จับตาอนาคต 'แบล็คเบอร์รี่' ก้าวย่างสู่ยุคใหม่

สรุปข่าว

flickr:8471403420

หลังจากที่ แบล็คเบอร์รี่ ประกาศเปิดตัว แบล็คเบอร์รี่ 10 ดีไซน์และนวัตกรรมของแบล็คเบอร์รี่ แพลตฟอร์ม พร้อมกับการเปิดตัวสมาร์ทโฟน 2 รุ่นใหม่ล่าสุดที่สามารถรองรับเทคโนโลยี LTE ได้แก่ แบล็คเบอร์รี่ Z10 สมาร์ทโฟน (รุ่นหน้าจอสัมผัสทั้งหมด) และ แบล็คเบอร์รี่ Q10 สมาร์ทโฟน (รุ่นผสานหน้าจอสัมผัสและคีย์บอร์ด) ที่จะทำงานบนระบบปฏิบัติการแบล็คเบอร์รี่ 10 ที่ให้สรรพคุณไว้ว่า จะให้ประสบการณ์การใช้งานที่ฉลาด รวดเร็ว ไร้ช่องโหว่ เหนือกว่าแบล็คเบอร์รี่ทุกรุ่น โดยสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นนี้ภายในงานเปิดตัวที่มีการจัดขึ้น ณ เวลาเดียวกันในหลายๆ เมือง ได้แก่ นิวยอร์ก โตรอนโต ลอนดอน ปารีส ดูไบ และ โจฮันเนสเบิร์ก อีกด้วย

นายธอร์สเทน ไฮน์ส ประธานและซีอีโอ ของแบล็คเบอร์รี่ กล่าวว่า การเปลี่ยนชื่อจากรีเสิร์ช อิน โมชั่น (ริม) มาเป็นแบล็คเบอร์รี่ จะเป็น อีกช่วงเวลาสำคัญที่บันทึกอยู่ในประวัติความเป็นมาของบริษัท ริม เป็นผู้บุกเบิกและพัฒนาแบล็คเบอร์รี่สมาร์ทโฟน และได้เปลี่ยนแปลงวิธีการติดต่อสื่อสารของผู้คนหลายล้านทั่วโลก เราได้นำนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ที่มีอยู่ มาต่อยอดและพลิกโฉมโมบายล์คอมพิวติ้งด้วยการนำเสนอแบล็คเบอร์รี่ 10 ซึ่งจากการเปิดตัวแบล็คเบอร์รี่ 10 สู่ตลาดโลกในวันนี้ จึงถือเป็นเวลาอันเหมาะสมที่เราจะมุ่งหน้าการดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อใหม่ ในนามแบล็คเบอร์รี่ ที่เป็นสัญลักษณ์ของบริษัท

ด้าน นายแฟรงค์ โบลเบน ประธานฝ่ายการตลาด แบล็คเบอร์รี่ กล่าวว่า นอกทวีปอเมริกาเหนือ ผู้คนส่วนใหญ่จะรู้จักเราในนามแบล็คเบอร์รี่ ซึ่งความแข็งแกร่งของแบรนด์ ได้เปิดประตูให้เราสามารถเข้าไปสร้างช่องทางการตลาดใหม่ รวมถึงตลาดที่กำลังพัฒนา ในเวลานี้ เราขอแสดงจุดยืนของบริษัท ผ่านการสร้างแบรนด์ที่ชัดเจนไปทั่วโลก และมีแนวทางการตลาดที่เป็นหนึ่งเดียว

ขณะที่ นายแดเนียล เลวิตาส์ รองประธานกลุ่ม ฝ่ายการวิจัยกลุ่มผู้บริโภค ลูกค้า และสื่อใหม่ ของไอดีซี กล่าวว่า ชื่อแบล็คเบอร์รี่ มีความพ้องกันทั้งชื่อบริษัทและผลิตภัณฑ์ และการเปลี่ยนชื่อในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของบริษัท พร้อมกับการเปิดตัวแบล็คเบอร์รี่ 10 สมาร์ทโฟนและแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ

แบล็คเบอร์รี่ยังได้นำเอา อลิเชีย คีย์ส นักร้อง นักแต่งเพลง และนักธุรกิจ ผู้ชนะรางวัลแกรมมี่มาแล้ว 14 ครั้ง มานั่งในตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ระดับโลก โดยจะเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์แนวคิดทางธุรกิจใหม่ ที่จะช่วยขับเคลื่อนความมุ่งมั่นของแบล็คเบอร์รี่ รวมถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ เธอจะเริ่มทำงานอย่างใกล้ชิดกับนักพัฒนาแอพพลิเคชั่น ผู้คิดค้นคอนเทนต์ พันธมิตรค้าปลีก ผู้ให้บริการเครือข่าย และเครือข่ายธุรกิจสายบันเทิง เพื่อกำหนดแนวทางและยกระดับแบล็คเบอร์รี่ 10 แพลตฟอร์ม และสร้างแรงบันดาลใจเชิงสร้างสรรค์ด้วยการใช้งานแบล็คเบอร์รี่

คีย์ส กล่าวว่า แนวคิด ของการเชื่อมต่อแบบไร้ขีดจำกัด จะเป็นหัวใจหลักของกระบวนการนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ โดยหลังจากที่ได้ใช้แบล็คเบอร์รี่ 10 มาระยะหนึ่ง ต้องยอมรับว่าประทับใจกับสุดยอดนวัตกรรมนี้เป็นอย่างยิ่ง ที่พลิกโฉมประสบการณ์ใหม่แบบครบวงจร เชื่อว่าแพลตฟอร์มแบล็คเบอร์รี่ 10 มีศักยภาพในการส่งเสริมผู้มีความคิดสร้างสรรค์ให้สามารถสร้างผลงานออกมาได้ มากยิ่งขึ้น และในขณะเดียวกัน ก็จะช่วยเติมความคิดสร้างสรรค์ให้กับผู้ที่มีศักยภาพ นี่คือช่วงเวลาที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะเรามีระบบสื่อสารและเทคโนโลยีที่มีความล้ำหน้าเป็นที่สุด ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ระดับโลก เป้าหมาย คือการผลักดันความคิดสร้างสรรค์ผ่านแพลตฟอร์มแบล็คเบอร์รี่ 10

ด้าน เว็บไซต์ http://www.v3.co.uk สัมภาษณ์ นักวิเคราะห์ นายมาลิค ซาอาดิ นักวิเคราะห์ด้านโทรคมนาคมของอินโฟมา (Informa) ให้ความเห็นว่า แบล็คเบอร์รี่สามารถตั้งเป้าขายผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่นี้ได้ถึง 1 ล้านเครื่องในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ เนื่องจากปัจจัยที่ตลาดสมาร์ทโฟนเติบโตรวดเร็ว แต่สิ่งที่ตามมาคือคำถามที่สงสัยถึงความสามารถในด้านกลยุทธ์ทางการตลาด ขณะที่สิ่งที่เหนือไปกว่ายอดขายนั่น คือ การฟื้นฟูความเชื่อมั่นทั้งจากนักลงทุนและผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ แบล็คเบอร์รี่

นักวิเคราะห์ด้านโทรคมนาคมของอินโฟมา กล่าวว่า คุณสมบัติระดับไฮเอนด์ของรุ่น Z10 จะทำให้แพลตฟอร์มส่วนใหญ่จับตลาดผู้ใช้งานในตลาดพรีเมี่ยม ที่จะมีความสำคัญ ในการคงรักษาพื้นที่ธุรกิจไว้ ดังนั้นไม่ต้องสงสัย BlackBerry Z10 ต้องการที่จะเกลี้ยกล่อมผู้ใช้ทางธุรกิจและผู้บริโภคขั้นสูงหันกลับมาใช้งานบีบี เนื่องจากผู้ใช้งานกลุ่มนี้สนใจด้านความสามารถในการใช้งาน และประสิทธิภาพในการสร้างสรรค์งานมากกว่า ราคาของเครื่องที่อยู่ในระดับสูง

ที่มา
http://www.v3.co.uk/v3-uk/analysis/2240334/market-must-be-patient-with-blackberry-10

บทวิเคราะห์

ก่อนหน้านี้ Blackberry หรือที่เราเรียกกันว่า “BB” นั้นมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่สามารถรับ-ส่งอีเมล์จากโทรศัพท์มือถือหรือพีดีเอได้ทันทีผ่านเครือข่าย GPRS หรือ EDGE ก็ได้ ซึ่งทำให้เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นอย่างแพร่หลาย นอกจากกลุ่มวัยรุ่นแล้ว BB ยังนิยมใช้ในหน่วยงานราชการและเอกชนต่างๆ อีกด้วย และหลังจากที่กระแส Blackberry ได้ตกต่ำลง และเริ่มเงียบหายไปในช่วงปีที่ผ่านมา ทำให้หลายๆคนคิดว่า Blackberry กำลังจะจบลงแล้ว แต่ทาง Blackberry ได้ทำการเปลี่ยนแปลงระบบปฏิบัติการเดิมทั้งหมดและได้ทำการสร้างระบบใหม่ขึ้น นั่นก็คือระบบปฏิบัติการ Blackberry 10 นั่นเอง

ปัจจุบันในตลาดจะมีคู่แข่งเพียงแค่ 2 รายเท่านั่นคือ แอนดรอยด์จากกูเกิล และไอโอเอสจากแอปเปิล แต่การมาของวินโดวส์โฟน 8 ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทำให้ชาวไอทีได้รู้จักว่าในโลกธุรกิจสมาร์ทโฟนกำลังจะมีผู้เล่นหน้าใหม่ถือกำเนิดขึ้น เช่นเดียวกัน Blackberry ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Blackberry10 โดยเปลี่ยนจาก JAVA มาเป็น QNX ที่มาพร้อมจุดเด่นที่การรองรับมัลติทาร์กกิ้งเต็มรูปแบบ รวมถึงคีย์บอร์ดใหม่ที่ฉลาดขึ้น กล้องดีขึ้น และฟีเจอร์ทุกอย่างทัดเทียมกับแอนดรอยด์และไอโอเอส พร้อมอัปเดตสเปกเครื่องเพื่อหวังปิดจุดบอดของตน ทำให้สถานการณ์แข่งขันนั้นจะเริ่มรุนแรงขึ้นอย่างแน่นอน

วิเคราะห์ SWOT

จุดแข็ง (Strengths)
การทำงานของ Blackberry นั้นทำได้ไหลลื่นและมีประสิทธิภาพเทียบเท่าคู่แข่ง อื่นๆและยังได้ปรับปรุงการให้บริการ Application ให้เพิ่มขึ้นกว่า 70,000 App เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลายของผู้บริโภค ทำให้เมื่อเปิดตัว Blackberry Z10 และ Blackberry Q10 จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าจับตามองโดย จอแสดงผลของ BlackBerry Z10 นับเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งเลยก็ว่าได้ ด้วยขนาดใหญ่ถึง 4.2 นิ้ว พร้อมความละเอียดที่ 1280 x 768 พิกเซล ซึ่งสามารถเอาชนะ Retina Display ของ iPhone 5 ในเรื่องของความละเอียดหน้าจอไปอยู่ที่ 356 พิกเซล/นิ้ว ส่วน Blackberry Q10 นั้นก็เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ใช้งานที่ไม่อยากจะไปวุ่นวายกับจอสัมผัสมากนักด้วยการออกแบบที่สามารถใช้งานได้ทั้งแบบสัมผัสและคีย์บอร์ดก็ได้ ซึ่งทั้งสองผลิตภัณฑ์นี้ถือเป็นความโดดเด่นเลยทีเดียวสำหรับการเริ่มต้นใหม่ในปีนี้

จุดอ่อน (Weeks)
Blackberry เคยเป็นที่นิยมอยู่ในระยะหนึ่ง แต่การมาของ Apple ที่เปิดตัว I-Phone ออกมา ทำให้ Blackberry มียอดขายและความนิยมน้อยลงไปอย่างมาก ซึ่งเกิดจากการที่ทาง Blackberry มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช้ากว่าทางค่ายอื่นๆ ซึ่งจะเกิดคำถามที่ว่า Blackberry จะสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้หรือไม่ เมื่อค่ายอื่นได้พัฒนาผลิตภัณฑ์และมีการเปิดตัวก่อนทาง Blackberry ค่อนข้างนานพอสมควร ประกอบกับการที่ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนามาก็ไม่ค่อยมีความแตกต่างกับผลิตภัณฑ์ของค่ายอื่น

โอกาส (Opportunities)
ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคหันมานิยม Social Network และต้องการ ความสะดวกในการติดต่อสื่อสารมากขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากกลุ่มที่ใช้งานอีเมลมากๆ ในแต่ละวันจะรับส่งอีเมลเฉลี่ยคนละ20 อีเมล และออนไลน์เกือบตลอดทั้งวันที่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์-ตลาดโทรศัพท์มือถือ มีอัตราการขยายตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะตลาดสมาร์ทโฟน ที่ครองส่วนแบ่งตลาดในประเทศไทยมากถึง 40% กลุ่ม Trend Setter ขยายวงกว้างมากขึ้น เทคโนโลยีสื่อสารรองรับการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น GPRS Wi-Fi และ 3G ซึ่งจากการพัฒนาและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้ทำให้ Blackberry มีโอกาสที่จะไปแย่งส่วนแบ่งการตลาดกลับมาได้ และทางบริษัท ยังได้ อลิเชีย คีย์ส นักร้อง นักแต่งเพลง และนักธุรกิจ ผู้ชนะรางวัลแกรมมี่มาแล้ว 14 ครั้ง มานั่งในตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ระดับโลก ซึ่งเป็นการสร้างสีสรรให้แก่องค์กรให้เป็นที่สนใจจากบุคคลภายนอกอีกด้วย

อุปสรรค (Threats)
บรรดาค่าต่างๆที่เป็นคู่แข่งของ Blackberry ต่างก็รุกทำการตลาดอย่างจิงจังเพื่อชิงตลาดทุกระดับ ซึ่งในแต่ละค่ายก็มีจุดเด่นเป็นของตัวเอง และมีการทำการตลาดอย่างต่อเนื่องโดยโฆษณาผ่านทางสื่อต่างๆ ทำให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายกว่าทาง Blackberry และการที่คู่แข่งอยู่ในตลาดมานานกว่าจะทำให้มีการพัฒนาเพื่อตอบสนองผู้บริโภคได้ดีกว่า นอกจากนี้การที่ Blackberry ขาดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้มีความนิยมลดลงเนื่องจากความล้าสมัยในผลิตภัณฑ์ ถึงแม้จะเปิดตัวรุ่นใหม่มา แต่ก็เป็นแค่การเดินตามหลังคู่แข่งที่ได้ทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์มาก่อน ซึ่งเทคโนโลยีก็ยังคงมีความคล้ายกับคู่แข่งและยังไม่เป็นที่โดดเด่นในสายตาผู้บริโภค

บทสรุป
Blackberry นั้นมีการเริ่มพัฒนาเพื่อเข้าสู่ตลาดการแข่งขันอย่างเต็มตัวหลังจากได้เปิดตัว Blackberry Z10 และ Blackberry Q10 รวมถึงการเปลี่ยนชื่อบริษัทจาก รีเสิร์ช อิน โมชั่น (ริม) มาเป็น Blackberry นั่นก็แสดงให้เห็นถึงการเริ่มต้นความท้าทายใหม่ๆของบริษัทเอง ซึ่งเป็นก้าวแรกของการเริ่มต้นยุคใหม่ที่รอคอยการกลับมาสู่ยุครุ่งเรืองอีกครั้ง ซึ่งทาง Blackberry จะต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีของตนให้โดดเด่นขึ้นไปกว่านี้อีกหากยังต้องการแข่งขันในตลาดต่อไปในอนาคต เนื่องจากคู่แข่งก็ยังคงมีการพัฒนาเทคโนโลยีอยู่เช่นกัน ในอนาคตคาดว่าจะมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นไปอีก เพราะต่างฝ่ายต่างก็สร้างความแตกต่างให้แก่ผลิตภัณฑ์ของแต่ละคน ซึ่งใครที่สามารถนำเทคโนโลยีมาทำให้ผู้บริโภคเกิดความพึงพอใจและมีการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอมากที่สุด ก็จะได้ครองส่วนแบ่งทางการตลาดมากที่สุด

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License