ความเสี่ยงจากผู้กู้ได้เหมือนกัน
- ฐานข้อมูลในเรื่องเกษตรกรรม (ข้อ 4. Mobile information platform) เกษตรกรได้รับการแจ้งโดยข้อความโดยตรงไปยังโทรศัพท์มือถือของพวกเขาในเรื่องข้อมูล ข่าวสารทางการเกษตร รวมทั้งการพยากรณ์อากาศและพื้นที่เพาะปลูกที่เหมาะสม

flickr:8497409984

- สายด่วนเกษตรกร (ข้อ 5. Farmer helpline) เกษตรกรใช้โทรศัพท์มือถือของพวกเขาเพื่อโทรสายด่วนของพนักงานผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร ทำให้พวกเขาได้รับการแนะนำอย่างทันด่วน

flickr:8496306681

- การขนส่งที่ชาญฉลาด (ข้อ 6.Smart logistics) โทรศัพท์มือถือสามารถเก็บข้อมูลเรื่องการขนส่งสถานที่ ความเร็ว และเส้นทางรถบรรทุก ซึ่งช่วยให้เกิดการจัดการที่ดีในการกระจายสินค้า

flickr:8497409932

- ระบบตรวจสอบและการติดตาม (ข้อ 7.Traceability and tracking system) ตัวแทนของเกษตรกรสามรถใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกการเคลื่อนไหวของรายการ supply chain ของสินค้าเกษตร จากฟาร์มไปยังร้านค้า

flickr:8497409930

- การจัดการของเครือข่ายของ supplier (ข้อ 8. Mobile management of supplier networks) เมื่อตัวแทนเกษตรกรได้ไปเยี่ยมชมฟาร์มของเกษตรกรสามารถใช้โทรศัพท์มือถือในการบันทึกและเก็บข้อมูลในเครือข่ายของ Supplier เกี่ยวกับสภาวะฟาร์มและผลผลิตที่คาดว่าจะได้

flickr:8497409914

- การจัดการของเครือข่ายการกระจายข้อมูล (ข้อ 9. Mobile management of distribution networks): เมื่อมีการซื้อขายเกิดขึ้น ตัวแทนผู้กระจายหรือ Retailer สามารถใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อเก็บบันทึกและเก็บข้อมูลเช่น เมล็ดพืช, ปุ๋ย และเคมี ในเครือข่ายการกระจายข้อมูล

flickr:8496306629

- ฐานข้อมูลการประมูลสินค้าการเกษตร: (ข้อ 11. Agricultural tendering platform) สำหรับลูกค้าการเกษตรและSupplier สามารถโพสต์และตอบสนองในเครือข่ายต่อการประมูลสำหรับสินค้าการเกษตร การทำงานและสัญญาเงื่อนไขต่างๆ
ผู้ใช้บริการ Platform นี้สามารถเข้าถึงฐานผู้จัดจำหน่ายที่กว้างขึ้นและเป็นการส่งเสริมการแข่งขันด้วย

flickr:8497459642

4. Community
- ฐานข้อมูลการแลกเปลี่ยนข้อมูลและสินค้าของชุมชน (ข้อ 12. Agricultural bartering platform) ฐานข้อมูลที่สมาชิกชุมชนสามารถแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการกัน แรงงานก็สามารถบอกรายละเอียดเช่น ทักษะและความสามารถของตนลงในระบบ เพื่อหางานได้เช่นกัน รวมทั้งชุมชนหนึ่งยังสามารถบอกความต้องการและบริการทางการเกษตรไปอีกชุมชนอื่นหรือหน่วยงานช่วยเหลืออื่น ทำให้ลดการเดินทางการไปติดต่อขอความช่วยเหลืออีกด้วย

flickr:8496356373
flickr:8497409990

http://www.rakbankerd.com/ เป็นเว็บไซน์ทีเป็นสื่อกลางและเป็นเครือข่ายให้เยาวชนที่ได้รับโอกาสทางการศึกษาจากมูลนิธิสำนึกรักบ้านเกิดรวมตัวเข้าด้วยด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ และศักยภาพ เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพิ่มโอกาสให้ ประชากรไทยได้มีความเป็น อยู่ในสังคมและคุณภาพ ชีวิตที่ดีขึ้นด้วยการใช้เทคโนโลยีด้านการสื่อสาร(อินเตอร์เน็ต) ได้ถูกวางระบบเส้นใยแก้วไว้ไม่ต่ำกว่า 5 แสนกิโลเมตรทั่วประเทศเพื่อเพิ่มช่องทางการรับข้อมูลข่าวสารของชุมชน จนเกิดความแข็งแรงช่วยกันปลดพันธนา การวัฏจักรทาสนายทุนออกจากชีวิตเกษตรกรไทย ให้สันหลังของประเทศชาติสามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเอง อีกครั้ง เพื่อชุมชนที่แข็งแรงประเทศชาติมั่งคั่งสืบไป ดังนั้นเราจึงเติมเต็มการเชื่อมต่อของแต่ละจังหวัด ระหว่างกลุ่มผู้ผลิตและผู้บริโภคให้ได้พบกันโดยตรงผ่าน เว็บไซต์ www.rakbankerd.com อันเป็นจุดกำเนิดของ “กลุ่มรักบ้านเกิด” และเครือข่ายร่วมด้วยช่วยกัน โดยมีความมุ่งมั่นที่จะสร้าง ความเป็นผู้นำชุมชน , การสร้างจิตสำนึกรักแผ่นดินเกิด , การพัฒนาตนเองเพื่อไปพัฒนาชุมชน และการแลไปข้างหน้าและเหลียวหลัง
โครงสร้างของเว็บไซน์
1. เรื่องราวความเป็นมาของเว็บไซน์ของรักบ้านเกิด
2. ตำนานข้าวไทย
3. ข้อมูลเกษตร
4. ตลาดสินค้าเกษตร
5. ราคาสินค้าเกษตร
6. เว็บบอร์ด

1. Commerce
มีการซื้อขายสินค้าผ่านในส่วนของ “ตลาดสินค้าเกษตร” ฟรี ซึ่งแบ่งเป็นสินค้าเกษตร เช่น ข้าว พืชผัก ผลไม้ สินค้าแปรรูป เช่น อาหารแปรรูป สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร เช่น ต้นกล้า โดยผู้ซื้อสามารถติดต่อผู้ขายได้โดยตรง และมีการเปิดโอกาสให้ผู้ขายทำการตลาดได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง และเกษตรกรผู้ขายสามารถตรวจสอบราคารับซื้อและราคาขายปลีกที่ตลาดได้ผ่านทาง “ราคาสินค้าเกษตร”
2. Communication
มีเว็บบอร์ดที่เอื้อให้มีการติดต่อสื่อสารระหว่างเกษตรกรด้วยกันเอง ซึ่งจะทำให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ ร่วมทั้งม
การถ่ายทอดความรู้วิธีการเพาะปลูกเฉพาะด้านด้วย
3. Content
มีการให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ของเกษตรกรในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางการปลูกข้าว ทำสวน และปศุสัตว์ รวมถึงมีการให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาเกษตรกร เช่น การใช้วิธีธรรมชาติปราบศัตรูพืช เป็นต้น

4. Community
มีการสร้าง “ตลาดรักบ้านเกิด” เพื่อเป็นตลาดสำหรับการค้าขายระหว่างเกษตรกรด้วยกันเอง รวมไปถึงระหว่างเกษตรกรกับบุคคลทั่วไป ซึ่งเปรียบเหมือนตลาดที่ให้เกษตรกรได้นำสินค้าของตนเองมาขายได้โดยไม่คิดค่าที่วางขาย

FarmScape
flickr:8497425738

เป็นการใช้ internet เพื่อช่วยในการติดต่อสื่อสารเครือข่ายทางด้านเกษตรกรของที่ปรึกษาและนักวิจัย

ความหมายของ FARMSCAPE ประกอบไปด้วย

Farmers = ชาวไร่ชาวนา
Advisers = ที่ปรึกษา
Researchers = นักวิจัย
Monitoring = การตรวจสอบ
Simulation = จำลอง
Communication = การสื่อสาร

และการประเมินผลการปฏิบัติงานทำให้มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างศูนย์กลางในการสำรวจตัวเลือกการจัดการได้รับความช่วยเหลือโดยการจำลองการผลิต เพื่อแสดงผลของความเสี่ยงทางการเงินผลตอบแทนและการผลิต cropland ส่วนสำคัญที่จะเพิ่มความน่าสนใจของเกษตรกรในรูปแบบของการสนับสนุนการตัดสินใจในครั้งนี้คือการใช้ application ของ paddock-specific เพื่อวิเคราะห์และตรวจสอบลักษณะของดินใช้แบบจำลองที่มีความยืดหยุ่น (เช่น APSIM) ซึ่งมีความหลากหลายในการใช้งานเป็นการรวบรวมความรู้ผ่านการสนทนาในหมู่เกษตรกรที่ปรึกษาและนักวิจัย
มีการนำ internet มาเป็นตัวช่วยระหว่าง Adviser และ Researcher โดยการจัดตั้งwebsiteขึ้น เพื่อช่วยในการจัดสรรเวลาให้เหมาะสมในเกษตรและลดค่าใช้จ่ายในด้านการเกษตร โดยมีการแบ่งเป็น 2 ลักษณะคือ

• Asynchronous mode (ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องออนไลน์) จะมีการจัดตั้ง libraryไว้ใน websiteเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับองค์ประกอบของการวิจัยครั้งนี้ เช่นกิจกรรมของโครงการดำเนินไปเช่นไรบ้าง รวมถึงแสดงผลการตรวจสอบน้ำ ดิน และธัญหารในดิน ภายใน libraryจะมีการแสดงผลออกมาเป็น 2 แบบ คือ
1. online newsletter (จดหมายข่าวออนไลน์ ) คือ การอัพเดตข่าวสารเมื่อมีข้อมูลใหม่
2. scrapbook (สมุดข่าว) คือ เก็บรวบรวม ข่าวยอดนิยม และ ข้อมูลการอภิปรายขององค์กรทั้งสาม เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนา ปรับปรุง โครงการการวิจัย นอกจากนี้ภายในเว็บไซด์ก็จะรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นอื่นๆอีก เช่น ลักษณะดิน การดูแลดินให้เหมาะกับการทำการเกษตร และข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นอื่นๆเกี่ยวกับการวิจัย in addition มีการจัดทำForum ขึ้นมาเพื่อเพิ่มเติมข้อมูลพิเศษให้แก่ทั้งสามองค์กร รวมถึงสร้าง outlookไว้ช่วยในการติดต่อสื่อสาร

• Synchronous mode (การประชุมกันทางinternet) ใช้การประชุมทางinternetเพื่อการอภิปรายแบบจำลองเกี่ยวกับการเพาะปลูกและการจัดการพื้นที่การเกษตรซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดของFarmscape โดยมี Farmers, Advisers, Researchers มาร่วมอภิปรายกัน ซึ่งสามารถให้คำแนะนำกับเกษตรกรแบบตัวต่อตัวได้ และ การประเมินผลซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยเชิงปฏิบัติการ สามารถนำมาเป็นข้อมูลเพื่อให้เรานำว่าวิเคราะห์ ปรับปรุง ส่วนที่บกพร่องได้

1. Commerce
เป็นที่ปรึกษาด้านข้อมูลราคาสินค้าการเกษตร มีการแชร์ประสบการณ์ ปัญหาที่พบร่วมกัน เพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์ในการทำงานการด้านเกษตรโดยมีส่วนช่วยเหลือให้หาแหล่งกระจายสินค้าทางการเกษตรที่ดีกว่า ด้วยจะไปช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

2. Communication
มีการใช้ internet เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนทั้งข้อมูลทั่วไป ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยและพัฒนา ข้อมูลจากตัวบุคคลที่เข้าถึงการทำงานจริงด้านการเกษตร ได้มีการแลกเปลี่ยนทางความคิดกัน ใช้ internet เป็นสื่อกลางเพื่อความสะดวกและรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องเดินทางเพื่อพบปะกัน

3. Content
มีการจัดวางระบบของข้อมูลและการ conference โดยมีตัวกลางคือการสร้าง website เป็น Content เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลและตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องทางด้านการเกษตรที่เข้าถึงง่าย
มีโปรแกรมจำลอง เพื่อตอบสนองการทดลองและวิจัยก่อนนำไปใช้งานจริง

4. Community
FARMSCAPE เป็นการรวมตัวของเกษตรกรผู้ซึ่งเป็นที่ปรึกษาให้แก่กัน และนักวิจัยที่เชี่ยวชาญทางด้านนี้ในประเทศออสเตรีย เป็นสังคมในการแลกเปลี่ยนความรู้ของผู้เชี่ยวชาญทางด้านเกษตรกรรม เพื่อเป็นที่ปรึกษาให้แก่กัน และมีการวิจัย ทดลองแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกันโดยวิธี conference ผ่านทาง website แห่งนี้

The Hariyali Kisaan Bazaar
flickr:8494634812

ปี 1947 รัฐบาลอินเดียได้สร้างนโยบายขึ้นมามากมายเพื่อให้แน่ใจว่าการผลิตอาหารจะไม่ขาดแคลนและเพื่อปกป้องชาวนาโดยการควบคุมธุรกิจทางการเกษตร โดยใช้ Minimum support pricing (MSP) เป็นเครื่องมือควบคุม คือการกำหนดรายจ่ายขั้นต่ำของชาวนาในการเพาะปลูก ในปี 1960 รัฐบาลกำหนดว่าผลผลิตทั้งหมดที่ผลิตได้นั้นจะต้องขายให้แก่ตลาดเก่าแก่ที่เรียกว่า Mandis ใน Hindi หรือขายโดยตรงให้กับรัฐบาลเท่านั้น ผู้ซื้อใน Mandis จะมีใบอนุญาตพ่อค้าคนกลาง ซึ่งจะเป็นคนที่นำผลผลิตส่งต่อไปขายระบบการผลิตอาหารหรือตัวแทนจำหน่ายต่อไป ผู้ซื้อใน Mandis จะจ่ายแค่ MSP โดยการจัดการเรื่องราคานี้ส่งผลต่อการกำหนดทิศทางของราคานั้นเสียหายไป คือ ผู้ขายไม่มีความต้องการที่จะทำการปรับตัวทางธุรกิจเพราะว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปแข่งขันตลาด
จึงเป็นจำกัดชาวนาให้อยู่ในวงจรที่ราคาผลผลิตถูกส่งผลให้การลงทุนในวัตถุดิบน้อยตามและนำไปสู่การขาดประสิทธิภาพโดยการทำให้เกิดพ่อค้าคนกลางจำนวนมากขึ้นมา นอกจากนั้น การขาดแคลนโดรงสร้างพื้นฐานในเก็บและในการขนส่งส่งผลให้มีการเก็บอย่างไม่เหมาะสมตลอดแนวการผลิตนำไปสู่การเสียผลผลิตมากกว่า 7 % ของเมล็ดพืช 30 % ของผลไม้และผัก และ 10 % ของเครื่องเทศ ก่อนที่จะนำส่งไปถึงตลาด แม้ว่าอินเดียจะเป็นลำดับที่สองในการผลิตผักและผลไม้ แต่มีเพียง 2 % ของพืชและผักที่ทำการเก็บเกี่ยวเท่านั้นที่ได้เข้าสู่กระบวนผลิตต่อไปถึงแม้ว่าความต้องการอาหารนั้นจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเนื่องมาจากการมีลักษณะของชุมชนเมืองมากกว่าชนบทและการมีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น
ด้วยเหตุการณ์นี้ส่วนเกษตรกรรมของอินเดียจึงไม่สามารถที่จะก้าวหน้าควบคู่ไปกับเมืองที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยอัตราการเจริญเติบโตของส่วนเกษตรกรรมนั้นมีเพียง 2.3 % ในขณะที่การเติบโตของส่วนอุตสาหกรรมและการบริการนั้นเติบโต 11 % ต่อปี
ปี 2005 ผู้ค้าปลีกจากเยอรมันโน้มน้าวให้รัฐ Karnataka ทางตอนใต้ของอินเดียให้เปลี่ยนกฎหมายให้มีการอนุญาตให้บริษัทสามารถทำการซื้อขายผลิตภัณฑ์จากเกษตรกรโดยตรงเลย ภายในเดือนนั้นเอง รัฐบาลทำการผลักดันให้รัฐอื่นๆทำตามกฎนี้ แต่ว่ามีหลายรัฐทำการต่อต้านภายหลังจากมีการคัดค้านจากพ่อค่าคนกลางหลายหมื่นคนและเจ้าของร้านขายของเล็กๆที่ยังคงสนับสนุนระบบเก่าอยู่ แต่ในปี 2007 มี 16 รัฐและ 5 เขตทำการแก้ไข Agricultural Produce Marketing Committee (APMC) ให้ผู้อื่นสามารถทำการซื้อผลผลิตจาดเกษตรกรได้โดยตรง

1. Content
Hariyali กำเนิดมาจากทำการขยายโปรแกรม Shriram Krishi Vikas Guides ทางตอนเหนือของอินเดียที่ซึ่งบริษัทมีธุรกิจทั้ง input และ output ของบริษัท DSCL ที่ทำการขายเกี่ยวกับปุ๋ย การจัดหาวัตถุดิบ และการบริการให้คำปรึกษา
DSCL จึงมีแนวความคิดที่จะสร้างธุรกิจที่จะเริ่มต้นโดยการกระตุ้นกระบวนการทางการเกษตรได้ และมันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและคนอินเดียในชนบท Hariyali จึงถูกสร้างขึ้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและชาวอินเดียชนบทผ่านการแทรกแซงในห่วงโซ่มูลค่าเกษตรพอดีได้เป็นอย่างดีกับวิสัยทัศน์รัฐบาล และพวกเราพึงพอใจมากกับความช่วยเหลือและสนับสนุนแนวคิดที่กำลังได้รับ ซึ่งให้แรงบันดาลใจภายในองค์กร

2. Commerce
Hariyali Kisaan Bazaar เป็นร้านค้าปลีกถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ชนบท ด้วยเนื้อที่ 4-5เอเคอร์ ซึ่งเพิ่มส่วนที่เป็นร้านขายสินค้า ประกอบด้วย สถานีเชื้อเพลิง, ธนาคาร พื้นที่เสดงฟาร์ม, พื้นที่จอดรถ, น้ำพุ และพื้นที่พักผ่อนแบบธรรมชาติ
สินค้าของ Hariyali เปิดโอกาสให้ชาวนา จับ สัมผัส และตรวจสอบสินค้า ก่อนทำการเลือกซื้อโดยผลิตภัณฑ์ จะมีฉลากชัดเจน โดยมีป้ายราคาและมีความใหม่ การจัดการร้านขายสินค้า Hariyali นั้น ราคาสินค้าของ Hariyali ต้องโปร่งใส ให้เกษตรกร เกิดความไว้วางใจในตัว สินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของเกษตรกรทั้งวัฏจักร Hariyali เสนอให้ชาวนาทั้งวัตถุดิบ และ สินเชื้อ เพื่อซื้อวัตถุดิบ และจัดหาการบริการให้คำแนะนำ ตลอดฤดูการเพาะปลูก รวมทั้งช่วยแบ่งชนิดผลผลิตเมื่อผลผลิตถึงเวลาเก็บเกี่ยว Hariyali ยังมีการทำสัญญากับเกษตรกร ที่จะรับซื้อผลผลิตหรือเป็นสื่อโดยตรงของการขายผลผลิตกับตลาด ดังนั้นวัฏจักรของเกษตรกรจะสมบูรณ์ พวกเขาจะเกิดความมั่นใจในรายได้ และจะยกระดับรายได้ให้กับชาวนาได้

3. Communication
Haliyali’s modern campus จะถูกสร้างมากกว่า 175 แห่งกระจายตามในพื้นที่ชนบทที่ห่างไกลออกไปที่ๆขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานและการติดต่อสื่อสารที่ห่างไกลจากเมืองหลวง ทำให้เกษตรกรในชนบทถูกตัดขาดและส่วนมากขาดโอกาสพื้นฐานในการใช้ high-quality agriculture input ซึ่งเป็นสิ่งที่จะช่วยเพิ่มผลผลิต
Haliyali’s modern campus จะประกอบไปด้วยร้านค้าปลีก สถานีน้ำมัน ธนาคาร และสถานที่แสดงการสาธิต จะเป็นที่ที่เปิดประสบการณ์ใหม่และเปิดข้อมูลข่าวสารให้แก่เกษตรกรโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และเรื่องราคาที่ยุติธรรมของผลผลิตที่ผลิตได้ ทำให้เกษตรกรตัดสินใจในการเลือกซื้อ เลือกใช้ได้ดีขึ้น

4. Community
Hariyali เป็นศูนย์กลางทางสังคมในการเป็นร้านขายสินค้า มีการสาธิตในการทำเกษตรกรรมที่ถูกต้อง ทำให้บรรยากาศร้านขายสินค้า outlet ดูเหมือนสโมสรมากกว่าศูนย์ขายปลีก Hariyali จึงเหมือนเป็นศูนย์กลางทางชุมชนคนชนบทที่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน รวมทั้งพนักงานของ Hariyali ที่ได้ให้คำแนะนำรวมทั้งจัดหาความต้องการที่มากด้วยการเอาใจใส่แก่เกษตรกร
ตัวอย่างเช่น ชาวนาที่มีชื่อเสียง คือคุณ Khan ลูกค้าของ Hariyali ผู้ซึ่งได้รับผลกำไร ผลตอบแทนจากกำไรของร้านขายสินค้า outlet ด้วยพื้นที่ 70 เอเคอร์เป็นชื่อของเขา นักวิทยาศาสตร์การเกษตรของ Hariyali ได้แนะนำเขาไปปลูกแตงกวาในระหว่างแถวของการปลูกอ้อย และเขาก็ได้รับรายได้เพิ่มขึ้น 60000 รูปี (ประมาณ1500 ดอลล่าร์) คุณKhan ได้กล่าวปิดท้ายว่า “ก่อนที่จะรู้จัก Hariyali ผมได้ทำอะไรที่ขาดเหตุผลทั้งสิ้น”

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License