Amazon’s Growth Looks Like Walmart in the 1990s — But Even Better

สรุปเนื้อหาข่าว
Amazon เติบโตอย่างต่อเนื่อง จนดูคล้ายการเติบโตของ Wal-Mart ในปี 1990 แต่ดูเหมือนจะดียิ่งกว่า

8471365728_b34fe16be8.jpg
8471365828_a50547b1c2_z.jpg

จากรายงานข่าวจะเห็นได้ว่า Amazon นั้นไม่ได้ทำกำไรได้มากขึ้น แต่นักลงทุนก็ยังนิยมที่จะลงทุนหุ้น Amazon อย่างต่อเนื่อง จากไตรมาสสุดท้ายของปี 2012 Amazon ได้รายงานว่าบริษัทมียอดขายถึง $21.227 billion เมื่อเทียบกับตลอดปี 2008 ที่ผ่านมา Amazon มียอดขายตลอดทั้งปีเพียง $ 19.17billion
Amazon ยังได้รายงานอีกว่า บ. มียอดขายรวมตลอดทั้งปี 2012 สูงถึง $61billion โดยเพิ่มขึ้น $13 billion จากปีที่ผ่านมา ในขณะที่ในปี 2007 Amazon มียอดขายรวมทั้งปีราว $14.84 billion โดยจะเห็นได้ว่ามียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่จริงๆ แล้ว Amazon ขาดทุนมากถึง $39million ในปี 2012 ที่ผ่านมา เนื่องมาจากค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้า พอๆ กับค่าใช้จ่ายที่ใช้ในสื่อดิจิตอลต่างๆ
นักลงทุนมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ความอดทนในการลงทุนในหุ้น Amazon มีความแตกต่างกับการลงทุนในหุ้นอย่าง Apple ซึ่งทำกำไรในไตรมาสที่ผ่านมาถึง $13.1billion แต่ขณะเดียวกันราคาหุ้นของ Amazon เองก็ได้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องผิดกับ Apple ที่ทรงตัวอยู่ในระดับปกติ ซึ่งไม่สามารถนำมาวัด performance ของ Amazon ในตอนนี้ได้ แต่เมื่อลองมองย้อนไปในปี 1994 Wal-Mart มียอดขายทั้งสิ้นอยู่ที่ $60 billion เป็นครั้งแรกในขณะนั้น 10 ปีต่อมา Wal-Mart มียอดขายรวมถึง $256 billion จนกระทั่งปีทีผ่านมา Wal-Mart มี ยอดขายรวมเกือบ $444 billion ถึงแม้ว่า Amazon จะไม่สามารถเลียนแบบการเติบโตของ Wal-Mart ได้ทั้งหมดหรือทำยอดได้สูงถึง $500 billion ซึ่งเป็นไปได้ยาก แต่เมื่อลองเทียบดูความสัมพันธ์ของ Amazon กับอัตราการเจริญเติบโตของ Wal-Mart ในปี 1990 นั้น มีการเปลี่ยนแปลงที่ใกล้เคียงกันในการที่ Wal-Mart ถีบตัวเองให้เหนือคู่แข่ง นักลงทุนในหุ้นของ Amazon จึงเกิดแนวความคิดที่จะเปรียบเทียบกับการเติบโตของ Wal-Mart กับ Amazon ซึ่งดูเหมือน Amazon จะสามารถทำได้ดีกว่า

บทวิเคราะห์
จุดเด่นของ Amazon.com

8471366142_07fca28db0.jpg

จากข่าวจะเห็นได้ว่าปัจจุบันการค้าขายออนไลน์ของ Amazon ซึ่งได้เริ่มต้นจากการขายหนังสือออนไลน์เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว จนเติบโตเป็นอย่างมากในปัจจุบันนั้น เป็นผลมาจากการที่สื่อออนไลน์เข้ามามีผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของทุกๆ คน จนทำให้การซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านเว็บไซต์อย่าง amazon.com เป็นเรื่องง่ายๆ และสะดวกมาก จุดเด่นของ Amazon คือการใช้กลยุทธ์ด้านราคาในการขายหนังสือถูกกว่าร้านหนังสือทั่วไป โดยทุกๆ วันบริษัทจะ ลดราคา 50% สำหรับหนังสือที่ติดอันดับขายดีของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ (New York Times Best Sellers) และลดราคา 40% สำหรับหนังสือเล่มอื่นๆที่เหลือ ลำพังกลยุทธ์ทางราคาจะทำให้การแข่งขันทวีความรุนแรงขึ้นซึ่งเป็นผลเสียแก่บริษัทเอง กลยุทธ์ที่สำคัญ อีกประการหนึ่งที่บริษัทใช้คือการให้บริการลูกค้า (customer service) ที่เป็นเลิศ ซึ่งช่วยสร้างความภักดีของลูกค้า ในการซื้อสินค้าจากบริษัท โดย Amazon ใช้เทคโนโลยีของ Oracle ทั้งโปรแกรมประยุกต์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำเว็บไซต์ (Web Application) ฐานข้อมูล (Database) การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource) และโปรแกรมบริหารระบบการเงิน (Finance) โดยมีขนาดของ database ใหญ่เป็นอันดับที่ หก ของโลก

การเพิ่มขึ้นของยอดขายของ Amazon สัมพันธ์กับยอดขายที่เพิ่มในปี 1990 ของ Wal-Mart อย่างไร

เมื่อเทียบการเติบโตของ Amazon ในปีที่ผ่านมาเทียบกับการเติบโตของ Wal-Mart ซึ่งเป็นตลาดในรูปแบบเดียวกันจะเห็นได้ว่า ยอดขายของ Amazon เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและสามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 27% ในปี 2012 ซึ่งมากกว่า Wal-Mart ที่เพิ่มขึ้นเพียงแค่ 5.94% นักลงทุนจึงดูเหมือนจะให้ความเชื่อมั่นกับการเติบโตของธุรกิจดอทคอมของ Amazon ที่สามารถทำยอดขายได้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนดูเหมือน Amazon เดินตามรอยของ Wal-Mart แต่ด้วยกลยุทธการดำเนินธุรกิจของ Amazon เองได้ทำให้ยอดขายเพิ่มมากขึ้นและสามารถเติบโตอย่างยั่งยืน

8471366370_6447672271.jpg
8470270447_dd4310349f.jpg

การเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น Amazon เทียบกับ Wal-Mart และ Apple

8471366534_c8c22a7b53.jpg

จากกราฟจะเห็นได้ว่า ในปีที่ผ่านมา ราคาหุ้นของ Amazon เองเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องคือ ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 38.63% เมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตของ Wal-Mart และ Apple ที่เปลี่ยนแปลงโดย +15.34% และ -2.73% ตามลำดับ จึงเป็นที่น่าจับตามองว่า Amazon ใช้กลยุทธอย่างไรกับธุรกิจดอทคอมของบริษัทของเขาเองจนทำให้ราคาหุ้นเป็นที่น่าสนใจของตลาด จนอัตราการเติบโตสูงกว่าบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันอย่าง Wal-Mart

SWOT Analysis AMAZON VS Wal-Mart

8470475377_04fa2d9017.jpg
8470471855_508eaa9136.jpg
8470471963_91e55493db.jpg
8471568508_5bee188164.jpg

บทสรุป
จากการที่นักลงทุนสนใจลงทุนในตลาดดอทคอมมากขึ้น อย่าง Amazon นั้น เพราะว่าเกิดจากปัจจัยหลายๆ อย่าง คือจากตัวธุรกิจเองที่มีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด จากการเปรียบเทียบกับการเติบโตของ Wal-Mart ในปี 1990 เป็นต้นมา ทำให้นักลงทุนให้ความสนใจในหุ้นของ Amazon มากขึ้น และเมื่อเรามาวิเคราะห์ถึง SWOT Analysis ของทั้งสองยักษ์ใหญ่คือ Amazon และ Wal-Mart แล้วพบว่า ทั้งสอง บริษัท มี Strategy คล้ายๆ กันคือการเป็น No.1 ในเรื่องที่ตนเองถนัด ยกตัวอย่าง Amazon คงเน้นในเรื่องการซื้อขายออนไลน์ (E-Commerce) เพราะว่าได้ทำมานานและมีฐานลูกค้าที่มีความเชื่อมั่นในบริการ (Brand Royalty) จำนวนมาก อีกทั้งยังพัฒนา Kindle Fire มาเพื่อให้ลูกค้าของตนเองโดยเฉพาะ รวมทั้งการลงทุนในด้าน IT อย่างการพัฒนาระบบ Database ยังเป็นจุดเด่นของ Amazon ในการให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

NIDA YMBA34 พิทยา ชื่นอารมณ์ 5510221040

แหล่งที่มา
- http://www.wired.com/business/2013/01/amazons-walmart-like-growth/ BY MARCUS WOHLSEN 01.30.13 6:30 AM

อ้างอิง
- http://www.google.com/finance
- http://www.marketwatch.com/investing/stock/AMZN/financials
- http://www.marketing91.com/swot-walmart/
- http://mba-posts.blogspot.com/2012/06/swot-analysis-of-walmart.html

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License