Wireless Charging Technology

flickr:8469800707 flickr:8469800711

มีการจัดลำดับแนวโน้มของเทคโนโลยี โดยนำมาจากนิตยสาร ”Technology Review ของค่าย MIT” สรุป 5 เทคโนโลยีที่น่าจับตามองของปี 2013 อันดับ 1 – 5 ประกอบด้วย
1. Wireless Charging หรือเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย
2. 3D Printing หรือเทคโนโลยีการพิมพ์วัตถุ 3 มิติ
3. Stylus หรือเทคโนโลยีอินพุตด้วยปากกา
4. เทคโนโลยีการจับท่าทางการเคลื่อนไหวเพื่อใช้ในการเล่นเกมส์
5. เทคโนโลยี Tablet และ E-book
ในส่วนนี้ขอกล่าวถึงเฉพาะ wireless charging

ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยี Wireless Charging เราจะเริ่มเห็นแท่นชาร์ตแบบไร้สายในเมืองไทยก็มีทางค่ายโนเกีย Lumia 920, LG Google Nexus 4, Nokia Lumia 920 และ HTC Windows Phone 8X ตามรูปด้านล่าง

flickr:8470893968

งานเปิดตัว Nokia Lumia 920 พร้อมระบบ wireless charging

flickr:8469800669flickr:8469800605

Nokia Wireless Charging และลำโพงพร้อม Wireless Charging ในตัว

นอกจากนั้นยังได้มีการสำรวจว่า มีโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนใช้เทคโนโลยีนี้ประมาณ 5 ล้านเครื่อง และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 100 ล้านเครื่องในปีนี้ ในอเมริกาจะเริ่มเห็นแท่นชาร์จประเภทนี้ในที่สาธารณะ อย่างเช่น Madison Square Garden(สนามกีฬาขนาดใหญ่) , บนเครื่องบินอย่างสายการบิน Virgin Atlantic และจะแพร่หลายไปตามบ้านอย่างต่อเนื่อง

flickr:8469800613

Source: MarketsandMarkets Analysis

มีการคาดการณ์ว่ารายได้จากอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยี wireless charging จะเดิมโตอย่างต่อเนื่องและจะมากกว่า 7.161Billion US ในปี 2017 จากการทีสามารถเพิ่มทางเลือกที่สะดวกสบายให้กับผู้บริโภค โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะเข้ามามีการเปลี่ยนแปลงในอุปกรณ์ มากมาย เช่น
1. Mobile Devices
2. Medical Devices
3. Batteries
4. Automotive Console
5. Hand-held Radios

flickr:8470893854 flickr:8469800599

ตัวอย่างของเทคโนโลยี wireless charging ที่เข้ามามีบทบาทในรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้า

ในส่วนของ mobile device เอง เทคโนโลยีในการชาร์จแบตเตอรีแบบไร้สายก็ได้รับความสนใจในการพัฒนามาโดยตลอด ล่าสุดทาง SAMSUNG และทาง Qualcomm ได้เข้าร่วมกลุ่ม Alliance for Wireless Power (A4WP) โดยมีสมาชิกในกลุ่มนี้อยู่เดิมประกอบไปด้วย
1. Duracell-Powermat Technologies
2. Ever Win Industries
3. Gill Industries
4. Peiker Acustic
5. SK Telecom
ซึ่งมุ่งเน้นในการพัฒนาเป็นทางเลือกใหม่ในการชาร์จแบตเตอรีไร้สาย (Wireless Power Consortium’s Qi Standard
กลุ่ม A4WP นั้นมีความหวังว่าการพัฒนาแบตเตอรีไร้สายที่จะช่วยให้ไม่มีไม่มีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่สำหรับการชาร์จแบตเตอรีผ่านวัตถุที่ไม่ใช่โลหะ ซึ่งจะช่วยในการใช้งานได้อีกมากไม่ว่าจะเป็นการตั้งหน้ารถ หรือว่าตั้งบนโต๊ะก็สามารถใช้งานได้ และยังสามารถที่จะนำไปใช้งานร่วมกันได้หลายอุปกรณ์พร้อมๆ กัน รวมไปถึงการพัฒนามาตรฐานให้สามารถใช้งานได้กับทุกๆ อุปกรณ์ทั้ง Mobile phone, Notebook, Bluetooth Headset และ Tablet ด้วย
โดยข่าวของ Samsung Galaxy S IV ยังคงเป็นมือถือรุ่นใหม่ที่มีผู้ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก แม้มันจะยังไม่มีการเปิดตัวก็ตามที ล่าสุดมีข่าวจากสื่อในเกาหลีระบุว่า Galaxy S4 อาจมาพร้อมกับเทคโนโลยี "wireless charging" หรือการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย

flickr:8469800539

Galaxy S3 เมื่อตอนเปิดตัว battery power wireless charging

ใน nokia lumia 920, 820 มีคุณสมบัติดังกล่าวในรูปแบบ Qi wireless charging แต่รองรับการเชื่อมต่อที่ระยะประมาณ 4 cm. ซึ่งทาง Samsung ต้องการให้สามารถทำได้ 1-2 เมตร
นอกจากการชาร์ต ทั่วไปตามสถานที่แล้ว สำหรับบางคนที่ต้องใช้ชีวิตบนรถก็คงถูกใจไม่น้อยเลยหากเทคโนโลยีนี้ถูกบรรจุไว้ในรถยนต์ โดยในปี 2013 นี้ ทาง Toyota วางแผนเปิดตัวระบบชาร์ตแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือแบบ Wireless charging ในรถยนต์ Toyota รุ่น Avalon sedan เพื่อเพิ่มความสะดวกในการชาร์ตแบตเตอรี่

flickr:8470893786

โดยใช้ระบบ Qi เช่นเดียวกับ Chrysler ที่ต้องการพัฒนาระบบดังกล่าวในรถยนต์รุ่น Dodge Dart โดย Wireless charging ที่ Toyota พัฒนานี้คาดจะมีราคาอยู่ที่ประมาณ $1,950 ต่อรายการ ทั้งนี้โทรศัพท์มือถือนั้นจะต้องมีโปรโตคอล Qi เพื่อทำงานร่วมกับแผ่นรองดังกล่าว ปัจจุบัน Qi wireless charging รองรับการทำงานโทรศัพท์มือถือ 34 โมเดล

flickr:8469800535flickr:8470893792

อีกตัวอย่างของการพัฒนา wireless charging สำหรับ tablet

+++++ วิเคราะห์ SWOT ANALYSIS

Strengths (S): จุดแข็ง
1. เทคโนโลยี wireless ยังคงสามารถพัฒนาได้อีกมาก โดยในขณะนี้ มีด้วยกัน 4 เทคโนโลยีคือ
• inductive coupling
• conductive
• near-field magnetic resistance
• far-field magnetic resonance
ซึ่งหากสามารถพัฒนาไปจนถึงระดับ far-field magnetic resonance ที่สามารถส่งสัญญาณได้ไกลมากขึ้น ก็จะง่ายในการใช้งาน ถึงจุดนี้ก็จะเป็นปัจจัยที่สำคัญของอุปกรณ์ไปเลย เรียกได้ว่าสายไฟฟ้าในการ ชาร์ตไฟถูกยกเลิกผลิตแน่นอน
2. ตลาดของอุปกรณ์ที่จะนำเทคโนโลยี wireless charging นี้มาใช้กว้างมาก โดยสามารถที่จะนำไปใช้กับอุปกรณ์เป็นต้นว่า อุปกรณ์สื่อสาร, รถที่ใช้ไฟฟ้า, เครื่องมือที่ใช้ในอุตสาหกรรม, เครื่องมือทางการแพทย์, เครื่องมือช่าง, อุปกรณ์ทางการทหาร และอื่นๆ อีกมากมายเรียกได้ว่าใครสามารถสร้างต้นแบบที่สมบูรณ์ของเทคโนโลยีนี้ได้ก่อน จะสามารถเป็นขึ้นแท่นเป็นผู้นำนวัตกรรมได้ทันที
3. การที่ยังมีคู่แข่งน้อยรายในเทคโนโลยีนี้ย่อมมีโอกาสเติบโตได้มาก

Weaknesses (W): จุดอ่อน
1. ในปัจจุบันเทคโนโลยีนี้ยังไม่สมูบรณ์นักจึงยังขาดความเชื่อมั่นในการใช้งานจากผู้บริโภค
2. การพัฒนาหากสำเร็จจำเป็นต้องมองถึงต้นทุนต่อหน่วยที่จะต้องต่ำพอให้ผู้บริโภคทุกระดับ หรือมากที่สุดสามารถเข้าถึงได้
3. ระยะทางของการใช้งานระบบ wireless charging ในปัจจุบันยังมีระยะในการวางห่างจากแท่นชาร์ตค่อนข้างน้อย จึงยังดูเหมือนไม่น่าสนใจเท่าไหร่หากจะนำไปใช้งาน ถ้าเทียบกับเงินที่จะเสียไปแล้วมากกว่าการซื้อระบบการชาร์ตไฟแบบปกติ
4. ระบบที่ใช้อยู่อาศัยการเหนี่ยวนำของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าซึ่งจะเกิดการสูญเสียพลังงานได้ตลอดเวลา ต้องมีการคิดค้น controller ,sensor ที่จะคอยตัดระบบหากไม่มีอุปกรณ์ที่จะชาร์ตอยู่ในตำแหน่ง หรือเมื่อชาร์ตไฟเต็มแล้ว

Opportunities (O): โอกาส
1. แนวโน้มการใช้เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงเร็ว ส่งผลให้สินค้าเหล่านี้ในอนาคตเกือบเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค เหมือนอาหารหรือสิ่งของเครื่องใช้ ที่ใช้แล้วหมดไป ทำให้มีสภาพคล่องในการซื้อขาย สินค้ามีการหมุนเวียนเร็ว จึงมีการเติบโตได้ทั้งในแง่ของ ตลาดผู้บริโภคใหม่ๆ รวมไปถึงผู้บริโภครายเดิมที่พร้อมจะวิ่งตามเทคโนโลยีใหม่ๆที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
2. ยังมีคู่แข่งในตลาดน้อยสำหรับเทคโนโลยีนี้
3. ในส่วนของผู้บริโภคที่ยังเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีมีอีกมาก จึงยังมีโอกาสในการเปิดตลาดใหม่ๆได้อีกมากมาย

Threats (T): อุปสรรค
• การพัฒนายังต้องใช้เวลา ทั้งทรัพยากรบุคคลและงบประมาณในการวิจัยอีกมาก
• เชื่อว่าในช่วงแรกที่ผลิตออกมาได้ ต้นทุนต่อหน่วยของเทคโนโลยีจะยังสูงอยู่ เป็นผลให้ผู้บริโภคบางกลุ่มอาจไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีนี้ได้

สรุป

อนาคตของเทคโนโลยี wireless charging นั้นหากมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนอยู่ในระดับสูง(Field magnetic Resonance Transfer) ก็จะเกิดประโยชน์อย่างมหาศาล และจะมีการนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกมากมาย ในหลายๆด้านตามที่ได้กล่าวไปแล้ว
ลองคิดว่าจะดีแค่ไหน ถ้าไปที่ไหนแล้วเราสามารถจะชาร์ตไฟเข้าอุปกรณ์พกพาของเราอย่างมือถือ หรือ tablet ได้ตลอดเวลา เช่น ในรถไฟฟ้า ร้านอาหาร สนามบิน เป็นต้น เพียงแต่มี user สำหรับการเชื่อมต่อเหมือน internet ที่สามารถจะใช้ได้ทุกที่นั่นเอง
มากไปกว่านั้น อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราใช้กันอยู่ทุกๆ วันอย่างเช่น ทีวี ตู้เย็น ต่อไปก็อาจมีการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในการส่งผ่านกระแสไฟฟ้าโดยไม่ต้องเสียบปลั๊กไฟใช้งานอีกเลยก็ได้ เป็นการเปลี่ยนรูปแบบของเทคโนโลยีแบบเก่าโดยสิ้นเชิง เข้าสู่อีกยุคของการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีระบบการจ่ายไฟฟ้าแบบไร้สาย
หากมองในแง่ของธุรกิจแล้วเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเช่นนี้ ก็จะส่งผลให้เกิดการอุปโภค บริโภคสินค้ารูปแบบใหม่จำนวนมหาศาล ซึ่งใครก็ตามที่คิดค้นหรือสามารถเข้าไปอยู่ในวงจรของธุรกิจได้ ก็จะสามารถสร้างมูลค่าของธุรกิจ และการเติบโตได้อย่างมหาศาล แบบก้าวกระโดด เหมือนอย่างที่มีการคาดการณ์กันไว้อย่างแน่นอน

YMBA34 อานนท์ เรตทิพย์ 5510221047

เนื้อหาจาก : http://eureka.bangkokbiznews.com/detail/487347 : 25 มค. 2556
Related Link:
http://www.businessweek.com/articles/2012-11-08/the-coming-war-over-wireless-charging
http://blog.laptopmag.com/face-off-nokia-lumia-920-vs-htc-windows-phone-8x/5
http://www.freescale.com/webapp/sps/site/prod_summary.jsp?code=RDWIRELESSTABLET&fasp=1
http://www.freescale.com/webapp/sps/site/application.jsp?code=APLWIRCHA
http://www.marketsandmarkets.com/Market-Reports/wireless-charging-market-640.html
http://nstda.or.th/blog/?p=11647
http://www.sbelectronics.com/2011/01/sbe-power-ring-film-capacitors-featured-at-ces-2011/
http://www.arip.co.th/news.php?id=416160

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License