6 ประเด็นฮอต สมาร์ทโฟนฮิต!!

(บทความโดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2556 )

ถ้าคิดว่าธุรกิจสมาร์ทโฟนปี 2012 มีความดุเดือดเลือดพล่านแล้ว ขอให้จับตารอดูได้เลยว่าปี 2013 จะดุเดือดยิ่งกว่าเดิมอีกหลายเท่า เมื่อเหล่าบรรดาผู้ผลิตต่างจ้องจะกินส่วนแบ่งเค้กก้อนใหม่อย่างตลาดสมาร์ทโฟนหน้าจอ 5 นิ้วขึ้นไปพร้อมๆ กับการมาของระบบปฏิบัติการใหม่อย่างแบล็กเบอร์รี (BB10) รวมถึงวินโดวส์โฟน 8 ที่อยู่ในช่วงกำลังตั้งตัว

แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มตลาดสมาร์ทโฟนที่พุ่งสูงขึ้นจนทำให้มองเห็นทิศทางในการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในโลกสมาร์ทโฟนปี 2013

1. แบล็กเบอร์รีจะกลับมา

จากเดิมในตลาดนี้มีพี่เบิ้มเพียงแค่ 2 ราย นั่นคือ แอนดรอยด์จากกูเกิล และไอโอเอสจากแอปเปิล แต่การมาของวินโดวส์โฟน 8 ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทำให้ชาวไอทีได้รู้จักว่าในโลกธุรกิจสมาร์ทโฟนกำลังจะมีผู้เล่นหน้าใหม่ถือกำเนิดขึ้น เช่นเดียวกัน แบล็กเบอร์รี่ 10 ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ QNX ในชื่อ Black Berry Z10 ที่มาพร้อมจุดเด่นที่การรองรับมัลติทาร์กกิ้งเต็มรูปแบบ รวมถึงคีย์บอร์ดใหม่ที่ฉลาดขึ้น กล้องดีขึ้น และฟีเจอร์ทุกอย่างทัดเทียมกับแอนดรอยด์และไอโอเอส พร้อมอัปเดตสเปกเครื่องเพื่อหวังปิดจุดบอดของตน โดย Z10 เพิ่มสเปกหน้าจอให้ละเอียดขึ้นเป็น 1280x768 พิกเซล (356PPI) ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูดูอัลคอร์ 1.5GHz หน่วยความจำภายใน 16GB รองรับ microSD พร้อมแรม 2GB

flickr:8471526196
น่าจับตาหลัง Mozilla ร่วมวงธุรกิจสมาร์ทโฟน

2. กำเนิด Firefox Phone ราคาประหยัด

ช่วงปลายปี 2012 ที่ผ่านมา เจ้าแห่งเว็บเบราว์เซอร์จิ้งจอกไฟ Mozilla ได้เผยโอเอสรุ่นทดสอบของตนในชื่อ Firefox OS ที่พัฒนาด้วยโค้ด HTML5 ทั้งหมด โดย Mozilla ตั้งใจจะนำ Firefox OS มาบุกตลาดสมาร์ทโฟนราคาประหยัดในปี 2013 เริ่มจากประเทศละตินอเมริกา และประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ ซึ่งถือเป็นการตอกฝาโลงฟีเจอร์โฟนทันทีถ้า Mozilla สามารถผลักดัน Firefox OS ให้เกิดขึ้นได้อย่างสวยงาม

เพราะด้วยราคาที่ Mozilla ตั้งไว้เริ่มต้นเพียง 3-4 พันบาท ในขณะที่ฟีเจอร์และประสิทธิภาพเทียบเคียงกับแอนดรอยด์และไอโอเอส เพราะสามารถติดตั้งแอปฯ จากสโตร์ที่พัฒนาได้ง่ายด้วยโค้ด HTML5 ซึ่งปัจจุบัน Facebook, twitter และ YouTube ก็สามารถใช้งานในรูปแบบ HTML5 ได้แล้ว

สำหรับสเปก Firefox Phone จะใช้หน้าจอสัมผัสขนาด 3.5 นิ้วความละเอียด 960x540 พิกเซล ใช้หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon S1 ความเร็ว 1GHz แรม 512MB รองรับ 2G และ 3G มาพร้อมความจุ 4GB สามารถขยายความจุได้โดย microSD พร้อมกล้องหลังขนาด 3 ล้านพิกเซล

flickr:8470429747
ชิปควอดคอร์เกลื่อนตลาด ?

3. ชิปควอดคอร์กับสมาร์ทโฟนระดับกลาง-ล่าง

โดยพลันที่มีเดียเทก ผู้ผลิตชิปสมาร์ทโฟนชื่อดังจากไต้หวัน ประกาศว่าจะเปิดตัวชิปประมวลผลสมาร์ทโฟน ควอดคอร์ ในรหัส MT6589 ถือเป็นเสียงบอกความพร้อมสำหรับสายการผลิตชิปควอดคอร์ สำหรับตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลาง-ล่างในปี 2013 เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า มีเดียเทก คือหนึ่งในผู้ผลิตชิปที่มักถูกเลือกใช้บริการอยู่บ่อยครั้งจากแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระดับกลาง-ล่าง ดังนั้นอย่าได้แปลกใจว่าปีหน้าชิปควอดคอร์จะกลายเป็นมาตรฐานหลักของการผลิตสมาร์ทโฟนไปโดยปริยาย

flickr:8471526110
เทรนด์ 2013 ต้องใหญ่กว่า 5 นิ้ว ใครไม่ทำถือว่าเอาท์

4. สมาร์ทโฟน 5 นิ้วเกลื่อนเมือง ไฮเอนด์โฟนต้อง 6 นิ้ว

ก่อนอื่นต้องยอมรับว่า สมาร์ทโฟนหน้าจอ 5 นิ้ว เดลล์ คือ ผู้ริเริ่มตลาดนี้เป็นแบรนด์แรก กับ Dell Streak 5 แต่ด้วยความที่เดลล์ไม่เชี่ยวชาญในภาคธุรกิจสมาร์ทโฟน ทำให้ท้ายที่สุดเดลล์จำเป็นต้องม้วนเสื่อกลับบ้าน และหันกลับไปดูแลตลาดคอมพิวเตอร์ที่ตัวเองถนัดแทน

แต่ในทางกลับกัน ซัมซุงผู้ผลิตทั้งสมาร์ทโฟนและเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านหลากหลายประเภทกลายเป็นผู้ครองตลาดสมาร์ทโฟน 5 นิ้ว หรือเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่าแฟเบ็ต (Phabet) ด้วยการนำ Galaxy Note บุกตลาดอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมีถึงรุ่น 2 และประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ทำให้บรรดาผู้ผลิตสมาร์ทโฟนหลายเจ้ารู้แจ้งเห็นจริง และมองเห็นว่าตลาดสมาร์ทโฟน 5 นิ้วยังมีขุมทรัพย์ให้ขุดอีกมาก ดังเช่น HTC Butterfly, Xperia Z และ OPPO Find 5 เหล่านี้ คือตัวอย่างของสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ที่จะบุกโลกปี 2013

ส่วนสมาร์ทโฟนไฮเอนด์ในปี 2013 คาดว่าจะกลับมาพร้อมขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่าเดิมคือขนาด 6 นิ้วกับความละเอียดหน้าจอพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นเป็น FullHD 1080 p นำทัพโดย Sony C660X หรือแม้แต่ Samsung Galaxy Note รุ่นต่อไปที่มีข่าวลือว่าจะมาพร้อมหน้าจอ 6.3 นิ้ว

flickr:8471526120
8GB-16GB-32GB-64GB อาจไม่พออีกต่อไปแล้ว

5. ถึงเวลาสมาร์ทโฟนความจุ 128GB

เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาสำนักข่าว IDG News Service รายงานว่า ปี 2013 ซัมซุงจะพร้อมเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่มาพร้อมความจุสูงสุด 128GB ด้วยเหตุผลจากผู้บริโภคมีความต้องการสมาร์ทโฟนความจุสูงสำหรับการเก็บภาพถ่ายความละเอียดสูง วิดีโอหรือเพลงที่นับวันเริ่มมีคุณภาพและขนาดไฟล์ที่ใหญ่ขึ้นกว่าเมื่อก่อน

ถึงแม้รายละเอียดของข่าวจะยังไม่ชัดเจนแต่เมื่อประกบกับข่าวที่ซัมซุงเคยเลือกใช้หน่วยความจำขนาดเล็กตัวใหม่ในชื่อ eMMC (embedded MultiMediaCard) กับความจุ 128GB พร้อมความเร็วในการอ่านข้อมูลถึง 140 เมกะไบต์ต่อวินาที ในขณะที่การเขียนไฟล์จะมีความเร็วประมาณ 50 MB เมกะไบต์ต่อวินาทีในแท็บเล็ตวินโดวส์ 8 ATIV Smart PC ก็เป็นเสียงบอกได้ว่าการพัฒนาสมาร์ทโฟนความจุ 128GB ของซัมซุงดูจะไม่ใช่เรื่องยากนัก ซึ่งเราอาจมีโอกาสได้เห็นสมาร์ทโฟน 128GB จากแบรนด์ซัมซุงในงาน Mobile World Congress ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

flickr:8470429733
โลกยานยนตร์จะผนวกร่วมกับโลกไอที ปี 2013 ต้องจับตา

6. สมาร์ทโฟนรวมร่างสมาร์ทคาร์

รถยนต์ส่วนบุคคลที่ใช้บนถนนทุกวันนี้เริ่มอัจฉริยะมากยิ่งขึ้นเพราะผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับรถยนต์ทำให้สามารถควบคุมการเล่นเพลง รวมถึงกำหนด Playlist ในการเล่นเพลงได้อย่างเป็นหนึ่งเดียว

แต่ในปี 2013 ตั้งแต่แอปเปิลประกาศจะอัปเดตให้ Siri รองรับระบบ Handsfree ในรถยนต์เริ่มตั้งแต่ต้นปีนี้ จากแบรนด์ Honda, Toyota, BMW ทำให้กระแสสมาร์ทคาร์กำลังถือกำเนิดขึ้น โดยความสามารถหลัก คือ สามารถนำไอโฟนตั้งแต่รุ่น 4s ขึ้นไปเชื่อมต่อกับรถยนต์ผ่านบลูทูธและใช้เสียงสั่งงานโดยสมองกล Siri จะเป็นส่วนประมวลและแสดงผลรวมทั้งสามารถบอกเส้นทางการเดินทางที่ผู้ใช้ต้องการไปได้แบบเทิร์นบายเทิร์น

ในขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์เองก็กำลังจะคลอดแอปฯ ควบคุมรถยนต์จากสมาร์ทโฟนออกมา โดยการควบคุมจะสามารถทำได้ตั้งแต่ตรวจสอบเกจน้ำมัน เก็บสถิติรอบวิ่งรถหรือสามารถคำนวณเส้นทางเก็บสถิติการวิ่งรถด้วยความสามารถของ GPS ในสมาร์ทโฟนได้

และนี่ก็คือส่วนหนึ่งของเทรนด์สมาร์ทโฟนปี 2013 จะเห็นว่าตลาดสมาร์ทโฟนในวันนี้เติบโตและขยายขอบเขตความสามารถออกไปอย่างไม่สิ้นสุด นับตั้งแต่ช่วงแรกที่สมาร์ทโฟนทำได้เพียงแค่เช็กอีเมล เล่นเว็บไซต์จนปัจจุบันสมาร์ทโฟนสามารถควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์และอื่นๆ ได้ ดังเช่นในปี 2013 หรือจะเรียกว่าเป็นปีที่สมาร์ทโฟนกำลังอยู่ในช่วงการผลัดเปลี่ยนจากเทคโนโลยีเดิมไปสู่ความสามารถใหม่ที่เหนือชั้นมากขึ้น

บทความโดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2556

สรุปบทความ

มีการคาดการณ์ว่าตลาดสมาร์ทโฟนในปี 2013 จะแข่งขันกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะเหล่าบรรดาผู้ผลิตต่างต้องการที่จะกินส่วนแบ่งเค้กก้อนใหม่อย่างตลาดสมาร์ทโฟนหน้าจอ 5 นิ้วขึ้นไปพร้อมๆ กับการมาของระบบปฏิบัติการใหม่อย่างแบล็กเบอร์รี่ (BB10) รวมถึงวินโดวส์โฟน 8 ที่อยู่ในช่วงกำลังตั้งตัว

1. แบล็กเบอร์รี่จะกลับมา
แบล็กเบอร์รี่ 10 ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ QNX ในชื่อ Black Berry Z10 ที่มาพร้อมจุดเด่นที่การรองรับมัลติทาร์คกิ้งเต็มรูปแบบ รวมถึงคีย์บอร์ดใหม่ที่ฉลาดขึ้น กล้องดีขึ้น และฟีเจอร์ทุกอย่างทัดเทียมกับแอนดรอยด์และไอโอเอส พร้อมอัปเดตสเปกเครื่องเพื่อหวังปิดจุดบอดของตน

2. กำเนิด Firefox Phone ราคาประหยัด
ช่วงปลายปี 2012 ที่ผ่านมา เจ้าแห่งเว็บบราวเซอร์ Mozilla ได้เผยโอเอสรุ่นทดสอบของตนในชื่อ Firefox OS ที่พัฒนาด้วยโค้ด HTML5 ทั้งหมด โดย Mozilla ตั้งใจจะนำ Firefox OS มาบุกตลาดสมาร์ทโฟนราคาประหยัดในปี 2013 ด้วยราคาที่ Mozilla ตั้งไว้เริ่มต้นเพียง 3-4 พันบาท ในขณะที่ฟีเจอร์และประสิทธิภาพเทียบเคียงกับแอนดรอยด์และไอโอเอส เพราะสามารถติดตั้งแอป จากสโตร์ที่พัฒนาได้ง่ายด้วยโค้ด HTML5 ซึ่งปัจจุบัน Facebook, twitter และ YouTube ก็สามารถใช้งานในรูปแบบ HTML5 ได้แล้ว

3. ชิปควอดคอร์กับสมาร์ทโฟนระดับกลาง-ล่าง
มีเดียเทก คือหนึ่งในผู้ผลิตชิปที่มักถูกเลือกใช้บริการอยู่บ่อยครั้งจากแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระดับกลาง-ล่าง ดังนั้นปีหน้าชิปควอดคอร์ถูกคาดการณ์ว่าจะกลายเป็นมาตรฐานหลักของการผลิตสมาร์ทโฟนไปโดยปริยาย

4. สมาร์ทโฟน 5 นิ้วเกลื่อนเมือง ไฮเอนด์โฟนต้อง 6 นิ้ว
ปัจจุบันสมาร์ทโฟนขนาด 5 นิ้วกำลังประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ทำให้บรรดาผู้ผลิตสมาร์ทโฟนมองเห็นว่าตลาดสมาร์ทโฟน 5 นิ้วยังมีความต้องการอีกมาก ส่วนสมาร์ทโฟนไฮเอนด์ในปี 2013 คาดว่าจะกลับมาพร้อมขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่าเดิมคือขนาด 6 นิ้วกับความละเอียดหน้าจอพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นเป็น FullHD 1080 p

5. สมาร์ทโฟนรวมร่างสมาร์ทคาร์
ไอโฟนตั้งแต่รุ่น 4s ขึ้นไปสามารถเชื่อมต่อกับรถยนต์ผ่านบลูทูธและใช้เสียงสั่งงานโดยสมองกล Siri จะเป็นส่วนประมวลและแสดงผลรวมทั้งสามารถบอกเส้นทางการเดินทางที่ผู้ใช้ต้องการไปได้แบบเทิร์นบายเทิร์น ในขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์เองก็กำลังจะสร้างแอป ควบคุมรถยนต์จากสมาร์ทโฟนออกมา โดยการควบคุมจะสามารถทำได้ตั้งแต่ตรวจสอบเกจน้ำมัน เก็บสถิติรอบวิ่งรถหรือสามารถคำนวณเส้นทางเก็บสถิติการวิ่งรถด้วยความสามารถของ GPS ในสมาร์ทโฟนได้

จะเห็นว่าตลาดสมาร์ทโฟนในวันนี้เติบโตและขยายขอบเขตความสามารถออกไปอย่างไม่สิ้นสุด นับตั้งแต่ช่วงแรกที่สมาร์ทโฟนทำได้เพียงแค่เช็กอีเมล์ ดังเช่นในปี 2013 หรือจะเรียกว่าเป็นปีที่สมาร์ทโฟนกำลังอยู่ในช่วงการผลัดเปลี่ยนจากเทคโนโลยีเดิมไปสู่ความสามารถใหม่ที่เหนือชั้นมากขึ้น

วิเคราะห์บทความ

ในปัจจุบันจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนทั่วโลกเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งจำนวนที่มากขนาดนี้ก็เป็นตลาดที่ผู้ผลิตเจ้าต่างๆ ต่างหมายที่จะแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดนี้ ทำให้เราเห็นการพัฒนาการในสมาร์ทโฟนอย่างรวดเร็ว

จากการเก็บข้อมูลของ Online Publishing Associates ได้แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้ใช้งานสมาร์ทโฟนในกิจกรรมใดบ้าง มากน้อยเท่าไหร่

flickr:8470429823

จากสถิติจะเห็นได้ว่าการใช้งานส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อรับข่าวสารข้อมูล และเพื่อความบันเทิง จนในตอนนี้สมาร์ทโฟนได้ก้าวมาเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญกับการดำเนินชีวิต

แล้วอะไรเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เกิดการพัฒนาปรับเปลี่ยนตามหัวข้อในบทความข้างต้นบ้าง จะขอวิเคราะห์ดังต่อไปนี้

1. แบล็คเบอร์รี่กับการพัฒนาเพื่อความอยู่รอด
แบล็คเบอร์รี่ เป็นโทรศัพท์มือถือ ที่ถือว่าเป็นที่นิยมมาหลายปีแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีสองปีที่ผ่านมาแบล็คเบอร์รี่ได้กลายเป็นโทรศัพท์ที่คนส่วนใหญ่อยากได้ไว้ใช้งาน และด้วยความนิยมที่มีมากขึ้น รวมทั้งความสามารถของแบล็คเบอร์รี่ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานที่ต้องการติดต่อ เชื่อมต่อสื่อสารกันอย่างครบวงจร ซึ่งจุดเด่นของแบล็คเบอร์รี่ก็คือ บริการพุชเมล์ที่สามารถรับอีเมล์ส่งตรงถึงเครื่องแบล็คเบอร์รี่ หรือจะเป็นการแชตผ่านระบบเครือข่ายแบล็คเบอร์รี่ (แบล็คเบอร์รี่เมสเซนเจอร์) ที่ได้รับความนิยมมากๆ และความสามารถอื่นๆอีกมากมาย ทำให้ไม่ต้องสงสัยเลยว่า แบล็คเบอร์รี่เป็นที่นิยมในกลุ่มนักธุรกิจ ดารา วัยรุ่น และคนทั่วไป

แต่เมื่อการเข้ามาของระบบปฏิบัติการ IOS และแอนดรอยที่ตอบโจทย์การสื่อสารได้ไม่แพ้แบล็คเบอร์รี่ อีกทั้งยังมีแอพริเคชั่นที่ตอบสนองความต้องการด้านความบันเทิง ทำให้แบล็คเบอร์รี่ที่ยังไม่มีความแข็งแกร่งด้านแอพริเคชั่นและลักษณะตัวเครื่องที่ไม่อำนวยต่อการใช้เพื่อความบันเทิง เช่น ดูหนัง เล่นเกมส์เนื่องจากมีหน้าจอที่เล็กและโดนหน้าจอทัชกรีนตีตลาด ค่อยๆเสื่อมความนิยมลง
การปรับตัวของแบล็คเบอร์รี่ในปี 2013 BlackBerry ได้ออกมาเปิดตัวอุปกรณ์ BlackBerry 10 พร้อมกันถึง 2 รุ่น ในชื่อว่า Z10 และ Q10 ที่มีทั้ง 2 สีคือขาวและดำ แต่ยังใช้ Concept เดิมอย่าง “Action” ที่ทำได้ดีขึ้นเพราะ BB10 เหมาะแก่การใช้งาน E-Mail, ถ่ายภาพและใช้งาน Applications มากขึ้นต่างออกไปจากรุ่นเดิมอีกด้วย

2. ทำไมต้อง Firefox phone
ที่ผ่านมา Firefox เป็นหนึ่งใน search engine ของ Google แต่ระยะหลังเริ่มสู้ Chrome ไม่ได้ทั้งเรื่องความเร็วและความสวยงาม ทาง Mozilla จึงหันมาให้ความสนใจในตลาดของแอพริเคชั่นในมือถือ เพราะเห็นช่องว่างว่าการที่จะทำให้แอพริเคชั่นแต่ละตัวสามารถใช้ในสมาร์ทโฟนได้ทุกระบบปฏิบัติการเป็นเรื่องยาก Boot to Gecko จึงเข้ามาเพื่อตอบสนองนักพัฒนา เพราะว่านักพัฒนาจะสามารถเขียนแอพริเคชั่น ได้ด้วยภาษาที่ใช้พัฒนาเว็บไซด์ทั่วไป เช่น html5, css3, java script นอกจากนั้น App พวกนี้ยังใช้ได้ในมือถือค่ายอื่นด้วย เพราะมือถือค่ายอื่นก็ต้องมี Broswer และ Browser ก็สามารถประมวณผล App จากภาษาพวกนั้นได้อยู่แล้ว อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือจำนวนของผู้ใช้มือถือมีมากกว่าจำนวนผู้ใช้คอมพิวเตอร์นั่นเอง

3. ทำไมต้องเป็นชิปควอดคอร์
นอกจากตลาดสมาร์ทโฟนจะแข่งขันกันสูงแล้ว อุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบก็มีการแข่งขันกันสูงเช่นกัน เพราะนอกจาก มีเดียแทกแล้วยังมี Tegra 3 หรือ ซัมซุงที่เป็นเพียงไม่กี่ค่ายผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่สามารถพัฒนาชิปเซตได้เอง

ทำไมต้องเป็นชิปควอดคอร์ เหตุเพราะสมาร์ทโฟนในปัจจุบันนั้นเน้นที่ความเพรียวบางทำให้อุปกรณ์ที่อยู่ภายในต้องเล็กตามไปด้วย ในทางตรงกันข้ามประสิทธิภาพในการประมวลผลต้องต้องมากขึ้นด้วย ชิปควอดคอร์สามารถที่จะมาตอบโจทย์ในช่วยนี้ได้ กล่าวคือ นอกจากจะมีขนาดที่เล็กแล้วยังมีความรวดเร็วในการประมวลผล กินไฟต่ำ ในอนาคตเราจึงจะเห็นชิปประเภทนี้ในสมาร์ทโฟนอย่างแพร่หลาย

4. ทำไมสมาร์ทโฟนต้องใช้จอขนาด 5 – 6 นิ้ว
ในยุคที่เมื่อก่อนมือถือแต่ละค่ายแข่งขันกันที่จะพยายามในการทำให้มือถือมีขนาดเล็กที่สุด แต่ในยุคปัจจุบันแต่ละค่ายกลับเพิ่มขนาดสมาร์ทโฟนของค่ายตนเองให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 5 หรือ 6 นิ้ว ไม่เว้นแม้แต่ Iphone 5 ที่ยังต้องยอมเพิ่มขนาดหน้าจอของตนเองให้ยาวขึ้น ทั้งหมดนี้มีผลมาจากที่การใช้งานในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง กล่าวคือ เมื่อก่อนมือถือมีไว้เพียงโทรเข้าออก และส่งข้อความ แต่ปัจจุบัน นอกจากที่เราจะใช้สมาร์ทโฟนในการติดต่อสื่อสารแล้ว เรายังใช้เพื่อความบันเทิง เช่น ดูหนัง เล่นเกมส์ ท่องเว็บ เป็นต้น การที่หน้าจอต้องเพิ่มขนาดขึ้นก็เพื่อให้เกิดอรรถรสในการใช้งานนั่นเอง เราคงไม่อยากที่จะหรี่ตาเพื่อเพ่งดูหนังจากหน้าจอเล็กๆ แน่ๆ ทำให้ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมในปัจจุบัน ความนิยมของผู้ใช้งานจึงเปลี่ยนแปลงไปจากแต่ก่อนโดยสิ้นเชิง

5. สมาร์ทโฟนกับการรวมร่างกับสมาร์ทคาร์
ทำไมสมาร์ทคาร์ถึงถูกเลือกให้รวมร่าง หรือ อีกความหมายหนึ่งหมายถึงการเชื่อมต่อกันหรือผนวกการทำงานเข้าด้วยกันระหว่างสมาร์ทโฟนและสมาร์ทคาร์ ปัจจุบันเราปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารถเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จำเป็นสำหรับคนเมือง ผู้พัฒนาเองจึงเล็งเห็นช่องทางที่จะนำเทคโนโลยีของสมาร์ทโฟนมาเชื่อมโยงกลับการทำงานของรถเพื่อก่อให้เกิดความเป็นสมาร์ทคาร์ เช่น การเพิ่มความปลอดภัยต่อตัวรถเองในกรณีที่เพื่อป้องกันการโจรกรรม หรือที่เคยเห็นที่น่าสนใจก็คือการตรวจจับว่ารถของตนจอดอยู่ที่ไหนโดยใช้สัญญาณดาวเทียมในการค้นหาและแสดงผลผ่านหน้าจอมือถือ หากลืมว่าตนเองจอดไว้ที่ใด หรือลืมล็อกรถก็จะมีสัญญาณแจ้งทันที ไม่เพียงแต่ป้องกันรถการโจรกรรมเท่านั้น เทคโนโลยีในมือถือยังช่วยเสริมความปลอดภัยระหว่างขับขี่อีกด้วย เช่น การใช้ voice demand ในระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟนต่างๆ เพื่อใช้สั่งการทำงานอุปกรณ์ต่างๆในรถ เพื่อที่ผู้ขับขี่จะได้มีสมาธิในการควบคุมรถมากขึ้นไม่ต้องมัวแต่เอื้อมมือไปปรับอุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถขณะขับขี่

จากบทความที่ยกมาเสนอข้างต้น จะเห็นได้ว่าในปี 2013 นี้ จะเป็นอีกปีหนึ่งที่การแข่งขันในตลาดของสมาร์ทโฟนจะเป็นไปอย่างดุเดือด และจะมีการพัฒนาทั้งตัวสมาร์ทโฟนและแอพริเคชั่นต่างๆ ให้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ก็เพื่อความอยู่รอดทางธุรกิจของผู้ผลิตเอง

จากทฤษฎีที่มีการกล่าวไว้ว่าการเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีอาจจะนำมาซึ่งความเสี่ยงของธุรกิจ อาจจะใช้ได้ในมุมของผู้บริโภค แต่ในมุมของผู้ผลิตเอง คำกล่าวนี้อาจจะไม่สามารถใช้ได้กับธุรกิจนี้ได้ทั้งหมด เนื่องจากท่ามกลางกระแสของความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ผู้ผลิตต่างแข่งขันที่จะคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่แตกต่างจากคู่แข่ง และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค การที่ช้ากว่าคู่แข่งไปเพีบงเล็กน้อย อาจหมายถึงการเสียโอกาสทางธุรกิจมูลค่ามหาศาล และผู้ผลิตเองก็ไม่อาจที่จะมัวแต่ติดอยู่กับเทคโนโลยีเดิมๆ ของตนเองได้ตลอด

แต่ผู้ที่จะได้รับอนิสงค์จากการแข่งขันนี้คงหนีไม่พ้นผู้บริโภคอย่างพวกเรา ที่จะมีทางเลือกในการใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้น ไม่เพียงแต่การแข่งขันทางเทคโนโลยีที่ทำให้เราได้ใช้สมาร์ทโฟนดีๆ เท่านั้น การแข่งขันนี้ยังทำให้ราคาของสมาร์ทโฟนลดต่ำลงจากเมื่อก่อนอย่างเห็นได้ชัด เพียงแต่ผู้บริโภคเองต้องรู้จักที่จะเลือกใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ให้เป็น กล่าวคือ เลือกใช้อะไรที่เหมาะสมกับระดับการใช้งานของตนเอง เพราะยิ่งเป็นสมาร์ทโฟนที่สเปคสูงเท่าใดก็หมายความถึงราคาที่จะสูงขึ้นตามนั้น ซึ่งอาจทำให้สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ
เวลาในการใช้เทคโนโลยีก็ควรให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ควรให้ความสนใจกับสิ่งรอบข้างบ้าง ไม่ใช่ใช้เวลาอยู่แต่กับสมาร์ทโฟน โดยหลงลืมการปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง หรืออาจทำให้ขาดสมาธิในการทำอย่างอื่น ซึ่งอาจนำมาสู่อันตรายต่อร่างกายและทรัพย์สินได้

เว็บไซด์อ้างอิง
1. http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9560000016502
2. http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1345725125&grpid=03&catid=04&subcatid=0401

จัดทำโดย
น.ส.ปาริชาต เหลืองธนหิรัณย์
Y 34 No.5510221003

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License