Homework

Homework :ให้ทางกลุ่ม ยกตัวอย่าง องค์กรที่นำระบบ IT เข้ามาใช้แล้วประสบความสำเร็จ และ องค์กรที่ไม่ประสบความสำเร็จ มาอย่างละ 5 องค์กร พร้อมทั้งระบุปัจจัยหรือสาเหตุที่ที่ให้องค์กรประสบความสำเร็จและล้มเหลว

1.องค์กรที่ประสบความสำเร็จในการนำ IT เข้ามาใช้ได้มีดังนี้

1.1 บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
หนึ่งในผู้นำตลาดด้านอสังหาริมทรัพย์ ทำตลาดผ่านช่องทาง Digital Marketing เน้นทำงานผ่าน Mobile Service เป็นหลักทุกส่วน หลังจากที่แสนสิริขับเคลื่อนด้วยระบบงานทางด้านไอทีแล้ว รายได้ของบริษัทโตขึ้น 18% เมื่อเทียบกับปี 2010 และ2011 หรือเมื่อมีระบบแล้ว งานก่อสร้างรวดเร็วขึ้น ลดระยะเวลาก่อสร้างได้ถึง 20% ช่วยให้คืนทุนได้เร็วขึ้น ส่วนการออนไลน์ในงานขายและการทำสัญญาจากเดิมที่มีการขายหน้าไซต์งาน มีระยะเวลาในการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบและออกสัญญาต้องใช้เวลาถึง 7 วัน แต่เมื่อนำเข้าระบบออนไลน์สามารถออกสัญญาได้ที่ไซต์งานเลย เซลล์สามารถทำเอกสารการจองต่างๆ ในแบบเรียลไทม์ คิดเป็นการลดเวลาทำงานลงได้ถึง 85% และเมื่อระบบดีทางเราสามารถจัดการยูนิตได้มากขึ้น จากก่อนนี้มีอยู่ 5,000 ยูนิต ปัจจุบันทำได้ถึง 34,000 ยูนิต หากระบบจัดการไม่ดีจะเป็นงานที่ยากมาก นอกจากนี้บริษัทของเรามีหลายบริษัทในเครือ แต่เรามีระบบที่แข็งแรง เราใช้พนักงานไอทีแค่ 31 คน สามารถดูแลระบบไอทีได้ทั้งเครือ

1.2 MK Restaurant
บ.ได้นำระบบ IT เข้ามาใช้เพื่อแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้นจากการให้บริการลูกค้า ซึ่งเราจะเห็นว่า MK เป็นรายแรกๆ ที่นำเครื่อง PDA มาใช้งานในการรับ Order ลูกค้า และรวมถึงบริการต่างๆที่จำเป็นในการส่งผ่านข้อมูลถึงกัน และผลที่ได้รับจากการใช้ระบบสารสนเทศคือ
• ลดเวลาและความผิดพลาดในการจดออร์เดอร์ด้วยกระดาษและต้องนำไปป้อนที่แคชเชียร์อีกครั้ง ทำให้เสริฟอาหารได้รวดเร็วขึ้น
• เพิ่มกำลังการให้บริการได้มากขึ้น จากการหมุนเวียนของลูกค้าได้เร็ว ทำให้ไม่ต้องเพิ่มพื้นที่ในร้าน
• ลดค่าใช้จ่าย และจำนวนของพนักงานจดออร์เดอร์
• ลดค่าใช้จ่าย และจำนวนของพนักงานที่ต้องการใช้ในการตรวจสอบความถูกต้องของบิลอีกครั้ง
• พนักงานแคชเชียร์มีเวลาเพิ่มมากขึ้น สามารถออกไปช่วยบริการลูกค้าที่หน้าร้าน หรือตามโต๊ะได้
• ลดความวุ่นวายจากการเดินไปเดินมาของพนักงานในร้าน ทำให้บรรยากาศในร้านดีขึ้น
• การใช้ EJ (Electronic Journal เป็นทางเลือก) ด้วยปริ๊นเตอร์ Thermal จะช่วยให้ร้านเงียบขึ้นและการบำรุงรักษาต่ำ
• สามารถส่งข้อมูลรายการอาหารที่ลูกค้าสั่งส่งไปยังห้องครัวได้ทันที

1.3 Big C
บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้สามารถแข่งขันได้ในสถานการณ์ต่างๆ ไอทียังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญที่เข้ามาช่วยสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบิ๊กซีให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น Big C ใช้ไอทีแทบทุกๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารสินค้า การจัดซื้อ การบริหารจัดการสต็อก การขาย รวมไปถึงการวิเคราะห์ข้อมูล มีการวางรากฐานและพัฒนาระบบไอทีมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของบิ๊กซี ที่มีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มมากขึ้นทุกปี มีการพัฒนาระบบใหม่และการปรับปรุงระบบเก่าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับการทำให้ โปรเจ็กต์ที่มีจำนวนมากแต่ละโปรเจ็กต์ประสบความสำเร็จ กุญแจสำคัญคือ ต้องเข้าใจวิชั่นของธุรกิจ แล้วแปลงวิชั่นไปสู่ไอทีให้ถูกทาง รวมไปถึงต้องมีการจัดสรรงานที่เหมาะสม

1.4 Dell Computer
บริษัท Dell Computer ได้นำ IT มาใช้ปรับกระบวนการทางธุรกิจ (Business Process) มีการควบคุมการทำงานทั้งระบบ เช่น ระบบขาย ระบบผลิต ซึ่ง Dell จะใช้วิธีขายสิ้นค้าทาง Internet และจะส่งยอดคำสั่งซื้อ (Order) ของลูกค้าไปยังผู้ผลิต ( Supplier) จึงทำให้ Dell มีสินค้าคงเหลือน้อยมากและได้สินค้าที่ทันสมัย เมื่อองค์กร นำ IT มาใช้จะทำให้ได้รับประโยชน์ และมีต้นทุนในการดำเนินงานที่ต่ำลง

1.5 โรงพยาบาลเซนต์โยเซฟ
เทคโนโลยีเครือข่าย ช่วยให้โรงพยาบาลสามารถทำการผ่าตัดจากระยะไกล (telerobotic operation) เพื่อให้บริการด้านสาธารณะสุข เข้าถึงทุกท้องถิ่นในประเทศ จากการที่ประเทศแคนาดา ได้ทำการผ่านตัดจากระยะไกลแบบข้ามประเทศ ภายใต้โครงการสาธารณะสุขทางไกล (telemedicine) ได้เป็นผลสำเร็จเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทางการแพทย์ ที่ก้าวหน้าที่สุดในปัจจุบัน โดยมีเทคโนโลยีด้านเครือข่ายและเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์ (Robotics) ที่นำมาผสมผสานกัน เพื่อบริการด้านการแพทย์ที่มีคุณภาพแก่ประชาชน

Reference:
http://yokekungworld.wordpress.com/2010/08/29/wyne-in-motion/
http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9530000039486
http://pocketpc-restaurant.blogspot.com/
http://sunset.usc.edu/classes/cs510_2011/EPs_2011/EP24_masternet.pdf
http://www.baycoms.com/index.php/bigc.html
http://basju.net/university_ba/ba49_ann.htm
http://bit2alone.wordpress.com/4-2/
http://www.cisco.com/web/TH/technology/telerobotic.html

ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กร

ในการวางแผนงาน/โครงการต่าง ๆ แน่นอนว่าองค์กรที่มีการจัดทำแผนงานก็เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมาย และคาดหวังว่าแผนงานหรือโครงการนั้นจะประสบความสำเร็จตามที่ได้กำหนดไว้ วันนี้ผมจะกล่าวถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องบางประการในการบริหารจัดการความเสี่ยง ที่ทำให้การวางแผนงาน/โครงการประสบความสำเร็จและเป็นไปตามเป้าประสงค์ของหน่วยงาน/องค์กร

ความสำเร็จของแผนงาน/โครงการขององค์กรทั่วไป และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
1. มีการกำหนดหน้าที่ ความรับผิดชอบการทำงานที่ชัดเจน
2. มีการมอบหมายหน้าที่ที่เหมาะสมกับบุคคลที่เข้ารับผิดชอบ
3. ผู้ปฏิบัติงานมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย
4. มีการจัดทำแผนงาน/โครงการ
5. เมื่อโครงการเกิดปัญหาให้มีการจัดทำรายงานด่วน
6. มีรายงานสถานภาพของแผนงาน/โครงการ เช่น รายงานประจำเดือน
7. มีระบบควบคุมการเปลี่ยนแปลงที่แน่ชัด
8. มีการบันทึกแผนงาน/โครงการที่เกิดขึ้นเป็นเอกสาร
9. ประเมินผลดำเนินการหลังจากที่ทำโครงการเสร็จสิ้น

หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะผู้บริหารโครงการ
1. กำหนดผู้ทำหน้าที่หัวหน้าแผนงาน/โครงการและคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง
1. กำหนดวัตถุประสงค์ ขอบข่ายงาน กลยุทธ์ และนโยบาย
2. กำหนดเงื่อนไขไปสู่ความสำเร็จของแผนงานและโครงการ
3. การอนุมัติแผนงานที่มีแผนปฏิบัติการและการบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจน
4. ติดตามและทบทวนความคืบหน้าของแผนงาน/โครงการ
5. ให้การสนับสนุน หรือขออนุมัติจากฝ่ายบริหารในเรื่องที่เกินกว่าขอบเขตอำนาจ
6. แก้ข้อขัดแย้ง หรือปัญหาสำคัญ
7. ทบทวนหรืออนุมัติการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ
8. อนุมัติเรื่องที่ผู้บริหารแผนงานหรือคณะทำงานได้เสนอมา หรือให้นำไปทบทวนใหม่
9. เสนอรายงานของแผนงานและโครงการให้ฝ่ายบริหาร/คณะกรรมการบริหารอนุมัติ

การกำหนดเวลาของแผนงานและโครงการ

การกำหนดเวลาของงานที่เร่งรัด ทำให้ผู้ปฏิบัติต้องทำงานให้เสร็จตามกำหนดเวลา ทำให้ขาดความรอบคอบและเกิดความผิดพลาด มีผลกระทบต่อคุณภาพของงาน เกิดผลเสียในระยะยาวเพราะมีระบบงานที่ขาดคุณภาพ การกำหนดเวลาของโครงการเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้บริหารโครงการ ต้องวางแผนและประมาณการให้เป็นไปตามเงื่อนไข วัตถุประสงค์ ตามเป้าหมายที่ต้องการ

2.องค์กรที่ล้มเหลวในการนำ IT เข้ามาใช้ได้มีดังนี้

2.1 โครงการจุดจอดรถแท็กซี่อัจฉริยะของ กทม.
โครงการตั้งแต่ปี 2548 เพื่อให้การเรียกแท็กซี่เป็นไปอย่างมีระเบียบ ลดปัญหาการจราจร โดยให้เอกชนลงทุนและ กทม. ให้ผลตอบแทนในการติดป้ายโฆษณาได้จุดละ 1 ป้ายนั้น ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ มีปัญหาตั้งแต่ช่วงแรกที่เปิดให้บริการ ซึ่งเมื่อกดเรียกแท็กซี่จะมีสัญญาณไฟและมีเสียงดัง หรือมีรถแท็กซี่อื่นแวะมารับผู้โดยสารก่อน โดยผู้กดเรียกก็ไม่ได้รอขึ้นรถแท็กซี่ที่เรียกจากศูนย์ฯตามระบบดังกล่าว และแม้จะมีการแก้ไขปรับปรุงในระยะต่อมา ก็ไม่มีประชาชนเรียกใช้บริการ ทำให้รถแท็กซี่จอดรับผู้โดยสารตามถนนทั่วไปไม่เป็นระเบียบเช่นเดิม

2.2 โครงการป้ายรถเมล์อัจฉริยะ
โครงการป้ายรถเมล์อัจฉริยะ จะดำเนินการติดตั้งจำนวน 200 จุด ทั่วกรุงเทพมหานคร โดยแสดงข้อมูลสายรถประจำทางที่ผ่าน สถานที่ที่ผ่าน เวลาที่รถมาถึง รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ที่จำเป็น ปัจจุบันโครงการนี้เนื้องานถือว่ามีความล่าช้าค่อนข้างมากถึง 43.9% เพราะทำได้เพียง 44.7% เท่านั้น โดยในปัจจุบันเอกชนได้ดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ GPS บนรถเมล์สาย 73 แล้วเสร็จจำนวน 30 คันจากทั้งหมด 58 คัน และกำลังรอประชุมบอร์ด ขสมก. เพื่อดำเนินการขออนุญาตติดตั้งอุปกรณ์ GPS บนรถเมล์สายอื่น ทั้งนี้ทั้งนั้น เอกชนได้เตรียมประกอบอุปกรณ์และประกอบโครงป้ายที่โรงงาน ตลอดจนได้เริ่มต้นก่อสร้างฐานรากในพื้นที่ที่กำหนดจำนวน 200

2.3 Google Wave
Google ประกาศยุติการพัฒนา Google Wave เมื่อเร็วๆนี้ สาเหตุสำคัญที่เป็นที่มาของการตัดสินใจครั้งนี้ก็คือ Wave ไม่ค่อยได้รับความนิยม และไม่สร้างผลตอบแทนที่ดี Wave คือ Collaboration and Communication Platform

2.4 FBI
มีปัญหาเรื่องภัยคุกคามบนโลกไซเบอร์ สหรัฐกำลังเผชิญหน้ากับอาชญากรรมออนไลน์รูปแบบใหม่ กลุ่มแฮ็กเกอร์มีแหล่งที่มาหลากหลาย ในรายงานของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐเคยระบุว่าพนักงานด้านอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ของ FBI มีทักษะด้านเทคนิคไม่เพียงพอ

2.5 Microsoft
ประกาศปิดเซิร์ฟเวอร์ของ KIN การปิดเซิร์ฟเวอร์หมายความว่า KIN จะใช้ฟีเจอร์ด้าน social network ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตไม่ได้เลย เหลือเพียงการโทรออกรับสาย, ตอบอีเมลผ่าน Wi-Fi และการฟังเพลงผ่าน Zune Pass

Reference :
http://vclass.mgt.psu.ac.th/~465-302/2007-1/Assignment-02/BPA_30_21/12.htm
http://www.siamintelligence.com/fbi-increase-fighting-hacker/
http://www.dailynews.co.th/bkk/190676
http://oldforum.serithai.net/index.php?topic=36544.0
http://www.chapterpiece.com/project-management/2010/08/22/goodbye-google-wave/

ปัจจัยที่ทำให้เกิดความล้มเหลวในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ(ICT) มาใช้

จากงานวิจัยของ Whittaker (1999: 23) พบว่า ปัจจัยของความล้มเหลวหรือความผิดพลาดที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในองค์การ มีสาเหตุหลัก 3 ประการ ได้แก่

1. การขาดการวางแผนที่ดีพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวางแผนจัดการความเสี่ยงไม่ดีพอ ยิ่งองค์การมีขนาดใหญ่มากขึ้นเท่าใด การจัดการความเสี่ยงย่อมจะมีความสำคัญมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านนี้เพิ่มสูงขึ้น

2. การนำเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมมาใช้งาน การนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในองค์การจำเป็นต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับลักษณะของธุรกิจหรืองานที่องค์การดำเนินอยู่ หากเลือกใช้เทคโนโลยีที่ไม่สอดรับกับความต้องการขององค์การแล้วจะทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา และเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ

3. การขาดการจัดการหรือสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง การที่จะนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้งานในองค์กร หากขาดซึ่งความสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูงแล้วก็ถือว่าล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มต้น การได้รับความมั่นใจจากผู้บริหารระดับสูงเป็นก้าวย่างที่สำคัญและจำเป็นที่จะทำให้การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในองค์การประสบความสำเร็จ

สำหรับสาเหตุของความล้มเหลวอื่น ๆ ที่พบจากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ เช่น ใช้เวลาในการดำเนินการมากเกินไป (Schedule overruns), นำเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยหรือยังไม่ผ่านการพิสูจน์มาใช้งาน (New or unproven technology), ประเมินแผนความต้องการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศไม่ถูกต้อง, ผู้จัดจำหน่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ (Vendor) ที่องค์การซื้อมาใช้งานไม่มีประสิทธิภาพและขาดความรับผิดชอบ และระยะเวลาของการพัฒนาหรือนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้จนเสร็จสมบูรณ์ใช้เวลาน้อยกว่าหนึ่งปี

นอกจากนี้ ปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ไม่ประสบความสำเร็จในด้านผู้ใช้งานนั้น อาจสรุปได้ดังนี้ คือ

1. ความกลัวการเปลี่ยนแปลง กล่าวคือ ผู้คนกลัวที่จะเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งกลัวว่าเทคโนโลยีสารสนเทศจะเข้ามาลดบทบาทและความสำคัญในหน้าที่การงานที่รับผิดชอบของตนให้ลดน้อยลง จนทำให้ต่อต้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
2. การไม่ติดตามข่าวสารความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากเทคโนโลยีสารสนเทศเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก หากไม่มั่นติดตามอย่างสม่ำเสมอแล้วจะทำให้กลายเป็นคนล้าหลังและตกขอบ จนเกิดสภาวะชะงักงันในการเรียนรู้และใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
3. โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศกระจายไม่ทั่วถึง ทำให้ขาดความเสมอภาคในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือเกิดการใช้กระจุกตัวเพียงบางพื้นที่ ทำให้เป็นอุปสรรคในการใช้งานด้านต่าง ๆ ตามมา เช่น ระบบโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ฯลฯ

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License