Cloud Computing มาแรงปี 2556

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,814
วันที่ 31 มกราคม - 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

สรุปบทความ

Cloud Computing มาแรงปี 2556

flickr:8474112678

ดร.ชวพล จริยาวิโรจน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยและอินโดจีน บริษัทวีเอ็มแวร์ อิงค์ เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่าแนวโน้มการลงทุนไอทีขององค์กรปี 2556 นั้นจะมุ่งการลงทุนไปยังเทคโนโลยีการประมวลผลแบบ Cloud Computing และ เทคโนโลยีเสมือนจริง หรือ Virtualization ภายหลังจากที่องค์กรเริ่มเห็นประโยชน์ที่ได้รับจากเทคโนโลยีดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมทั้งในเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน รักษาขีดความสามารถด้านการแข่งขัน และขยายโอกาสในการเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น

ดัชนี Cloud ของวีเอ็มแวร์ประจำปี 2555 ระบุอย่างชัดเจนถึงความก้าวหน้าและการริเริ่มของการปฏิรูปไอทีขององค์กรใน ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก 5,000 ราย ซึ่งรวมองค์กรในไทย 317 ราย พบว่าเกือบครึ่งหนึ่งมีแผนที่จะปรับใช้เทคโนโลยี Cloud ภายใน 18 เดือนข้างหน้า โดยผู้ตอบแบบสอบถามระบุเหตุผลสำคัญสำหรับการปรับใช้เทคโนโลยี Cloud Computing ได้แก่ การเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงทรัพยากรไอที ประมาณ 80% , ความสามารถในการปรับปรุงการจัดการไอทีและระบบงานอัตโนมัติ ประมาณ 78% และความต้องการที่จะเสียค่าใช้จ่ายไอทีตามปริมาณการใช้งานจริงในส่วนงาน ธุรกิจ ประมาณ 76%

โดยในไทย องค์กรต่างๆ มองว่าการลงทุนใน Cloud Computing เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและเสริมสร้างความได้เปรียบด้านการแข่งขันในสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มีความท้าทายเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ตอบแบบสอบถามในไทยเห็นพ้องต้องกันว่า Cloud Computing จะช่วยให้องค์กรสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มากถึง 83% และหากบริษัทของตนไม่ได้ดำเนินโครงการ Cloud ก็จะไม่สามารถก้าวตามคู่แข่งได้ทัน ประมาณ 68%

ดร.ชวพล กล่าวต่อสำหรับองค์กรที่มีการลงทุนเทคโนโลยี Cloud และปรับเปลี่ยนดาต้าเซ็นเตอร์ ให้เป็นเทคโนโลยีเสมือนจริง หลักๆปีนี้จะเป็นกลุ่มธนาคารที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ และมีปริมาณการทำธุรกรรมกับลูกค้าสูง นอกจากนี้ยังมีกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคม ซึ่งที่ผ่านมามีลูกค้า 2 ราย เริ่มมีการลงทุนเพื่อรองรับกับการเปิดให้บริการ 3 จี ส่วนองค์กรที่เริ่มลงทุนเทคโนโลยีเสมือนจริง และ Cloud แล้วเห็นประโยชน์ชัดเจน คือ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ โดยสามารถขยายระบบเพื่อรองรับปริมาณลูกค้าที่เพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

flickr:8473023161

วิเคราะห์บทความ

Cloud Computing มีความสำคัญในโลกปัจจุบันมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ก็ต้องการความสะดวกสบายในการใช้เทคโนโลยีด้านไอที และสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทำไม Cloud Computing จึงเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย สิ่งสำคัญน่าจะมาจากจุดเด่นต่างๆ ดังนี้

1) มีความรวดเร็วในการใช้งาน
2) ค่าใช้จ่ายน้อย หรืออาจไม่เสียค่าใช้จ่ายสำหรับ Client
3) ใช้ได้ทุกที่แค่มีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต
4) แบ่งการใช้ทรัพยากรให้ผู้ใช้จำนวนมากได้
5) มีความน่าเชื่อถือ มีความยืดหยุ่น และมีความมั่นคง

การที่องค์กรจะตัดสินใจว่าจะใช้ Cloud Computing หรือไม่นั้น คงต้องพิจารณาจากข้อดี ข้อเสียที่เกิดขึ้น ดังนี้

ข้อดีของ Cloud Computing

-ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ราคาถูกเป็นเครื่องของผู้ใช้ เพราะเครื่องของผู้ใช้ไม่ต้องมี RAM เยอะ Hard disk ใหญ่ๆ CPU เร็วๆ เพราะทุกอย่างถูกคำนวณใน cloud computing ผู้ไม่ต้องมีแม้แต่ CD-ROM หรือ DVD ด้วยซ้ำเพราะไม่จำเป็นต้อง install โปรแกรมหรือบันทึกข้อมูลเลย เพราะทุกอย่างจะถูกเก็บใน cloud

-เพิ่มประสิทธิภาพ ใน desktop PC โปรแกรมต่างๆ ที่เรา install บางตัวจะตื่นและใช้ RAM ของเราตลอดเวลาแม้เราจะยังไม่ได้ใช้งาน แต่ในระบบ cloud computing นั้นเครื่อง desktop ของคุณจะมีโปรแกรมต่างๆ ที่อยู่บน RAM เครื่องคอมพิวเตอร์คุณแต่เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น จึงทำให้ระบบโดยรวมเร็วขึ้น

-ค่าใช้จ่ายในโครงสร้างพื้นฐานระบบ IT จะถูกลง เพราะไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่อง Server แพงๆ เมื่อต้องการใช้พลังการคำนวณสูงๆ ก็ให้ cloud computing จัดการ

-ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาต่ำลง เนื่องจากเราใช้เครื่องถูกลงทำให้ค่าบำรุงรักษาก็ถูกลงไปด้วย และโปรแกรมที่ใช้บน cloud นั้นสามารถใช้โปรแกรมจากที่ไหนก็ได้ในโลก ถ้าไม่ใช่โปรแกรมที่เราสร้างเราก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้

-ค่าใช้จ่ายด้านการซื้อโปรแกรมลดลง การจ่ายเงินซื้อโปรแกรมติดตั้งใน cloud นั้นโดยปกติจะถูกกว่าการซื้อโปรแกรมติดตั้งลงแต่ละ
เครื่อง

-การ update software ทำได้ง่าย เพราะไม่ต้อง update แต่ละเครื่องให้เปลืองเงิน เปลืองแรง เนื่องจาก application ของ cloud เป็น web base เราจึง update ที่ server ก็เรียบร้อย

-พลังการคำนวณที่สูงขึ้น คุณจะได้พลังการคำนวณของเครื่อง client และ server ทั้งหมดที่อยู่ใน cloud

-ขนาดที่ไม่จำกัดของ hard disk เนื่องจาก cloud จะเชื่อมต่อกันเสมือนว่านำ hard disk ของทุกเครื่องมาเชื่อมกัน

-Data ปลอดภัยขึ้น เพราะเมื่อเครื่องใดๆ ใน cloud พัง data จะไม่หายเพราะโดยปกติระบบจะทำสำเนา data ไว้อยู่แล้ว

-เพิ่มการเข้ากันได้ระหว่าง OS ต่างๆ เพราะใน cloud ทำงานระบบ web base ฉะนั้น Windows, Mac, Linux จึงทำงานร่วมกันได้

-เพิ่มความเข้ากันได้ของเอกสาร หมดปัญหาเรื่อง Word 2003 อ่านไฟล์ที่ Word 2007 สร้างไม่ได้ เพราะเอกสารทุกอย่างเป็น web-bas

-ทำงานร่วมกันได้ง่าย ผู้ใช้ที่อยู่ต่างที่กันสามารถทำงานบนเอกสารเดียวกันได้ ขอเพียงมีคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อ internet อยู่

-เข้าถึงเอกสารจากที่ไหนก็ได้ หมดปัญหาการลืมเอกสารไว้ที่บ้าน เพราะเอกสารที่ถูกเก็บใน cloud จะเข้าถึงจากที่ใดก็ได้ ถ้ามี internet

-เอกสารเป็น version ล่าสุดเสมอ เนื่องจากเอกสารถูกเก็บใน cloud คุณ save ตอนอยู่ที่ทำงาน เมื่อกลับไปบ้านเอกสารที่คุณเปิดขึ้นมาทำงานต่อก็จะเป็นเอกสารที่ต่อจากที่คุณ save ตอนอยู่ที่ทำงาน

-ไม่ถูกผูกติดกับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบใดเป็นพิเศษ ไม่ว่าคุณจะเปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์ไปใช้ notebook ก็ไม่มีปัญหา เพราะคุณจะเข้าถึงทั้งโปรแกรมและเอกสารของคุณได้ ไม่ต้อง install โปรแกรมใหม่

ข้อเสียของ Cloud Computing

-ต้องการเชื่อมต่อ internet ตลอดเวลา เพราะว่าเอกสารและโปรแกรมของคุณอยู่ใน cloud ทำงานได้ไม่ดี ถ้าความเร็วในการเชื่อมต่อ internet ต่ำ เพราะถ้าคุณใช้โปรแกรมหรือเอกสารขนาดใหญ่ จะทำให้เกิดความช้าเช่น กว่าจะเปลี่ยนเอกสารจากหน้าหนึ่งไปสู่หน้าหนึ่งช้า

-อาจจะเกิดความช้าในการทำงานได้ เนื่องจากคุณต้อง load ทั้งโปรแกรมและเอกสารมาจาก cloud ฉะนั้นระหว่างที่คุณทำงานเอกสารนั้น จะมีข้อมูลส่งไปส่งมาระหว่างเครื่องคุณกับ cloud ถ้าระหว่างนั้น cloud เกิดกำลัง backup ข้อมูลอยู่ ก็อาจทำให้เกิดความช้าขึ้นได้บ้าง

-ข้อมูลใน cloud อาจจะไม่ปลอดภัย เนื่องจากข้อมูลใน cloud ถูกเก็บกระจายไปหลายๆ เครื่องคอมพิวเตอร์ ฉะนั้นปัจจุบันนี้จึงไม่มีใครรับประกันความปลอดภัยของข้อมูลได้

- Cloud อาจจะทำข้อมูลคุณหายได้ ตามทฤษฎีแล้วข้อมูลใน cloud จะมีโอกาสหายได้เพราะข้อมูลจะถูกทำซ้ำกระจายไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆ ฉะนั้นมีความเป็นไปได้ที่ข้อมูลจะหายโดยไม่ทราบสาเหตุ

สรุปประเด็น

Cloud Computing มีความสำคัญกับธุรกิจในปัจจุบันมาก เนื่องจากองค์กรต่างๆ สามารถลดต้นทุนได้ เพราะไม่ต้องลงทุนสร้างเครือข่าย อีกทั้งยังหันมาให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงาน ช่วยลดพลังงงานเพราะสามารถลดหรือขยายขนาดได้ตามต้องการโดยไม่ต้องทำการเปิดเครื่องทิ้งไว้ เพิ่มความสะดวกสบายและง่ายในการใช้งานเทคโนโลยี และด้วยปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา ข้อมูลมีการอัพเดทอยู่ตลอด ทำให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ด้วยความสามารถของ cloud computing ที่สามารถขยายได้อย่างไม่จำกัด จึงเข้ามามีความสำคัญ

ซึ่งหากทุกองค์กรหันมาใช้ Cloud Computing กันหมดก็คงไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์หรือ โน้ตบุครันโปรแกรมเพื่อใช้งานตามต้องการ ขอแค่มี netbook หรืออะไรก็ตาม ที่สามารถใช้อินเตอร์เน็ตและแสดงผลได้ก็เพียงพอ แล้วปล่อยให้เซอเวอร์ทำงานและส่งผลรับที่ได้ออกมาทางจอภาพก็เพียงพอแล้ว และที่สำคัญไม่ต้องมานั่งเสียเวลากับงานที่ไม่ใช่ Core Business ซึ่งจะทำให้ผู้บริหารมุ่งพัฒนาธุรกิจได้อย่างจริงจัง โดยไม่ต้องกังวลว่า ถ้าต้องทำโปรโมชั่นที่ซับซ้อนแล้วระบบสารสนเทศที่มีอยู่จะรองรับได้หรือไม่อย่างไร

ที่มาบทความ :

http://www.thannews.th.com/index.php?option=com_content&view=article&id=165882:56&catid=123:2009-02-08-11-44-33&Itemid=491

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License