BYOD to Change the Face of IT in 2013
flickr:8471466386

From: http://www.cio.com/

– Tom Kaneshige, CIO

February 07, 2013

The "Bring Your Own Device" phenomenon, largely driven by Apple iPhones and iPads, is changing the face of IT departments, perhaps reaching a tipping point. If CIOs thought mobile devices presented challenges before, they haven't seen anything yet.

"IT departments need to be service organizations," says CTO Aaron Freimark at services firm Tekserve, which helps Fortune 1000 companies adopt Apple products. "The most conservative financial institutions are seeing all of these iPhones on their networks and accessing Exchange servers. We're reaching a critical mass this year, when companies are forced to deal with it."

flickr:8471466404

MobileIron and iPass released a joint study, 2013 Mobile Enterprise Report, that found IT increasingly losing control of mobility budgets to other departments. In 2011, 53 percent of IT departments managed the mobile budget. This number dipped to 48 percent in 2012.
This year just might be the year of BYOD and the mobile workforce change how IT operates, or at least putting more emphasis on services. A new report from Forrester found that at least a quarter of a billion global information workers already practice BYOD in some form. A third of information workers want iPhones, or 208 million global information workers. Nearly the same amount want Windows tablets.

Along these lines, the Mobile Enterprise Report found that tablet usage increased in all non-executive departments between 2011 and 2012, with legal and HR seeing the biggest hike followed by finance and accounting.
Part of what's driving BYOD is the emergence of next-generation workers, the Millennials. Many of these workers, between the ages of 18 and 29, are willing to blend work and personal lives, which goes hand-in-hand with BYOD. According to the Forrester report, the rise of "anytime, anywhere" workers in the United States and Europe grew from 15 percent to 28 percent of employees between 2011 and 2012.

What does this mean for CIOs? Change is in the wind, one that's blowing toward becoming a service organization.

The top two sources of BYOD frustration for an IT department are onboarding and supporting an increasing number of devices, according to the Mobile Enterprise Report. The latter is one of the concerns that CTO Bill Murphy at financial services firm Blackstone Group has about supporting BYOD tablets beyond the iPad. (For more on this, check out How a Big Financial Services Firm Faced BYOD iPads.)

"Right now, the amount we do for our users as it relates to mobile devices is vast," Murphy says. "If we had to support 15 types of devices, we wouldn't have the staff to be able to handle it."

Echoing the sentiments of Murphy, Freimark and others, the Forrester report states:

"For CIOs, BYOD is both an opportunity to outsource cost to employees and also a call to action to implement security models and application architectures that are device-agnostic. Only in this way can you get out of the business of device provisioning and into the business of service provisioning, and that's where you can make a real difference in employee's satisfaction and productivity."

flickr:8471466386

สรุปบทความ

BYOD : จะเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าระบบ IT ในปี 2013

BYOD ย่อมาจาก "Bring Your Own Device" การนำอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้ที่ออฟฟิศ (เป็นเรื่องเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์อุปกรณ์ไอทีประเภท mobile ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานในขณะเคลื่อนที่ ) ซึ่งสิ่งที่ขับเคลื่อนครั้งใหญ่ใน กระบวนการนี้ คงก็ต้องยกให้ค่าย Apple โดย Iphone และ Ipad เป็นตัวที่จะเปลี่ยนแปลง ระบบการจัดการ IT ภายในองค์กรไปจากเดิม
แผนก IT ในองค์กรต้องให้บริการองค์กรในการทำงานด้านนี้ จากการศึกษาร่วมกันของ MobileIron และ iPass released ในรายงานเรื่อง 2013 Mobile Enterprise Report พบว่า ตั้งแต่ปี 2011 – 2012 แผนก IT ได้สูญเสียงบประมาณในการความคุมอุปกรณ์เคลื่อนที่ ให้กับส่วนงานอื่นอย่างต่อเนื่อง

ปีนี้น่าจะเป็นปีของ BYOD และทาง IT จะจัดการอย่างไร ซึ่งอย่างน้อยก็ให้ความสำคัญกับการบริการในส่วนนี้ และจากรายงานล่าสุดของ Forrester พบว่า ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับข้อมูลกว่า 2,500 ล้านคนทั่วโลก ได้ใช้งานผ่าน BYOD แล้ว และ 2013 Mobile Enterprise Report ก็พบว่ามีการใช้ Tablet เพิ่มมากขึ้น ระหว่างปี 2011-2012

ส่วนที่จะขับเคลือน BYOD ก็คือ คนทำงานรุ่นใหม่ที่มีอายุระหว่าง 18 – 29 กลุ่มคนเหล่านี้จะมีการผสมผสาน การทำงานให้เข้ากับชีวิตส่วนตัว การส่งข้อมูล ก็ทำด้วย BYOD แบบ “ anytime, anywhere “ ผู้ใช้งาน BYOD เพิ่มขึ้นจาก 15 % เป็น 28 % ระหว่างปี 2011 – 2012 ( กลุ่มคนทำงานใน อเมริกาและยุโรป )

BYOD : คือ แนวทางการทำงานได้ทุกสถานที่ทุกเวลา เราสามารถนาเครื่องอุปกรณ์โน๊ตบุ๊ค เชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ที่โต๊ะทำงาน ห้องประชุม ห้องสมุด จนถึงมุมกาแฟ ภายในอาคารสานักงาน หรือแม้แต่นำกลับไปใช้งานที่บ้านซึ่งก็ดูเป็นเรื่องปกติชีวิตประจำวัน ซึ่งถือเป็นแนวคิดสาคัญที่องค์กรอนุญาติให้พนักงานนำอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้ที่ทางานได้ และสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายขององค์กรได้อีกด้วย เพราะคิดว่าจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานให้ดียิ่งขึ้นได้ การให้พนักงานสามารถเอาอุปกรณ์ส่วนตัวของตนเองไม่ว่าจะเป็น แลปท้อป เน็ตบุ้ค แทปเล็ต และอื่น ๆ มาใช้งานที่บริษัทได้กำลังกระจายไปตามประเทศต่าง ๆ ซึ่งปรากฎการณ์นี้มีข้อดีในแง่ของความสะดวกของตัวพนักงานเองที่ไม่ต้องถ่ายโอนไฟล์ไปมา และอาจจะดีสำหรับบริษัทด้วยที่ไม่จำเป็นต้องสั่งซื้ออุปกรณ์บางตัวเพิ่มเติม ในขณะที่สมาร์ทโฟนและแทปเลต (iPhones/ iPads, Windows Mobile และ Android) กำลังเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของปรากฎการณ์ BYOD ครั้งนี้ แนวโน้มของ BYOD เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามโดยเฉพาะองค์กรที่วิสัยทัศน์ด้านธุรกิจระดับนานาชาติ เนื่องจากต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้ การจะให้ผู้คนทั่วไปในทุกประเทศใช้อุปกรณ์ต่างๆที่เป็นรูปแแบบเดียวกันจากผู้ผลิตไม่กี่รายนั้นเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย อีกทั้งการพยายามกำกับดูแลควบคุมในระดับใกล้เคียงอุดมคติจนเกินพอดีย่อมจะนำมาซึ่งต้นทุนค่าใช้จ่ายที่มากกว่าคู่แข่ง และการสูญเสียความยืดหยุ่นในการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจในสังคมและวัฒนธรรมที่หลากหลายและมีความแตกต่างกันทางความคิดและพฤติกรรมการทำงาน องค์กรควรเปิดกว้างให้มากขึ้นและพิจารณาทางเลือกต่างๆอย่างรอบด้านและรอบคอบ และผู้บริหารบางกลุ่มอาจจะพบว่า BYOD นั้นจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อองค์กรในขณะที่น่าจะมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้ข้อสรุปที่เป็นเหตุเป็นผลอย่างถูกต้องว่า BYOD เป็นสิ่งที่ยังไม่เหมาะสมกับองค์กรของตน

บทวิเคราะห์ BYOD โดยใช้ SWOT Analysis

flickr:8470370485

Strengths : เพิ่มความสะดวกของตัวพนักงาน ที่ไม่ต้องถ่ายโอนไฟล์ไปมา และอาจะดีสำหรับบริษัทด้วยที่ไม่จำเป็นต้องสั่งซื้ออุปกรณ์บางตัวเพิ่มเติม และขีดความสามารถของ “App เล็กๆ” บนระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่ม productivity ให้กับองค์กรทั้งในระดับหน่วยงานและระดับตัวบุคคล ทั้งนี้เป็นเพราะความหลากหลายของ App ราคาถูกเหล่านี้จะส่งผลให้บุคลากรได้ใช้เครื่องมือที่ถนัด และใช้เครื่องมือเท่าที่จำเป็นไม่ต้องได้รับผลกระทบจากระบบงานที่ซับซ้อนเกินไป องค์กรไม่น้อยที่เห็นประโยชน์และสนใจจะทดลองการดำเนินนโยบาย BYOD อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้อาจเป็นเพราะองค์กรเหล่านี้มีการใช้อุปกรณ์พกพาและโทรศัพท์มือถือในระบบการทำงานค่อนข้างมาก “ของชิ้นเล็ก” ที่พกพาง่ายอีกทั้งมีการใช้งานที่ผสมสผานกันทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว

Weaknesses : หลักการ BYOD ก็มาพร้อมกับจุดอ่อนคือการเปิดช่องให้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตขององค์กรถูกโจมตีได้ง่าย เพราะหากพิจารณาโดยหลักการทั่วไปแล้วเครื่องคอมพิวเตอร์ของสานักงานมักจะได้รับการดูแลโดยฝ่ายไอทีขององค์กร มีการติดตั้งซอฟต์แวร์ที่จำเป็นเพื่อปกป้องและรักษาความมั่นคงปลอดภัย และกรณีต้องเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจากภายนอกก็จะมีการป้องกันภัยคุกคามไว้แล้วในระดับหนึ่ง ต่างจากอุปกรณ์ส่วนตัวที่อาจขาดความตระหนักในการดูแลอุปกรณ์ หรือติดตั้งซอฟต์แวร์ที่สาคัญและมีความจาเป็นลงในเครื่องเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวหรือความปลอดภัย ซึ่งยังคงต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 2-3 ปีเพื่อจะหามาตรฐานกลางในการจัดการกับอุปกรณ์ที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงพัฒนาอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง

Opportunities: BYOD เป็นเหมือนกับบทสรุปที่จะบอกเราว่า ทุกคนมีอิสระเต็มที่ในการเลือกอุปกรณ์ แพลตฟอร์ม และระบบปฏิบัติการที่ตนพอใจที่สุด และ จึงทำให้เกิดความคล่องตัวในการปฏบัติงานค่อนข้างสูง BYOD จึงเป็นส่วนที่ช่วยเสริมให้องค์กร ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูล และหากมีการจัดการที่ดี ก็จะทำให้เกิดความก้าวหน้า และก้าวทันทุกสถานการณ์ เพราะต่อไป ไม่ว่าจะเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ หรือคู่แข่งต่าง ก็ต้องมีกลยุทธในการแข่งขัน และ BYOD จะเป็นหนึ่งใน กลยุทธที่สำคัญและจำเป็นต่อองค์กร

Threats : BYOD เป็นระบบที่เพิ่งเริ่มเข้ามา จึงเป็นช่วงที่อยู่ระหว่างรอยต่อ ซึ่งต้องมีการบริหารจัดการระบบที่ดี เพื่อการให้เกิดการใช้ทรัพยากรณ์อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันหรือลดความเสี่ยงที่จะเกิดจากระบบ และเมื่อพูดถึงระบบนี้ เป็นสิ่งที่รู้จักและใช้กันแพร่หลายในกลุ่มคนรุ่นใหม่ จึงทำให้ต้องสร้างความรู้ความเข้าใจในกลุ่มคนที่อยู่ใน Generation ก่อนหน้านี้ และยากต่อการดูแลทั้งในแง่การควบคุมค่าใช้จ่ายและเวลาที่ต้องสูญเสียไปในการจัดการกับอุปกรณ์

ข้อมูลทางเทคนิค : BYOD ต้องการระบบควบคุมจัดการอยู่ไม่น้อยเพื่อให้ “อุปกรณ์ของใครของมัน” ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่สร้างปัญหาด้านความปลอดภัยต่างๆแก่องค์กร โดยมีจุดตั้งต้นที่ระบบ mobile device management (MDM) และ mobile application management (MAM) ซึ่งมีหน้าที่พื้นฐานดังต่อไปนี้

1. การติดตั้งและปรับปรุงซอฟต์แวร์หรือแอพพลิเคชันแบบรวมศูนย์ (Application Distribution/Deployment)
2. การควบคุมการเชื่อมต่อเข้าสู่ทรัพยากรของระบบขององค์กรส่วนกลาง
3. การสำรองข้อมูลและป้องกันข้อมูลสูญหาย
4. การป้องกันข้อมูลองค์กรรั่วไหล (Data Leakage Prevention)
5. การบันทึกเก็บรวบรวมสถิติการใช้งานและพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้อุปกรณ์

แต่ในความเป็นจริง BYOD ก็ยังมีอุปสรรคอยู่ไม่น้อยโดยเฉพาะแรงต้านจากตัวบุคลากรที่เป็นเจ้าของอุปกรณ์ทั้งในด้านขอบเขตความเหมาะสมของการควบคุมและความเสี่ยงต่อการถูกละเมิดความเป็นส่วนตัวจากข้อเท็จจริงสำคัญที่ว่าในปัจจุบันข้อมูลและแอพพลิเคชั่นขององค์กรกับข้อมูลส่วนตัวของบุคลากรนั้นในผสมผสานปะปนกันอยู่อย่างยากที่จะแยกออกจากกันได้ ในด้านขององค์กรเองก็ต้องการระดับการควบคุมและความปลอดภัยที่สูงเพื่อให้บุคลากรได้ใช้ข้อมูล สารสนเทศ และ content ต่างๆที่เป็นทรัพยากรกลางที่องค์กรจัดเตรียมไว้ให้ได้อย่างมั่นใจในด้านการบริหารความเสี่ยง แต่ในทางกลับกันบุคลากรจะเกิดความรู้สึกว่าตนเองไม่ได้เป็นผู้ใช้ที่ถือครองอุปกรณ์ที่ต้องอยู่ภาพใต้การควบคุมที่เข้มงวดอีกต่อไปเพราะอุปกรณ์เหล่านั้นเป็นของใช้ส่วนตัวที่พวกเขาซื้อหามาด้วยตนเอง องค์กรจำนวนไม่น้อยจึงหาทางออกด้วยการ “สมทบค่าอุปกรณ์” บางส่วนเพื่อตัดปัญหาและลดแรงเสียดทานของการบังคับใช้กฎระเบียบลง ซึ่งจะได้ผลมากหรือน้อยย่อมขึ้นกับหลายปัจจัยรวมถึงการบริหารจัดการกระบวนการธุรกิจในภาพรวมและการสื่อสารทำความเข้าใจในองค์กรเองด้วย

ก่อนจะตัดสินใจดำเนินการด้าน BYOD องค์กรพึงมีการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดทั้งจากภายในและภายนอกเพื่อสร้างนโยบายที่เหมาะสมเป็นกรอบและแนวทางการดำเนินการ โดยอ้างอิงนโยบายด้าน IT Governance และ IT Security องค์กรควรจะมีการร่างนโยบายที่ชัดเจนสำหรับการบริหารจัดการอุปกรณ์พกพาทั้งส่วนตัวและส่วนที่องค์กรเป็นเจ้าของ นอกจากนั้นยังควรระบุให้ชัดเจนถึงสิทธิการเข้าถึงข้อมูลขององค์กรผ่านอุปกรณ์ส่วนตัว และในทางกลับกันต้องระบุชี้แจงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความเป็นส่วนตัวของบุคลากรไว้ด้วย

ที่มา:
http://www.cio.com/article/728487/BYOD_to_Change_the_Face_of_IT_in_2013
http://www.intertrademag.com/welcome/article_read/102
http://www.positioningmag.com/magazine/details.aspx?id=94738
http://eset.co.th/th/about-eset/press-center/article/byod-bring-your-own-device/
http://www.dohjournal.com/index.php?option=com_content&view=article&id=353:-byod-3-2555&catid=38:2011-07-22-02-46-06&Itemid=81
http://www.ryt9.com/s/prg/1441524
http://www.etda.or.th/file_storage/uploaded/Etda_Website/article/20120919-Article-a-01.pdf

ผู้จัดทำ นายกฤษฎา นันท์ดวงแก้ว ID 5510221032 Y-34

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License