จับตาเทรนด์ เทคโนโลยีสุดฮอต 2013
flickr:8476384612
flickr:8476384918
flickr:8476385674
flickr:8475298107

วิเคราะห์บทความ
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน เชื่อว่าไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ว่ามีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วมาก เป็นผลทำให้อุปกรณ์ไอทีจากค่ายต่างๆพาเหรดออกมาให้ผู้บริโภคอย่างเราเสียทรัพย์กระเป๋าเบากันไปไม่น้อยทีเดียวในช่วง1-2ปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากสังคมและพฤติกรรมของมนุษย์ที่เปลี่ยนไปตามเวลา ที่มนุษย์ปัจจุบันนั้นให้ความสำคัญกับการสื่อสารมาก ทางผู้คิดค้นและพัฒนาจึงได้มีการนำการสื่อสารและยุคของข้อมูลข่าวสารมารวมกัน ทำให้เกิดเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ขึ้นมาไม่น้อย รวมไปถึงเทคโนโลยีระบบสัมผัสที่นำพาช่วงปีหลังๆเข้าสู่กระแสของ Smartphone Tablet และ Computer Hybrid ซึ่งถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ รวมไปถึงการพัฒนาระบบการสั่งการด้วยเสียงที่เสถียรมากขึ้น ณ จุดนี้เองที่ทำให้แนวโน้มในการพัฒนาเทคโนโลยีของปี 2013 จะเหนือไปอีกขั้นของเทคโนโลยีระบบสัมผัส ที่จะเข้าใกล้ความเป็นมนุษย์มากยิ่งขึ้น โดยใช้ท่าทางที่เราทำกันอยู่ทั่วไปในชีวิตประจำวันในการสั่งงานสิ่งต่างๆ

flickr:8476386310

Mainframe

flickr:8475320403

Computer

flickr:8476409004

DesktopDesktop & Mouse

flickr:8476386514

Laptop Computer

flickr:8476386684

Tablet

จากบทความข้างต้นกล่าวว่า แนวโน้ม Interface ที่น่าจับตาคือการใช้ท่าทางแทนการสัมผัสที่จอ อย่างเช่นโครงการหนึ่งของทาง Google ที่กำลังทำการศึกษาวิจัยและพัฒนา
เทคโนโลยีแว่นตาอัจฉริยะ สั่งการโดยใช้ท่าทางหรือเสียง ดังเช่น Project Glass ของทาง Google ผู้ใช้สามารถมองเห็นข้อมูลทุกอย่างผ่านทางหน้าจอขนาดเล็ก สามารถเชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เนท และสามารถสั่งงานได้ด้วยเสียง หากโครงการนี้สามารถพัฒนาออกมาให้ใช้งานได้ประโยชน์แท้จริงและช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่จะส่งผลต่อโลกธุรกิจ สังคม รวมไปถึงพฤติกรรมของมนุษย์ แต่โดยทั่วไปการนำเทคโนโลยีที่ใหม่มากๆมาใช้นั้นมักพบกับปัญหาหรือจุดกพร่องเสมอ ทำให้การลงทุนในระยะแรกอาจไม่คุ้มเสี่ยงเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตามการตัดสินใจลงทุนไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงเพียงอย่างเดียว ยังมีปัจจัยอื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่นงบประมาณ ความเหมาะสมของเทคโนโลยีกับธุรกิจ

flickr:8475296449

เทคโนโลยีระบบสัมผัสนั้นถือว่าเป็นรูปแบบอัจฉริยะที่ทำให้เกิดการเรียนรู้วิธีการใช้งานได้อย่างรวดเร็วทำสำทุกเพศทุกวัยก็จริงอยู่ ซึ่งปีนี้คงจะทำให้ผู้บริโภคคุ้นเคยกับประสบการณ์ใช้ระบบสัมผัสเป็นหลักในการใช้อุปกรณ์สื่อสารและเทคโนโลยี และจะได้เริ่มสัมผัสกับเทคโนโลยีสั่งงานด้วยเสียงและท่าทางอย่างแท้จริง ซึ่งความจริงแล้วก็ไม่ได้เป็นเทคโนโลยีที่ใหม่มากซะทีเดียวเพราะเราก็ได้ลองกันมาบ้างแล้วไม่ว่าจะเป็น Siri(iPhone), SBeam (Samsung), Wii(Nintendo), Xbox360 Kinect(Microsoft) etc. แต่หากจะกลายมาเป็นการสั่งงานด้วยท่าทางหรือเสียงนั้นจะต้องมีความเสถียรพอตัว ที่มนุษย์แต่ละคนแต่ละประเทศนั้นมีความแตกต่างกันอยู่มากรวมถึงสำเนียงของภาษา จุดนี้เป็นความท้าทายที่สำคัญต่อการเปลี่ยนแปลง
อีกหนึ่งค่าย Microsoft ที่มีกำลังพัฒนาเทคโนโลยีที่เราเคยลองใช้กันมาบ้างแล้วคือการสั่งงานโดยใช้ท่าทาง โดยมีอุปกรณ์สวมที่มือ เรียกเจ้าตัวนี้ว่า Digits มีการพัฒนาให้มีความแม่นยำสูงมาก สามารถใช้เล่นเกมส์ที่ซับซ้อนได้ เจ้าตัวนี้หากนำมาพัฒนาต่อยอดให้สามารถใช้ได้กับสิ่งอื่นๆในชีวิตประจำวันของมนุษย์คงจะมีประโยชน์ไม่น้อยสำหรับคนสูอายุ คนป่วยหรือผู้พิการ

flickr:8475298371

II. อุปกรณ์พกพา ปีนี้เรียกได้ว่าเป็นยุคเฟื่องฟูของอุปกรณ์พกพาเลยก็ว่าได้ เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงต่างๆทำให้มนุษย์นั้นรักความสะดวกสบายและความรวดเร็วทันใจมากขึ้น เพื่อการปรับตัวให้อยู่ได้และเท่าทันต่อโลก ผู้บริโภคจึงพยายามแสวงหาเทคโนโลยีที่ทำให้การสื่อสารคล่องตัว และการรับส่งข้อมูลต่างๆที่รวดเร็ว ที่สามารถทำได้ตลอดเวลา คำตอบเลยมาหยุดที่อุปกรณ์พกพาที่ถูกพัฒนาให้มีรูปลักษณ์ที่เล็กลงบางเบาขึ้นทุกวัน และยังมีสิ่งดึงดูดใจอย่าง Application ต่างๆที่แต่ละค่ายงัดกันออกมา สิ่งหนึ่งที่หลายคนไม่สามารถขาดได้หรือเรียกได้ว่าเป็นอวัยวะหนึ่งของร่างกายได้เลย นั่นก็คือ โทรศัพท์มือถือ ซึ่งปัจจุบันนั้นเพียงแค่ SmartPhone เครื่องเดียวก็เอาอยู่ บางรุ่นมีความสามารถไม่แพ้ Tablet ด้วยซ้ำไป ดังนั้นเราจะพกอะไรให้ยุ่งยากทำไมกัน ส่งผลให้ยอดขายของ SmartPhone และ Tablet พุ่งสูงมากให้ปีที่ผ่านมา

ส่วนทางด้านระบบปฏิบัติการที่เป็นคู่แข่งกันอยู่ที่มีจำนวนผู้ใช้สูงสองอันดับคือ Android และ iOS นั้น ที่ทางบทความได้ทำนายว่า Android จะครองส่วนแบ่งผู้ใช้เป็นอันดับหนึ่งนั้น ณ วันนี้มีความเป็นไปได้ เพราะAndroidนั้นสามารถใช้ได้ในกลุ่มSmartphoneตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงใหญ่ หลายรุ่นหลายค่าย ทำให้คนที่มีกำลังซื้อไม่มากนักก็จะสามารถใช้ SmartPhone ระบบปฏิบัติการของ Android ได้อย่างง่ายดาย จึงทำให้ยอดขายของAndroidนั้นสูงกว่าอย่างชัดเจน แต่เนื่องด้วยการใช้งานจริงทั้งการใช้อินเตอร์เนท ออนไลน์ แอพลิเคชั่น อีคอมเมิร์ส ที่มีการเก็บข้อมูลมาว่ามีจำนวนผู้ใช้งานจากiOSที่สูงกว่า เนื่องด้วยความเสถียรของระบบที่ไม่สามารถมีค่ายไหนสู้ได้ และความอัจฉริยะเฉพาะตัวของแอพลิเคชั่นที่สนันสนุนระบบปฏิบัติการ ทำให้สามารถใช้งานได้ง่าย คล่องตัวและว่องไวกว่ามาก อย่างไรก็ตามด้วยราคาที่สูงกว่าทำให้ครองตลาดได้น้อยกว่า และความเฉพาะตัวหลายอย่างของระบบปฏิบัติการนี้ต้องการการเรียนรู้และเข้าใจ ผู้ใช้ถึงจะสามารถใช้ระบบ iOSให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างแท้จริง

อีกหนึ่งระบบที่กำลังมาแทนการเก็บข้อมูลแบบเก่า นั่นก็คือ Personal Cloud ความจริงนั้นมีมานานแล้วแต่มีพื้นที่ให้เก็บข้อมูลได้ไม่มากนักตามเว็บไซด์หรือจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อซื้อพื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ ณ ปัจจุบันนี้มีกลายมาเป็นพื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มีพื้นที่ขนาดใหญ่สำหรับเก็บและแชร์ข้อมูล และมีการพัฒนาต่อยอดไปสู่ระบบ Cloud Computing ที่อาจทำให้การจัดการต่างๆของสังคม หรือว่าองค์กรเป็นไปได้ง่ายรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น

เสน่ห์ของวงการไอทีคือความน่าตื่นเต้นกับ “สิ่งใหม่” ที่ออกมาเพื่อช่วยเรื่องความสะดวกสบายหรือเพื่อความบันเทิง ซึ่งในปีนี้เจ้าแว่นไฮเทคนั้นเรียกได้ว่าเป็นสิ่งใหม่ที่คนหลายคนรอคอย และนักพัฒนาก็มีการเตรียมตัวที่จะต่อยอดเทคโนโลยีนี้เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจอีกมากมาย เป็นวงการที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ซึ่งผู้บริโภคอย่างเราก็ควรจะต้องทำการศึกษาอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ทันการเปลี่ยนแปลง หรือ…เพื่อก้าวมาเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี

IT Report1 : บทความจากนิตยสารE-commerce, January 2013 / No.169

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License