4G สำหรับคนไทยและคลื่นความถี่ 1800MHz หลังการหมดสัญญาสัมปทานของ TRUEและDPC(AIS)
flickr:8471296608

4 G สำหรับคนไทยกับคลื่นความถี่ 1800 MHz หลังTRUEและDPC(AIS)หมดสัญญาสัมปทาน
การเกิดขึ้นของระบบ 3G หรือเทคโนโลยีการรับส่งข้อมูลทั้งภาพและเสียงผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงในประเทศไทย อันเนื่องมาจากการจัดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2.1 GHz โดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อเดือนตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา ถือเป็นพัฒนาการขั้นสำคัญอันหนึ่งของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในประเทศไทย ซึ่งนอกจากจะเป็นการยกระดับในทางเทคโนโลยีแล้วยังเป็นการเริ่มต้นของการใช้ระบบใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่มาแทนที่ระบบสัญญาสัมปทานที่ใช้มาอย่างยาวนาน

คลื่นความถี่ที่มีใช้ในประเทศไทยปัจจุบัน

flickr:8470202119

ซึ่งในส่วนของระบบ 2G ในคลื่นความถี่ 1800 MHz นั้น สามารถนำไปให้บริการเพื่อส่งผ่านข้อมูลภาพ และ เสียงในระบบ 4G LTE(Long Term Evolution) ได้อีกด้วย โดยคลื่น 1800 MHz ที่จะนำไปให้บริการ 4G นั้น จะต้องมีแถบความถี่ (Bandwidth) ที่กว้างหรือมีจำนวนที่มากพอ
โดยปัจจุบันคลื่นความถี่ 1800 MHz ของ บริษัท กสท. คอร์ปอเรชั่น จำกัด มีผู้ได้รับสัมปทานและให้บริการในระบบ 2G ดังนี้
1.DPC (บริษัทลูกของ AIS) ถือครองอยู่ 12.5 MHz มีผู้ใช้บริการประมาณ 80,000 ราย มีอายุสัมปทานถึง เดือน กันยายน ปี 2556
2.TRUE ถือครองอยู่ 12.5 MHz มีผู้ใช้บริการประมาณ 18 ล้านราย มีอายุสัมปทานถึง เดือน กันยายน ปี 2556 เช่นกัน
3.DTAC ถือครองอยู่ 50 MHz แต่แบ่งมาจัดสรรให้บริการเพียง 25 MHz (โดยที่เหลืออีก 25 MHz นั้น DTAC ปล่อยว่างไว้ ) มีอายุสัมปทานถึง ปี 2561
4.CAT (กสท.) เป็นผู้ให้บริการเองประมาณ 200,000 ราย

flickr:8471296810

ซึ่งภายในปี 2556 จะมีคลื่อนความถี่ที่หมดอายุสัมปทานและต้องส่งคืนให้ กสท.อยู่ 2 บริษัทจาก DPC และ TRUE จากนั้นทาง กสท.ก็จะต้องนำส่งคลื่นความถี่ดังกล่าวคืนให้กับทาง กสทช.ต่อไป เพื่อนำไปรวบรวมและนำออกประมูลในระบบ 4G โดยแนวทางในการบริหารคลื่นความถี่ที่จะได้กลับคืนมาคือ ภายในปี 2556 กทค.จะตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาและวิเคราะห์การประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าว เนื่องจากคลื่นความถี่ดังกล่าว จำนวน 25 MHz ที่บริษัท กสทโทรคมนาคม ต้องคืนให้ กสทช.หลังสัญญาสัมปทานสิ้นสุดนั้น ไม่ได้อยู่ติดกันทั้ง25 MHz แต่แบ่งเป็น 3 ช่วง ช่วงแรก 12.5 MHz ช่วงที่ 2 จำนวน 25 MHz เป็นคลื่นตามสัญญาสัมปทานของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทคซึ่งสัญญาสัมปทานยังไม่สิ้นสุดคืน และช่วงที่ 3 จำนวน 12.5 MHz ดังนั้น หากจะเปิดประมูล 4จี ก็ประมูลได้จำนวน20 MHz แบ่งเป็น 4 สลอต สลอตละ 5 MHzซึ่งจะมีผู้มีสิทธิได้ใบอนุญาตเพียง 2 ราย รายละ 10 MHz เท่านั้น ส่วนที่เหลือข้างละ2.5 MHz ไว้รอประมูลหลังสัญญาสัมปทานดีแทคสิ้นสุดในปี 2561 หรือจะเจรจากับดีแทค เพื่อนำคลื่นตามสิทธิของดีแทคมาเปิดประมูลก่อน เพราะดีแทคยังไม่มีการใช้งานแต่อย่างใด

ปัญหาที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการนำคลื่น 1800 MHz ไปทำการจัดสรรโดยวิธีการประมูลก็คือ หากผู้ที่ชนะการประมูลกลายเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหม่ แต่ผู้ใช้บริการยังคงต้องการใช้หรือคงสิทธิในเลขหมายเดิม ที่แม้ในปัจจุบันจะมีมาตรการรองรับการขอเปลี่ยนผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยยังคงใช้เลขหมายเดิม (Mobile Number Portability หรือ MNP) แล้วก็ตาม แต่ผู้ให้บริการส่วนใหญ่ก็ยังมีปัญหาไม่สามารถให้บริการคงสิทธิเลขหมายแก่ผู้ใช้บริการได้ตามที่ กสทช. ได้ออกกฎเกณฑ์กำหนดไว้ โดยผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะสามารถโอนย้ายเลขหมายให้แล้วเสร็จได้ในจำนวน 40,000 เลขหมายต่อวัน ซึ่งในความเป็นจริงขีดความสามารถในการย้ายเลขหมายปัจจุบันอยู่ที่เพียง 4,000 เลขหมายต่อวันเท่านั้น หากยังเป็นเช่นนี้ในกรณีผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนย่านความถี่ 1800 MHz จำนวน 18 ล้านเลขหมาย อาจต้องใช้เวลาถึง 12 ปี ในการเปลี่ยนย้ายเครือข่าย ในขณะที่ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่จะมีอายุเพียง 15 ปี

นอกจากระบบ 4G จะสามารถให้บริการในคลื่นความถี่ 1800 MHz ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ในประเทศไทย ยังมีคลื่นความถี่อื่นที่สามารถให้บริการระบบ 4G ได้อีกดังนี้
1.คลื่นความถี่ 700 MHz ซึ่งปัจจุบัน ถูกนำมาใช้ในการติดให้บริการฟรีทีวีในระบบอนาล็อค ซึ่งถ้าจะใช้คลื่นความถี่นี้ต้องทำการยกเลิกระบบฟรีทีวีหรือทำทีวีระบบดิจิตอล( ซึ่งในประเทศไทยกำลังจะมีการประมูลใบอนุญาติทีวีดิจิตอลเร็วๆนี้)
2.คลื่นความถี่ 800 MHz ปัจจุบันได้ให้บริการ ในระบบ 2G และ 3G
3.คลื่นความถี่ 2300 MHz ส่วนใหญ่ถือครองโดยทีโอที จำนวน 64Mhz ที่มีใบอนุญาตทำไมโครเวฟสำหรับการสื่อสารในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งมีการใช้งานน้อยมากและไม่เกิดประโยชน์
4.คลื่นความถี่ 2600 MHz ถือครองโดย อสมท.
จากคลื่นความถี่ที่มีอยู่และเป็นไปได้มากที่สุดที่จะนำมาเปิดประมูลก็คือ คลื่นความถี่ 1800 MHz ที่จะได้คืนจากการหมดสัญญาสัมปทานของ TRUE และ DPC (AIS) และคลื่นความถี่ 2300 MHz ของทาง บ. ทีโอที จำกัด(มหาชน)

ประเทศไทยกับการเริ่มต้นในระบบ 4G

flickr:8471296866

จากรูปแผนที่การใช้งานในระบบต่างๆของแต่ละประเทศทั่วโลก ( Information by country , January 2013 ) จะเห็นได้ว่าในภูมิภาคอาเซียนเอง มีเพียงประเทศฟิลิปปินส์ที่นำร่องใช้งานในระบบ 4G (LTE) ไปก่อนแล้ว ซึ่งประเทศไทยเองแม้ว่าเพิ่งกำลังจะเริ่มมีระบบ 3G ความถี่ 2100 MHz ใช้ภายในกลางปี 2556 (ซึ่งเป็นประเทศสุดท้ายในภูมิภาคอาเซียน) แต่สำหรับระบบ 4G เอง ประเทศไทยได้มีการทำการทดลองระบบในบางพื้นที่ไปบ้างแล้ว สำหรับคลื่นความที่ 1800 MHz และ 2300 MHz โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง รัฐบาลโดยกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ICT) และหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ได้แก่ กสทช.(คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) รวมถึง TOT และ CAT Telecom (กสท.) ร่วมกับภาคเอกชนที่ได้สิทธิในการทดสอบเชิงเทคนิค (Technical Trial) บนระบบ 4G LTE ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก นั่นคือ AIS (Advance Info Services) และ DPC (Digital Phone Company Ltd.) มาร่วมในการทดสอบเชิงเทคนิค ใช้ชื่อโครงการว่า “4G Thailand” โดยการทดสอบแบ่งออกเป็นสองส่วน
1) ทดสอบบนความถี่ย่าน 2300 MHz แบบ TDD (Time Division Duplex) บนความถี่ 10 MHz โดยทดสอบในใจกลางเมืองกรุงเทพฯ และบริเวณ ถ.แจ้งวัฒนะ อันเป็นที่ตั้งของ TOT, CAT Telecom, กระทรวง ICT รวมทั้งหมด 20 สถานีฐาน

flickr:8470202353flickr:8470202299

2) ทดสอบบนความถี่ย่าน 1800 MHz แบบ FDD (Frequency Division Duplex) บนความถี่ 20 MHz แบ่งเป็น Uplink 10 MHz, Downlink 10 MHz โดยทดสอบในพื้นที่ จ.มหาสารคาม และมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม รวมทั้งหมด 8 สถานีฐาน

flickr:8471296674

สรุปบทความ
ด้วยสัมปทานของคลื่นความถี่ 1800 MHz ในระบบ 2G ของที่กำลังจะหมดลงของบางบริษัทภายในปี 2556 นี้ ทำให้ทาง กสทช.ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับคลื่นความถี่ทั้งหมดในประเทศไทย ต้องการเรียกสิทธิบริหารคลื่นความที่ 1800 MHz คืนหลังการหมดสัญญาสัมปทานของ บ.TRUE กับ บ.ดิจิตอลโฟน (ดีพีซี)ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของเอไอเอส โดยถือครองค่ายละ 12 MHz พร้อมทั้งดำเนินการเจรจาต่อรองกับทาง บ.ดีแทค เพื่อหาทางออกเกี่ยวกับ คลื่นความถี่จำนวน 25 MHz ซึ่งดีแทคได้สัมปทานแต่ไม่ได้นำมาจัดสรรเพื่อใช้งาน โดยทาง กสทช.จะนำคลื่นความที่ทั้งหมดมารวบรวมเพื่อให้ได้ความกว้างที่มากพอที่จะออกประมูลเป็นใบอนุญาติและใช้งานต่อไปในอนาคต แต่ขณะเดียวกัน ทาง กสทช. กสท. และทาง TRUE กับทาง DPC ก็ด้มีการหารือ เพื่อหาทางรองรับสำหรับลูกค้าจำนวน 18 ล้านราย จากทั้งสองบริษัทที่กำลังจะหมดสัมปทานปลายปี 2556 นี้ว่าจำดำเนินการอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับผู้ที่ใช้งาน
ในขณะเดียวกัน ทาง กสทช. และกระทรวงไอซีที ก็ได้เริ่มดำเนินการทดสอบสัญญาณในระบบ 4G ไปพร้อมๆกันทั้งในคลื่นความถี่ 1800 MHz และความถี่ 2300 MHz ซึ่งเป็นช่วงความถี่ที่ใช้กันในระดับสากลทั่วโลก โดยมี บ.ทีโอที จำกัดมหาชน ถือครองความกว้างส่วนใหญ่อยู่(ประมาณ 64 MHz โดยทาง ทีโอที มีแผนที่จะส่งมอบคืนให้ กสทช.จำนวน 34MHz เพื่อนำไปออกประมูล และทาง ทีโอที ต้องการเก็บไว้บริหารเอง 30 MHz.) โดยให้ บ.ผู้ให้บริการเอกชน เป็นผู้ดำเนินการทดสอบสัญญาณ ในพื้นที่บางส่วน ซึ่งจากผลการทดสอบที่ได้ แสดงได้อย่างชัดเจนว่าระบบ 4G ให้ความเร็วในการใช้งานได้มากกว่าระบบ 3G 2100 MHz ค่อนข้างมาก ( โดยระบบ 3G นั้นให้ความเร็วสูงสุดสำหรับการรับส่งข้อมูลอยู่ที่ 2 Mb/s สำหรับการ Upload และ 30-40 Mb/s สำหรับการ Download ส่วน 4G อยู่ที่ 15-30 Mb/s สำหรับการ Upload และ 50-80 Mb/s สำหรับการ Download)

วิเคราะห์บทความ
ด้วยการเปลี่ยนแปลงของระบบการสื่อสารที่รวดเร็วและทันสมัยในโลกแห่งยุคดิจิตอลในปัจจุบัน ได้เข้ามามีบทบาทกับชีวิตของมนุษย์แทบจะทุกระดับตั้งแต่ระดับองค์กรระหว่างชาติ ระดับประเทศ ระดับกระทรวง หรือหน่วยงาน องค์กรบริษัท สถานศึกษา แม้กระทั่งการสื่อสารภายในครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนฝูง ทั้งการศึกษา การทำงาน หรือชีวิตlifestyle ประกอบกับบทเรียนจากความล่าช้าของการนำระบบ 3G คลื่นความถี่ 2100 MHz ที่มีอยู่ออกประมูล ทำให้ประเทศไทยแทบจะเป็นประเทศท้ายๆของภูมิภาคที่กำลังจะเริ่มมีระบบ 3G ที่เป็นระบบสากลใช้งาน ซึ่งจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวประกอบกับบทเรียนที่เคยเกิดขึ้น ทำให้ กสทช.และกระทรวงไอซีที ในฐานะเจ้าของคลื่นและผู้ที่มีบทบาทในการกำหนดทิศทางการสื่อสารและระบบไอทีของประเทศไทย ได้เริ่มดำเนินการต่างๆในการเตรียมพร้อมนำประเทศไทยเข้าสู่ระบบ 4G ในอนาคต โดยสามารถทำการวิเคราะห์ถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเกี่ยวกับระบบ 4G ในโมเดลของ SWOT ได้ดังนี้
S : Strength
4G คือการเปิดโอกาสให้กับการพัฒนาประเทศในหลายๆภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น การค้าการลงทุนระหว่างประเทศที่ต้องมีการ รับ-ส่ง ข้อมูลที่มีขนาดใหญ่มากๆ ทางการศึกษาซึ่งสามารถใช้เป็นสื่อกลางในการเรียนการสอนระยะไกล โดยคนที่อยู่ในชนบทห่างไกลก็สามารถเรียนในหลักสูตรปกติ หรือเรียนพิเศษเสริม จากอาจารย์หรือบุคคลากรเก่งๆ ไปได้พร้อมกับคนที่อยู่ในเมือง หรือจะเป็นในวงการแพทย์และการรักษา โดยแพทย์ที่มีความชำนาญมากๆสามารถให้การรักษาโดยที่ไม่ต้องเดินทางไปยังที่ห่างไกล แต่ให้คำปรึกษา แนะนำ ในขณะที่ทำการรักษษจริง ซึ่งแม้ระบบ 3G ความถี่ 2100 MHz จะให้ความเร็วในการใช้งานค่อนข้างสูง แต่ก็เป็นการใช้งานในระบบ VOICE + DATA ซึ่งเพียงพอสำหรับการสื่อสารด้วยภาพ และเสียงรวมทั้งข้อมูลที่ยังมีขนาดใหญ่ไม่มาก แต่ 4G เป็นระบบที่เหมาะสำหรับการใช้งานในส่วนของ DATA เป็นอย่างมาก
W : Weakness
เนื่องจากในประเทศไทยเพิ่งมีการประมูลและออกใบอนุญาติ 3G ความถี่ 2100 MHz ซึ่งผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาติต้องเสียค่าใช้จ่ายในการประมูล รวมทั้งลงทุนในส่วนของอุปกรณ์ สถานีฐาน ประกอบกับค่าโฆษณาไปค่อนข้างสูง ถ้าทาง กสทช.ดำเนินการประมูลและออกใบอนุญาติ 4G เร็วเกินไปโดยที่ไม่ กำหนดขอบเขตและทิศทางที่ชัดเจน อาจเกิดการลงทุนซ้ำซ้อนและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น หรืออาจจะไม่มีผู้ประกอบการรายใดเข้าประมูล หรือประมูลน้อยราย ทำให้ประเทศจะสูญเสียรายได้และโอกาสจากคลื่นความถี่ดังกล่าว
O : Opportunity
4G สามารถช่วยเพิ่มโอกาสแข่งขันที่สำคัญให้กับผู้ประกอบการไทยเพื่อสู้กับในตลาดโลก รวมทั้งเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กในชนบทห่างไกลได้มีดอกาสเรียนรู้เท่ากับเด็กที่ได้รับการศึกษาจากโรงเรียนดังๆในเมือง ซึ่งเป็นประโยชน์กับประเทศในอนาคต ถ้าจะมีคนเก่งขึ้นมาพัฒนาประเทศเพิ่มขึ้นจากโอกาสที่เปิดกว้างขึ้น รวมทั้งเพิ่มโอกาสในการจ้างการให้กัลหลายๆธุรกิจ หรืออาจมีผู้ประกอบการรายใหม่ๆเพิ่มขึ้น
T : Threat
คนไทยยังมีอัตราการเข้าถึงระบบไอที หรืออินเทอร์เนต ค่อนข้างต่ำ(ประมาณร้อยละ 12 ในปี 2553 จาการสำรวจของสถาบัน Digital devide) โดยเฉพาะในชนบทห่างไกลซึ่งยังไม่รู้ถึงหรือคิดว่าอินเทอร์เนต ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตประจำวัน ซึ่งเห็นได้จากในต่างจังหวัดยังสามารถพบเห็นการใช้โทรศัพท์มือถือที่เป็นระบบฟีเจอร์โฟนค่อนข้างมาก รวมทั้งยังไม่มีคอมพิวเตอร์แม้กระทั้งแบบตั้งโต๊ะ นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงไอซีที กระทรวงทรัพยากรและพัฒนามนุษย์ รวมถึงหน่วยงานต่างๆต้องช่วยกันหาทางออก

Website อ้างอิง ;
http://www.dailynews.co.th/article/358/177911
http://www.worldtimezone.com/4g.html
http://new.ecommerce-magazine.com/issue/160/April_2012_Special_Report_4G
http://www.needformen.com/phone/3g-frequency.html
http://www.itmoamun.com/6697.html

ผู้จัดทำ
วีรพันธ์ เกษสังข์
Y34 ID NO. 5510221011

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License