"โครมบุ๊ก" โน้ตบุ๊กแนวคิดใหม่
flickr:8469760289

ข่าววันที่ 1 ก.พ. 2556 เวลา 15:05:45 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์ ht.oc.nohcitam|tariap#ht.oc.nohcitam|tariap

ผมเคยได้ยินผู้สันทัดกรณีบอกเอาไว้ว่า ในโลกยุคข้อมูลข่าวสารมหาศาลเลื่อนไหลไปมาอยู่ในอินเตอร์เน็ตรอให้ทุกคนหยิบฉวยมาใช้นั้น "ฮาร์ดแวร์" มีความสำคัญน้อยลงไปทุกที สิ่งที่ทวีความสำคัญมากขึ้นก็คือ "ซอฟต์แวร์" ที่มีศักยภาพในการเอื้ออำนวยให้เราเข้าไปหยิบฉวยเอาข้อมูลหลากสิ่ง หลายอย่างและมากรูปแบบเหล่านั้นมาใช้เท่านั้นเอง
"โครมบุ๊ก" คือตัวแทนของแนวคิดดังกล่าวนั้นครับ
โดยนิยามแล้ว "โครมบุ๊ก" ก็คือคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่ไม่มีอะไรมาให้เลย นอกจากซอฟต์แวร์เพียงตัวเดียวนั่นคือ "เว็บเบราเซอร์" ส่วนที่เหลือทั้งหมด รวมทั้งอะไรต่อมิอะไรที่เราเรียกกันว่า "ระบบปฏิบัติการ" หรือ "โอเอส" นั้น ถูกรวมเอาไว้ใน "เซิร์ฟเวอร์" ที่ใช้เบราเซอร์ที่ให้มาเพื่อการ "เข้าถึง" เซิร์ฟเวอร์ที่ว่าแล้วหยิบมันมาใช้งานตามความต้องการ
สิ่งสำคัญที่สุดในกระบวนการทำงานของ "โครมบุ๊ก" ก็คือ ซอฟต์แวร์เล็กๆ ที่ทำหน้าที่เฉพาะอย่าง ที่เราเรียกกันว่า "แอพพลิเคชั่น" หรือ "แอพพ์" ต่างๆ นั่นเอง มันทำหน้าที่ตั้งแต่
ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม เรื่อยไปจนถึงการทำงานเอกสารต่างๆ แอพพ์เหล่านี้จะทำหน้าที่แทน "ซอฟต์แวร์" ต่างๆ ที่ติดตั้งลงบนเครื่องโน้ตบุ๊กเมื่อก่อนนี้ ในขณะเดียวกันก็มีที่เก็บข้อมูลส่วนตัวให้กับผู้ใช้แต่ละคน (ผ่านกูเกิลไดรฟ์ ที่แถมพื้นที่ 100 GB มาให้ผู้ซื้อโครมบุ๊กทุกเครื่องใช้งานฟรีๆ เป็นระยะเวลา 2 ปี)
ถ้าใครยังนึกภาพโครมบุ๊กไม่ออก ก็ขอให้ถือเสียว่ามันคือสมาร์ทโฟนเครื่องหนึ่ง ที่มีจอขนาดใหญ่และมีคีย์บอร์ดมาให้ทำงานได้สบายๆ กว่าการจิ้มทีละตัวนั่นเอง
ภายใต้กระบวนการทำงานดังกล่าว "ฮาร์ดแวร์" หรือเครื่องโน้ตบุ๊กของเราก็ไม่จำเป็นต้องติดตั้ง "โอเอส" ไม่จำเป็นต้องมีขีดความสามารถในการประมวลผลสูงมากๆ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องมีฮาร์ดไดรฟ์ความจุเยอะๆ และออปติคอลไดรฟ์อีกต่อไป สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา?
ก็คือ ราคาลดลงกว่าโน้ตบุ๊กเต็มประสิทธิภาพมาก ตัวเครื่องบางแถมยังเบา เหมาะต่อการพกพาไปไหนต่อไหน และสามารถทำหน้าที่เป็นเสมือนพีซีประจำโต๊ะทำงานได้สบายๆ
สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งยวดต่อการทำงานกับโครมบุ๊กนอกเหนือจากการปรับเปลี่ยนแนวคิดในการใช้คอมพิวเตอร์ใหม่เล็กๆ น้อยๆ ก็คือ การเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะแบบมีสาย ไร้สาย หรือ 3จี แต่ต้องมี ไม่เช่นนั้นโครมบุ๊กก็ไม่สามารถทำงานใดๆ ได้โดยสิ้นเชิงนั่นเอง
ตอนนี้มีผู้ผลิตพีซีหลายรายหันมาผลิตโครมบุ๊กออกมาวางจำหน่ายกันแล้ว อย่างเช่น เอเซอร์ ซัมซุง แล้วก็คาดว่าจะมีอีกหลายรายทยอยออกผลิตภัณฑ์มามากขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่น เลอโนโว เตรียมวาง "ธิงค์แพด โครมบุ๊ก" ซึ่งพุ่งเป้าไปที่การเป็นอุปกรณ์การเรียนของนักเรียนโดยเฉพาะในราวเดือนกุมภาพันธ์นี้ แล้วก็ เอชพี ที่จะประเดิมเจเนอเรชั่นแรกของโครมบุ๊กของตัวเองในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ด้วยราคาที่ดึงดูดใจเอามากๆ เพราะเริ่มต้นตั้งแต่ไม่ถึง 6 พันบาทเท่านั้นเอง
ข้อเท็จจริงที่ว่ามีผู้ผลิตทยอยผลิตโครมบุ๊กออกมาสู่ท้องตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนถึงข้อเท็จจริงที่ว่าโครมบุ๊กนั้นขายได้ อันที่จริง จิม หว่อง ประธานของเอเซอร์ ยักษ์ใหญ่วงการคอมพิวเตอร์จากไต้หวัน ที่วางตลาดโครมบุ๊กมาตั้งแต่ราวๆ เดือนกันยายนหรือตุลาคมปีที่ผ่านมา บอกว่า ยอดวางขายของโครมบุ๊กไปได้ดีกว่าที่คาดไว้ ถึงตอนนี้กินสัดส่วนยอดขายโน้ตบุ๊กของเอเซอร์เข้าไปแล้วระหว่าง 5-10 เปอร์เซ็นต์
ยอดวางขายของโน้ตบุ๊กเอเซอร์ในสหรัฐ อเมริกาในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีที่ผ่านมา อยู่ระหว่าง 803,000-1,377,824 ตัว ในขณะที่โครมบุ๊กมียอดวางขายอยู่ระหว่าง 26,900-92,314 ตัว ซึ่งจะว่าไปแล้ว สูงกว่ายอดขาย โครเมีย 700 แท็บเล็ตของเอเซอร์เองที่ยอดวางขายในช่วงเดียวกันอยู่ที่เกินกว่า 5,000 เครื่องนิดหน่อยเท่านั้นเอง
ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ แม้ว่าโครมบุ๊กจะไม่สามารถทดแทนสิ่งที่พีซีและโน้ตบุ๊กทั่วไปทำได้อยู่ในเวลานี้อย่างเต็มที่ (โดยเฉพาะเรื่องของการทำงานในสถานะออฟไลน์) แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ก็เชื่อว่ามันสามารถสั่นคลอนการผูกขาดโอเอสในเครื่องพีซีของไมโครซอฟท์ได้แน่ๆ
ที่เห็นกันชัดเจนก็คือเรื่อง "รายได้" ที่ไมโครซอฟท์จะได้จากการขายระบบปฏิบัติการวินโดวส์ และซอฟต์แวร์เพื่อการใช้งานเอกสารอย่างไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ คงกระทบกระเทือนจากโครมบุ๊ก
แต่จะมากหรือน้อยต้องคอยจับตาดูกันอีกทีครับ

ที่มา : นสพ.มติชน

flickr:8469760029

สรุปข่าว
1. ในอนาคตอันใกล้นี้ซอฟต์แวร์จะมีบทบาทที่สำคัญกว่าฮาร์ดแวร์
2. Chrome book นั้นเป็นการรวบรวมระบบปฎิบัติการ (OS) มาไว้ที่เซิร์ฟเวอร์โดยทำงานผ่านเว็บเบราเซอร์
3. Chrome book จะไม่มีพื้นที่สำหรับสตอเรจข้อมูลในเครื่อง โดยผู้ใช้จะสตอเรจข้อมูลฟรีสำหรับการจัดเก็บไฟล์ต่างๆ ไว้บนออนไลน์โดย Google ซึ่งมันทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลว่าไฟล์ข้อมูลต่างๆ จะสูญหายหรือเปิดขึ้นดูไม่ได้
4. Chrome book จะรวมเอาแอพพลิเคชันล่าสุดของ Google ทั้งหมดไว้ในเครื่องพร้อมทั้งมีการอัพเดตอย่างสม่ำเสมอ
5. การทำงานของโครมบุ๊คจะต้องมีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตตลอดเวลา หรือเป็นระบบเปิด
6. ราคาถูกกว่าพีซีทั่วไป

flickr:8470853684size="medium640"

วิเคราะห์:
การที่ทาง Google ได้ออก Chrome books ออกมานั้นถือได้ว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างบริษัทไอทีและคอมพิวเตอร์ในการแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่นับวันทวีความรุนแรงมากขึ้น และครั้งนี้ถือว่า Google ได้กลายมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของ Microsoft อีกครั้งหนึ่ง ด้วยการปล่อยการบริการด้านซอฟต์แวร์ที่มาพร้อมกับ Laptop แบบใหม่ที่เรียกว่า Chrome books และคิดว่าครั้งนี้ Google น่าจะใช้จ่ายเงินจำนวนมากในการลงทุนด้านระบบปฎิบัติการของ Chrome books เพื่อที่จะสู้กับ Microsoft ที่ได้ผูกขาดการให้บริการ Windows OS และ Microsoft Office มาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน
ครั้งนี้คิดว่า Google น่าจะประสบความสำเร็จระดับหนึ่งเพราะด้วยประสิทธิภาพหรือ Function การทำงานต่างๆ ของ Chrome books รวมถึงการได้รับการสนับในการผลิตแล็ปท็อปขนาดเล็กที่ได้มาตรฐานจากซัมซุงและเอเซอร์ผ่านระบบปฏิบัติการ Chrome ซึ่งจะประกอบไปด้วย โปรแกรมและพื้นที่จัดเก็บในรูปแบบของ Cloud ที่มีจุดเด่นคือผู้ใช้สามารถเข้าถึงการใช้งานที่หลากหลายของซอฟต์แวร์เช่น Google Docs, Sales force CRM และซอฟแวร์การแก้ไขภาพโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องติดตั้งและอัพเกรดอัตโนมัติ ซึ่งแตกต่างจากเดิมที่เราเคยใช้ PC แบบเดิมๆ ที่ส่วนมากยังไม่รู้จักวิธีดูแล Computer เมื่อซื้อไปแล้วและติดตั้งโปรแกรมจะดูดีในครั้งแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปการทำงานก็มีแต่ช้าลงเรื่อยๆ ทำให้ผู้ใช้จะมีความกังวลต่อการเสื่อมสภาพนี้ แต่การให้บริการ Office Space ครั้งนี้ Google สามารถที่จะอัพเดท Chrome books ของผู้ใช้ทุกคนได้โดยอัตโนมัติ แต่การที่จะเอาชนะระบบปฎิบัติการของ Microsoft ได้อาจจะต้องใช้เวลาพอสมควรเนื่องจากผู้ใช้ส่วนใหญ่ยังถนัดหรือคุ้นเคยกับระบบการปฎิบัติการของ Microsoft อยู่รวมถึงการที่ Chrome books ไม่มีฮาร์ดดิสก์ในการเก็บข้อมูลและยังไปเก็บข้อมูลบนระบบออนไลน์ด้วย ยิ่งทำให้คิดหนักว่ามันจะสามารถมั่นใจได้หรือไม่ว่าข้อมูลของเราจะไม่ถูกเปิดเผยหรือถูกนำไปใช้ประโยชน์โดยบุคคลอื่นไม่ว่าจะเป็น Google หรือมิจฉาชีพทั้งหลาย

flickr:8470853684size="medium640"

ข้อดี
1. เครื่องที่เล็กและเบา ราคาที่ถูกมาก (คล้ายเน็ตบุ๊ค)
2. อินเตอร์เฟซการใช้งานที่เรียบง่ายและคุ้นเคยดีอยู่แล้ว
3. จะรวมเอาแอพพลิเคชันล่าสุดของ Google ทั้งหมดไว้ในเครื่อง พร้อมทั้งมีการอัพเดตอย่างสม่ำเสมอ
4. ไม่มีปัญหาเรื่องไฟล์สูญหายหรือเปิดไม่ได้เนื่องจากไฟล์ได้เก็บไว้ออนไลน์โดย Google
5. Chrome book แต่ละเครื่องมาพร้อมกับบริการ 3G สามารถใช้มันเข้าถึงเว็บได้ตลอดเวลาที่ต้องการ
6. Chrome book จะมาพร้อมกับช่องใส่การ์ดหน่วยความจำ ซึ่งผู้ใช้สามารถจัดเก็บสำรองไฟล์ข้อมูลบนหน่วยความจำพวกนี้ได้

ข้อเสีย
1. จะต้องต่อเน็ตเมื่อใช้งาน ซึ่งหากไม่ต่อเน็ตจะทำให้คุณสมบัติการทำงานต่างๆ มากมายของ Chrome book จะไม่สามารถใช้ได้
2. เมื่อเทียบกับเน็ตบุ๊คอาจจะมีราคาแพงกว่าแต่ประสิทธิภาพอาจด้อยกว่าเน็ตบุ๊ค
3. ไม่สามารถเก็บข้อมูลแยกจากฟรีสตอเรจออนไลน์ของ Googleเนื่องจากไม่มีฮาร์ดดิสก์เพื่อจัดเก็บข้อมูลในเครื่อง
4. ไม่สามารถใช้เล่นเกมส์ยอดฮิต รวมถึงการรันโปรแกรมใช้งานยอดนิยมอย่าง Microsoft Word ได้
5. ไม่เหมาะกับคนที่ไม่สะดวกกับการใช้สตอเรจในระบบคลาวด์ (cloud-based storage) (ไฟล์ต่างๆ ไม่ได้อยู่ในเครื่องแต่อยู่บนออนไลน์)
6. ไฟล์ข้อมูลถูกสำรองไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของ Google ที่มีความปลอดภัยแต่ผู้ใช้บางรายอาจจะไม่ชอบวิธีนี้ เนื่องจากข้อมูลทั้งหมดตกอยู่ในมือคนอื่น (ในที่นี้ก็คือ Google )
ที่มา
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1359705832&grpid=03&catid=06&subcatid=0600
http://www.arip.co.th/tips.php?id=413788

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License