25 ปีบนเส้นทางอุตสาหกรรมไอทีของ SPARC

25 ปีบนเส้นทางอุตสาหกรรมไอทีของ SPARC
flickr:8472148245

พีซี แอนด์ แอสโซซิเอทส์ คอนซัลติ้ง — 7 กุมภาพันธ์ 2556 12:27 http://www.thaipr.net/it/458570

ปี 2556 ถือเป็นปีสำคัญอีกปีหนึ่งของบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่อย่างออราเคิล เพราะปีที่โปรเซสเซอร์ SPARC ถูกใช้งานมานานครบ 25 ปี ตลอดเวลากว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา SPARC และ Oracle Solaris ก่อให้เกิดระบบประมวลผลระดับองค์กรที่มีประสิทธิภาพมากมาย เป็นโปรเซสเซอร์ที่มีความพร้อมในการใช้งาน และมีความยืดหยุ่นในการปรับขนาดเหนือกว่าผลิตภัณฑ์คู่แข่ง สามารถแข่งขันกับระบบเมนเฟรมซึ่งครอบครองตลาดอยู่ในตอนนั้นได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ด้วยการนำเสนอประสิทธิภาพที่สูงกว่าแพลตฟอร์มคู่แข่ง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาระบบที่ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ SPARC มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ ให้เติบโต เช่น โทรคมนาคม ภาครัฐ การแพทย์ และบริการด้านการเงิน

มร. รอน โก๊ะ รองประธานอาวุโสฝ่ายขาย บริษัท ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา แพลตฟอร์ม SPARC กลายเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมสำหรับการรันแอพพลิเคชั่นที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินงาน ผลกระทบของ SPARC ต่ออุตสาหกรรมเห็นได้ชัดจากสโลแกนของเรา นั่นคือ รันระบบได้เหนือชั้นอย่างแท้จริงบน SPARC เท่านั้น
“การผสานรวม SPARC เข้ากับ Oracle Solaris นับเป็นก้าวย่างที่กล้าหาญในการผนวกรวมซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความแตกต่างภายใต้กลยุทธ์ของออราเคิล ปัจจุบันการผนวกรวมระบบแบบ full-stack ถือเป็นส่วนสำคัญของระบบ SPARC ทำให้ระบบดังกล่าวมีเสถียรภาพ ความยืดหยุ่นในการปรับขนาด และความปลอดภัยสูงสุดสำหรับแอพพลิเคชั่นระดับองค์กรที่สำคัญต่อการดำเนินงาน รวมถึงระบบคลาวด์”

แพลตฟอร์มดังกล่าวได้รับการพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเสนอสมรรถนะที่เหนือกว่าสำหรับลูกค้าองค์กร พร้อมด้วยเสถียรภาพ ความพร้อมใช้งาน และความยืดหยุ่นในการปรับขนาด ซึ่งนับเป็น “สามปัจจัยหลัก” ที่สำคัญ ปัจจุบัน ออราเคิลผลักดันการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้วยการจัดสรรงบประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์ต่อปีสำหรับงานวิจัยและพัฒนา ระบบที่ขับเคลื่อนด้วย SPARC มีประวัติที่ยาวนานในเรื่องของการสร้างสถิติใหม่ในด้านสมรรถนะของระบบ โดยจากการทดสอบประสิทธิภาพ ระบบที่ว่านี้สามารถสร้างสถิติใหม่ได้มากถึง 400 รายการ โดย 20 รายการเป็นสถิติที่ยังไม่ถูกทำลายจนถึงทุกวันนี้ รอนกล่าว

ซึ่งหลังจากออราเคิลได้เข้าซื้อกิจการของบริษัท ซัน ไมโครซิสเต็มส์ เมื่อปี พ.ศ 2553 วิศวกรด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของออราเคิลได้ทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างระบบแบบครบวงจรและโซลูชั่นแบบปรับแต่ง ซึ่งได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อยกระดับประสิทธิภาพสูงสุดในอุตสาหกรรม โดยออราเคิลมุ่งมั่นที่จะนำเสนอโปรเซสเซอร์ SPARC รุ่นใหม่ รวมถึงฮาร์ดแวร์สำหรับเซิร์ฟเวอร์ ทุกๆ 12 ถึง 18 เดือน และทุกวันนี้ ออราเคิลมีผลงานดีเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้เกี่ยวกับแผนการพัฒนา SPARC และ Oracle Solaris โดยออราเคิลพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับ SPARC ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และด้วยการเปิดตัวโปรเซสเซอร์ SPARC T4 ออราเคิลกำลังนำเสนอสมรรถนะที่สูงเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้

ออราเคิลมีการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ด้วยการใส่ซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูลไว้ในชิปโดยตรง ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2545 เป้าหมายสำคัญของออราเคิลคือการกำหนดให้ซอฟต์แวร์มีความยืดหยุ่นในการปรับขนาด ออราเคิลจึงโฟกัสที่การประมวลผลคำสั่งหรือเธรดดิ้ง (Threading) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น จนปัจจุบันนี้ชิป SPARC สามารถรองรับการประมวลผลได้มากถึง 1,000 เธรด ขณะที่ Oracle Solaris ได้รับการปรับแต่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดบนระบบที่มีทรัพยากรซีพียู หน่วยความจำ และแบนด์วิธจำนวนมาก โดยสามารถรองรับความท้าทายในด้านการจัดสรร จัดการ และปกป้องสภาพแวดล้อมคลาวด์ได้อย่างง่ายดาย

รอนอธิบายว่า เหตุผลที่ทำให้ลูกค้าในอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ยังคงลงทุนในแพลตฟอร์ม SPARC ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เป็นเพราะว่า เซิร์ฟเวอร์ Oracle SPARC ที่รัน Oracle Solaris ยังคงสร้างสถิติโลกในด้านประสิทธิภาพสำหรับแอพพลิเคชั่นระดับองค์กรที่หลากหลาย ลูกค้ามีความเชื่อมั่นในเซิร์ฟเวอร์ SPARC และเชื่อว่าเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้เหมาะสมสำหรับการรันแอพพลิเคชั่นสำคัญๆ ซึ่งต้องการประสิทธิภาพ ความพร้อมใช้งาน ความยืดหยุ่นในการปรับขนาด และเสถียรภาพสูงสุด และที่สำคัญก็คือ ระบบ SPARC ให้สมรรถนะสูง แต่มีราคาถูกกว่าระบบเมนเฟรมหลายเท่า

นอกจากนี้ SPARC ยังเป็นแพลตฟอร์มเดียวในปัจจุบันที่มีการเข้ารหัสข้อมูลบนชิป รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยของ Oracle Solaris โดยมีการผนวกรวมอย่างกลมกลืนเข้ากับฐานข้อมูล แอพพลิเคชั่นธุรกิจ และมิดเดิลแวร์ของออราเคิล รวมไปถึง Oracle Optimized Solutions ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าได้รับประโยชน์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการใช้ระบบที่ปรับปรุงดีขึ้น และความสามารถด้านเวอร์ช่วลไลเซชั่นแบบครบวงจรซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่ประการใด

เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้า ที่ไว้วางใจเราตลอดเวลาที่ผ่านมา ออราเคิลจึงได้มีการประกาศแผนพัฒนา SPARC ฉบับใหม่เมื่อปี 2553 และตลอดช่วงระยะเวลา 5 ปี แผนพัฒนานี้จะมุ่งเน้นการเพิ่มจำนวนคอร์ให้มากขึ้น 4 เท่า, เธรดเพิ่มขึ้น 32 เท่า, ความจุหน่วยความจำเพิ่มขึ้น 16 เท่า, ทรานแซคชั่นฐานข้อมูลเพิ่มขึ้น 40 เท่า และปฏิบัติการ Java ต่อวินาทีเพิ่มขึ้น 10 เท่า

สำหรับ Oracle Solaris จะมีตัวอัปเดตในปี 2556, 2557 และ 2558 ซึ่งจะสอดคล้องกับนวัตกรรมในส่วนของ SPARC และจะเพิ่มความพร้อมในการใช้งาน เพิ่มหน่วยความจำ ปรับปรุงเวอร์ช่วลไลเซชั่น ปรับปรุงการจัดการระบบ ปรับปรุง I/O และเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับขนาด

“นี่คือข่าวดีสำหรับบริษัทต่างๆ ที่ไว้วางใจในเทคโนโลยี SPARC และ Oracle Solaris สำหรับการรันแอพพลิเคชั่นธุรกิจที่มีความพร้อมใช้งานสูงในสภาพแวดล้อมแบบเวอร์ช่วล”

นอกจากนี้แผนพัฒนาดังกล่าวยังครอบคลุมการปรับปรุงเทคโนโลยีครั้งใหญ่ทุกๆ 2 ปี และยืนยันถึงความเชื่อมั่นของออราเคิลในการรักษาความเข้ากันได้ในระดับไบนารีของ SPARC/Oracle Solaris กับระบบหลายแสนเครื่องที่ได้รับการติดตั้งในช่วงเวลากว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา”

รายละเอียดเกี่ยวกับข่าว และบทวิเคราะห์

RISC คืออะไร

RISC (reduced instruction set computer) เป็นไมโครโพรเซสเซอร์ที่ออกแบบ เพื่อทำงานกับประเภทคำสั่ง (instruction) ของคอมพิวเตอร์จำนวนน้อย เพื่อทำให้ทำงานได้ที่ความเร็วสูง (ทำงานได้เป็น ล้านคำสั่งต่อวินาที) เนื่องจาก แต่ละประเภทของคำสั่ง ทำให้คอมพิวเตอร์ต้องเพิ่มทรานซิสเตอร์และวงจร ถ้ามีรายการ หรือกลุ่มขนาดใหญ่ จะทำให้ต้องสร้างไมโครโพรเซสเซอร์มีความซับซ้อนและการทำงานช้าลง

คำนี้ (RISC) ต้องให้เกียรติกับ David Patterson อาจารย์ใน University of California ใน Berkeley แนวคิดนี้ได้นำไปใช้กับไมโครโพรเซสเซอร์ SPARC ของ Sun Microsystems และเทคโนโลยี MIPS ของ Silicon Graphics
แนวคิดของ RISC ได้นำไปสู่ความคิดในการออกแบบไมโครโพรเซสเซอร์ ระหว่างการพิจารณาออกแบบว่า ทำอย่างไร จะทำให้คำสั่งสามารถตรงกับความเร็วนาฬิกา ของไมโครโพรเซสเซอร์ (ในทางทฤษฎีคือ 1 คำสั่ง สามารถทำงานใน 1 รอบนาฬิกา) ทำอย่างไรให้สถาปัตยกรรมง่ายขึ้นตามที่ต้องการ และทำอย่างไรให้ไมโครชิพ สามารถทำงานด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องมีการช่วยเหลือจากซอฟต์แวร์

SPARC เป็น MicroProcessor ที่มีสถาปัตยกรรมแบบ RISC ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท Sun Microsystem มาตั้งแต่ปี 1987 ใช้งานร่วมกันกับระบบปฏิบัติการ Sun Solaris เรื่อยมา จนถึงในปัจจุบันที่เวอร์ชั่น Solaris 11 ซึ่งถือได้ว่า Processor ตระกูล SPARC นั้น มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน สามารถยืนหยัดพัฒนาและแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง IBM SystemP ที่ใช้ Processor PowerX ที่รันบน AIX (X หมายถึง พัฒนามาหลายเวอร์ชั่น ตั้งแต่ตัวเลขน้อยๆ มาจนถึงในปัจจุบัน เป็น Power7) หรือ HP Processor ตระกูล iTanium ที่รันบน HP-UX ซึ่งทั้งหมดนี้ ล้วนเป็น Microprocessor ที่รันบนระบบปฏิบัติการ UNIX ทั้งสิ้น ซึ่งในองค์กรขนาดใหญ่ ที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับการประมวลผลขั้นสูงนั้น ล้วนใช้ระบบปฏิบัติการณ์แบบ UNIX และ Processor แบบ RISC ทั้งสิ้น เนื่องจากมีเสถียรภาพการทำงานที่เหนือกว่าสถาปัตยกรรมแบบ x86 มาก

เมื่อ Oracle ซื้อ SUN

เมื่อปี 2553 ได้มีข่าวหลายข่าว ถึงการจะถูกเข้า Take Over กิจการของทาง Sun Microsystem ในขณะนั้น จากบริษัทที่สนใจหลายราย ไม่ว่าจะเป็น IBM ซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรงของ SUN อยู่แล้ว หรือแม้กระทั่ง HP – Dell หรือ Cisco ก็ตาม จนกระทั่ง ม้ามืดอย่าง Oracle ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการได้สำเร็จ

ซึ่งในช่วงแรกๆ หลังจากการเข้าซื้อกิจการนั้น มีข่าวมากมาย ถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการซื้อกิจการนี้ ว่า Oracle จะทำเช่นไร กับ Product ของ SUN จะพัฒนา SPARC และ Solaris ต่อหรือไม่ หรือแม้กระทั่ง Database ของ SUN อย่าง MySQL ซึ่งเป็น Database ที่นักพัฒนาอิสระ ที่มีงบประมาณต่ำชอบ เนื่องจาก เป็น Product ที่ทับซ้อนกับ Oracle Database เอง และไม่น่าจะสร้างรายได้ให้กับ Oracle มากนัก

แต่เมื่อเวลาผ่านมา Oracle ก็ทำให้ความคลุมเครือนั้น จางหายไป อันที่จริงแล้ว Oracle นั้นเป็นองค์กรที่แข็งแกร่งทางด้าน Software โดยเฉพาะ Database และ Middle-Ware อยู่แล้ว เมื่อ Oracle ซื้อกิจการของ SUN ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ทางด้านเครื่องคอมพิวเตอร์ Server ประสิทธิภาพสูง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว Oracle ยังยืนยันที่จะพัฒนา SPARC Processor และ Solaris ต่อไป และไม่เพียงแค่นั้น หากแต่ Oracle ยังใช้ข้อดีที่องค์กรของตน มีทั้ง Hardware ที่เก่ง และ Software ที่เก่ง ผนึกกำลังด้วยกัน เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยในช่วงหลังๆ จะเห็นได้จากการออก Product ใหม่ๆ ที่ควบรวมเทคโนโลยีของทั้งสองเข้าด้วยกันเช่น

- Oracle Exadata Database Machine เป็นการนำเทคโนโลยีทาง Database ของ Oracle เอง มาผนวกกับ Hardware ของ Sun ที่ตนได้ซื้อไป พัฒนาการเชื่อมต่อเฉพาะอุปกรณ์ของตน ที่สามารถเก็บข้อมูล และเชื่อมต่อข้อมูลได้เร็วกว่าการมีเครื่อง Database หลายเครื่อง (คือเซิร์ฟเวอร์ที่ออกแบบมาสำหรับฐานข้อมูลของตัวเอง เน้นประสิทธิภาพที่ปรับแต่งโดยทีมวิศวกรของออราเคิล) ซึ่งในท้ายที่สุด IBM ก็ได้ออก IBM PureSystem เช่นเดียวกับ HP Violin ที่ต้องออก Product มาแข่งกับ Oracle เช่นกัน

- Oracle SPARC SuperCluster เป็นการประยุกเครื่อง Server กับ Database และพื้นที่เก็บข้อมูลเข้าด้วยกัน ด้วยประสิทธิภาพที่สูงของ Processor ตระกูล T4 ให้มีความสามารถมากขึ้นสำหรับแอพพลิเคชั่นระดับองค์กร ที่ต้องการพลังของการประมวลผลของแอพพลิเคชั่นที่สูขึ้นทุกวัน รวมไปถึง สามารถใช้เป็น Server สำหรับระบบ Cloud ได้เป็นอย่างดี

flickr:8472148209

SPARC’s Road Map

flickr:8472148295

จากแผนภาพ Road Map ข้างต้น จะเห็นได้ว่า Oracle มีแผนที่จะพัฒนาทั้ง SPARC Processor และระบบปฏิบัติการ Solaris ต่อไปอีกหลายปี โดยเน้นทั้งการพัฒนาทั้งในแง่ของประสิทธิภาพของการประมวลผล พัฒนาระบบปฏิบัติการ พัฒนาระบบฐานข้อมูล รวมไปถึงการควบรวมอุปกรณ์และซอฟต์แวร์เข้าด้วยกัน ซึ่งในปัจจุบัน ชิปประมวลผล SPARC นั้นอยู่ในเครื่อง Server ของ Oracle แบ่งได้หลักๆ 2 Series ได้แก่

1. SPARC Enterprise M-Series Servers เป็นเครื่อง Server ระดับ Hi-End เน้นเสถียรภาพของการทำงานที่ดี สามารถขยายขนาดของเครื่องได้ถึง 64 Processor เหมาะสำหรับการประมวลผลในเชิง Database สำหรับองค์กรใหญ่ๆที่มีข้อมูลมหาศาล

2. SPARC T-Series Servers เป็นเครื่อง Server ที่มีการประมวลผลต่างจาก M-Series ออกไป โดยมุ่งเน้นการประมวลผลสำหรับ Application ที่ซับซ้อน เนื่องจากสถาปัตยกรรมของ SPARC T4 Processor นั้น ออกแบบให้มี Core และ Thread เยอะ ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีเสถียรภาพที่ดี

ด้วยประสิทธิภาพ ของการประมวลผล ฐานของลูกค้าที่มีค่อนข้างเหนียวแน่นและคาดว่ายากที่จะเปลี่ยนแปลง รวมไปถึงการพัฒนาที่ต่อเนื่อง เมื่อ Oracle มีทั้ง Hardware ที่มีจุดขายที่แข็งแกร่ง ผนวกกับ Software ของ Oracle เอง ที่มีแทบจะครบทั้ง Solution ผนึกกำลังกันพัฒนารูปแบบของการ Consolidate แบบใหม่ๆ หรือเป็น Solution แบบต่างๆ ก็จะยิ่งทำให้ SPARC จะยังยืนหยัดอยู่ในตลาดการแข่งขันของ Microprocessor ระดับ Enterprise กับ IBM Power และ HP-iTanium ได้อีกนานอย่างแน่นอน โดยสำหรับในประเทศไทย ตลาดที่สำคัญของ SPARC คือ หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชนที่มีระบบคอมพิวเตอร์ใหญ่ๆ เหล่านี้ ยังเป็นฐานลูกค้าที่สำคัญของ SPARC และ Solaris และ Oracle โดยเฉพาะภาครัฐนั้น ถือเป็นฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นมากสำหรับ SPARC MicroProcessor ที่รันกับ Solaris สาเหตุที่งาน Mission Critical ส่วนใหญ่ของภาครัฐใช้ระบบปฏิบัติการ Solaris นั้น ก็เนื่องด้วยประสิทธิภาพของระบบปฏิบัติการ เสถียรภาพและความน่าเชื่อถือนั้นมีสูง อีกทั้งผู้ใช้งาน ก็ใช้งานมาเป็นระยะเวลานานแล้ว หากจะเปลี่ยนไปใช้ระบบปฏิบัติการ UNIX แบบอื่น ก็อาจจะต้องใช้เวลาเรียนรู้ค่อนข้างนาน แต่ในขณะเดียวกัน ถ้ามองไปถึงตลาด Banking หรือระบบเก่าๆ ที่พื้นฐานยังใช้ภาษา Cobol กันอยู่ ในส่วนนั้น จะเป็นส่วนที่ IBM มี Market Share ที่มากกว่า เนื่องจาก IBM นั้น หยั่งรากลึกกับ AS-400 และระบบของ Banking Industrial เองนั้นก็ซับซ้อนเกินกว่าที่จะรื้อกันใหม่ ส่วนใหญ่มักจะใช้วิธีการเขียนโปรแกรมโดยภาษาสมัยใหม่ นำไปผูกกับ Middle-Ware กับตัว Component เก่าๆ เสียมากกว่า โดยทั้ง 2 Area นี้ อาจมี HP-UX เข้ามาสอดแทรกบ้าง ก็ในภาพรวม ก็มิอาจเอาชนะทาง Oracle-Sun กับ IBM Power ได้

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทำให้เหมือนกับว่า ในตลาดเทคโนโลยีระดับ Enterprise Server ในเมืองไทยนั้น เหมือนจะมีเส้นแบ่งกันชัดเจนว่าตลาดไหน เป็นของใคร และในอนาคต ก็คงจะเป็นอย่างนี้ไปอีกสักระยะ จนกว่าจะมีเทคโนโลยีแบบใหม่ แบบชนิดที่เรียกได้ว่า พลิกมุมมองหรือรูปแบบของการประมวลผล จึงค่อนข้างที่จะมั่นใจได้ว่า SPARC Processor นั้น จะยังมีอนาคต และไม่โดนแทนที่จากเทคโนโลยีอื่น ในระยเวลาอันใกล้แน่นอน

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

http://www.oracle-downloads.com/sparc25info/?iframe=true&width=800&height=700
http://www.oracle.com/us/corporate/features/sparc/index.html
http://www.thaipr.net/it/458570

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License