รู้เท่าเข้าถึงยุค 3 จี เทคโนโลยีคลื่นที่3
flickr:8471344404

ในปัจจุบันนี้อุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ถึงยุคเปลี่ยนผ่านจากระบบสัมปทานสู่ระบบใบอนุญาต หลังจากกสทช. (คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) ได้ออกใบอนุญาตระยะเวลา 15 ปีบนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ให้กับผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายเดิมทั้ง 3 ราย คือ เอไอเอส-ดีแทค และ กลุ่มทรู
ไม่เพียงเท่านี้เทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้เข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านเช่นเดียวกันจากระบบอะนาล็อก สู่ยุคดิจิตอลยุค 2 จี, 2.5 จี และ 2.75 จี ก้าวสู่ยุคที่ 3 คือ ยุค 3 จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์

การเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุค3จี

flickr:8471344374

โทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่หนึ่ง เป็นยุคอะนาล็อก ใช้สัญญาณวิทยุในการส่งคลื่นเสียง โทรศัพท์ในยุคนั้นใช้งานทางด้านเสียงหรือ Voice ได้อย่างเดียว คือ โทร.ออก-รับสาย เท่านั้น ไม่มีการรองรับการใช้งานด้าน Data (ข้อมูล)
เพราะยุคที่หนึ่งถือเป็นยุคที่โทรศัพท์เคลื่อนที่แพง ซึ่งโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 470 เมกะเฮิรตซ์ องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยเป็นผู้ให้บริการ และได้ให้สัมปทานคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ กับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ตั้งแต่ปี 2533 เป็นต้นมา นอกจากนี้ยังมีบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TAC เริ่มดำเนินธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ แอมป์ ย่านความถี่ 800 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งได้รับสัมปทานจาก กสท ในปี 2534 โดยมีอายุสัมปทาน 27 ปี จากการขอขยายสัญญาเดิม 15 ปีเป็น 22 ปี จากนั้นมีการขอแก้จาก 22 ปีเป็น 27 ปีอย่างไรก็ตามโทรศัพท์เคลื่อนที่มีการพัฒนาก้าวสู่ยุคที่สอง หรือ 2 จี เป็นการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีจากการส่งคลื่นทางคลื่นวิทยุแบบอะนาล็อกมาเป็นการเข้ารหัส ดิจิตอล ส่งคลื่นความถี่ผ่านไมโครเวฟ ซึ่งในยุคนี้เรียกได้ว่าเป็นยุคที่กำลังพัฒนาการจำกัดเฉพาะทางด้านเสียงก้าวสู่การใช้งานทางด้านข้อมูล หรือ Data
ในปี 2544 เป็นยุคที่กลุ่มทรู เข้ามาเทกโอเวอร์คลื่นความถี่ 1800 จาก ดับบลิวซีเอส หลังจากนั้นร่วมทุนกับออเร้นจ์ เอสเอ จากประเทศอังกฤษ (หมายเหตุ: ออเร้นจ์ เอสเอ ได้ขายหุ้นทั้งหมดออกแล้ว) และ เปิดให้บริการในปี 2544 ธุรกิจโทรศัพท์มือถือเติบโตอย่างรวดเร็วในปี 2545 กิจการร่วมการค้าไทยโมบาย ได้ถือกำเนิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ กสท กับ ทีโอที โดยเปิดให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ GSM ความถี่ 1900 เมกะเฮิรตซ์ มีพื้นที่ให้บริการเฉพาะในกรุงเทพฯ แต่ก็สามารถนำไปใช้งานต่างจังหวัดได้ ต่อมา ปี 2551 ทีโอทีได้ไปซื้อหุ้นในส่วนของ กสท เพื่อมาบริหารเอง และ กสท เปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ ซีดีเอ ภายใต้ชื่อแบรนด์ "MY" อย่างไรก็ตามในยุค 2.5 จี และ 2.75 จี เป็นยุคก้ำกึ่งระหว่างเทคโนโลยี 2G และเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3จีซึ่งในยุคนี้ เป็นยุคที่กำเนิดเทคโนโลยีGPRS(General Packet Radio Service) สามารถส่งข้อมูลได้ที่ความเร็วสูงสุดถึง 115 กิกะไบต์ สำหรับในปี 2556 ถือว่าเป็นยุคเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จีของประเทศไทย ในขณะที่ทุกประเทศเปิดให้บริการแล้วในย่านนี้เหลือแต่ประเทศไทยเพียงรายเดียวเท่านั้น ซึ่งปลายปี 2555 ที่ผ่านมา กสทช.ได้เปิดประมูลคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ จำนวน 45 เมกะเฮิรตซ์ แบ่งย่านความถี่ออกเป็น 5 สลอตสลอตละ 9 ช่อง ระยะเวลาใบอนุญาต 15 ปี โดยมีผู้ชนะประมูลในครั้งนี้ คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ เอดับเอ็น ในกลุ่มเอไอเอส, บริษัท ดีแทค เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ ดีทีเอ็น ในเครือบริษัทดีแทคฯ และ บริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด ในกลุ่มทรูอย่างไรก็ตามผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย ประกาศชัดเจนแล้วว่าจะเปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จีประมาณกลางปี 2556 ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัท ทรูมูฟ เอช จำกัด ในกลุ่มทรู ได้เปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จี ย่านความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ เช่นเดียวกับ ดีแทค ที่ได้คลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ จาก กสท(บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)) ไปดำเนินการก่อนหน้านี้
และในยุค 3 จี บรรดาผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายเดิมเตรียมถ่ายโอนลูกค้าจาก 2 จี ไปสู่ 3 จี โดยเอไอเอส มีจำนวนลูกค้า 36 ล้านราย , ขณะที่ ดีแทค มีจำนวนลูกค้า 26 ล้านราย และ ทรูมูฟ มีลูกค้าอยู่ 20 ล้านราย

3 จี คือ
3 จี หรือ Third Generation เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคที่ 3 เป็นอุปกรณ์ที่ผสมผสาน การนำเสนอข้อมูล และ เทคโนโลยี ในปัจจุบันเข้าด้วยกันใช้บริการมัลติมีเดีย และ ส่งผ่านข้อมูลในระบบไร้สายด้วยอัตราความเร็วที่สูงขึ้น รูปแบบการทำงานของ 3 จี ช่องสัญญาณความถี่ และ ความจุในการรับส่งข้อมูลที่มากกว่า ทำให้ประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลแอพพลิเคชัน รวมทั้งบริการระบบเสียงดีขึ้น สามารถใช้ บริการมัลติมีเดียได้เต็มที่ และ สมบูรณ์แบบขึ้น บริการส่งแฟกซ์, โทรศัพท์ต่างประเทศ, รับ-ส่งข้อความที่มีขนาดใหญ่,ประชุมทางไกลผ่านหน้าจออุปกรณ์สื่อสาร, ดาวน์โหลดเพลง, ชมภาพยนตร์แบบสั้นๆ ทำให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปได้ อย่างรวดเร็ว มีรูปแบบใหม่ๆ มากขึ้น ผู้ใช้สามารถเช็คข้อมูลใน account ส่วนตัว เพื่อใช้บริการต่างๆ ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ เช่น self-care (ตรวจสอบค่าใช้บริการ), แก้ไขข้อมูลส่ว ส่วนตัวใช้บริการข้อมูลต่างๆ เช่น ข่าวเกาะติดสถานการณ์, ข่าวบันเทิง, ข้อมูลด้านการเงิน, ข้อมูลการท่องเที่ยว และ ตารางนัดหมายส่วนตัว
คุณสมบัติหลักของ 3 จี คือ มีการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายของ 3 จี ตลอดเวลาที่เราเปิดเครื่องโทรศัพท์ (always on) ไม่จำเป็นต้องต่อโทรศัพท์เข้าเครือข่าย และ log-in ทุกครั้งเพื่อใช้บริการรับส่งข้อมูล การเสียค่าบริการจะ เกิดขึ้นเมื่อมีการเรียกใช้ข้อมูลผ่านเครือข่ายเท่านั้น โดยจะต่างจากระบบทั่วไป ที่จะเสียค่าบริการตั้งแต่เราล็อกอินเข้าในระบบเครือข่าย

จุดเด่นและบริการของ 3 จี 1.สามารถรับ - ส่งข้อมูลแบบไร้สาย ผ่านโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์ไร้สายความเร็วสูงได้ถึง7,200 กิกะไบต์
2. เพิ่มประสิทธิภาพในส่งของการรับส่งข้อมูลจากเดิมให้เร็วขึ้น(Data Transfer)
3. เน้นการติดต่ออย่างสมบูรณ์แบบ เช่น call conference, ประชุมทางไกล, การดาวน์โหลดภาพ เสียง clip Video เพลง ภาพยนตร์ หรือApplication ต่างๆ
4. มีTV on Mobile การแสดงภาพแบบ 3D หรือการติดต่อเชื่อมโยงต่างๆแบบ interactive สมจริงมากยิ่งขึ้น

flickr:8471344348flickr:8471344368
รูปที่ 1 แนวทางการพัฒนาเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่จากยุค 2G สู่ 3G
(ข้อมูลจาก UMTS FORUM)

การวิเคราะห์ข้อมูล ความต้องการในการสื่อสารข้อมูลในปัจจุบันมีความก้าวหน้าจากอดีตเป็นอย่างมาก การสื่อสารทางด้านเสียงเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรองรับความต้องการที่สูงขึ้นของผู้บริโภคได้ ยิ่งไปกว่านั้น ภาวการณ์แข่งขันที่รุนแรงขึ้น ก็ได้ส่งผลให้การให้บริการด้านเสียงเพียงอย่างเดียว ไม่อาจสร้างรายได้ที่เพียงพอให้กับผู้ให้บริการซึ่งกำลังเผชิญกับปัญหารายได้และกำไรในแต่ละปีที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ ผู้ให้บริการสื่อสารส่วนใหญ่ จึงต้องมีการวางแผนเพื่อสร้างรายได้จากบริการใหม่ๆ กันมากขึ้น แต่อย่างไรก็ดี สิ่งสำคัญที่ผู้ให้บริการต้องมีการพิจารณาถึงในสภาพแวดล้อมของตลาดในปัจจุบันก็คือ จะวางนโยบายลงทุนอย่างไรเพื่อให้มีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด และสามารถรับผลตอบแทนจากการลงทุนได้เร็วที่สุด ทั้งนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในช่วงที่ผ่านมากระแสของเทคโนโลยีไร้สายได้รับการพูดถึงกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จนหลายคนแทบจะลืมให้ความสำคัญกับการสื่อสารผ่านเทคโนโลยีมีสายอย่างโทรศัพท์พื้นฐานกันไปเลย อย่างไรก็ดี เมื่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต ได้รับการพัฒนาขึ้น เทคโนโลยีการสื่อสารผ่านโทรศัพท์พื้นฐานก็ได้รับการให้ความสำคัญกันอีกครั้งในแง่ของการสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจในอนาคต ขณะที่ผู้ให้บริการด้านเครือข่ายก็ได้เริ่มให้ความสำคัญกับกับการพัฒนาเทคโนโลยีเครือข่ายโทรศัพท์พื้นฐานสู่โครงข่ายรูปแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และไม่จำกัดอยู่เพียงการให้บริการด้านเสียงในรูปแบบเดิมๆการที่อุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่มีวิวัฒนาการเปลี่ยนผ่านจากระบบสัมปทานสู่ระบบใบอนุญาตระยะเวลา 15ปี และเปลี่ยนจากอะนาล็อคสู่ยุคดิจิตอลระบบ3จี จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆและจะส่งผลกระทบในด้านเศรษกิจได้ปัจจุบัน เทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ก้าวสู่ยุคที่ 3 หรือ 3G แล้ว ขณะที่บริการของโทรศัพท์พื้นฐานยังคงอยู่ในยุคที่ 2 ซึ่งเป็นโครงสร้างอุปกรณ์เครือข่ายยุคเก่าที่มีอายุการใช้งานมาค่อนข้างยาวนาน ทั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่กล้าลงทุนนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ ก็เนื่องมาจากความไม่แน่ใจในเทคโนโลยีใหม่ๆ และยังมีข้อสงสัยว่าเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ดีจริงหรือไม่ ตรงตามความต้องการของผู้ใช้แค่ไหน และจะช่วยสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการได้เพียงไร โดยมีตัวอย่างให้เห็นจาก 3G ที่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรในช่วงที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากต้นทุนการลงทุนที่สูง รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมด้านโทรคมนาคมในทุกวันนี้กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว บริการสื่อสารทางด้านเสียงเพียงอย่างเดียวไม่สามารถเป็นแหล่งรายได้หลัก ที่สำคัญให้แก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานอีกต่อไป ตลาดที่เริ่มอิ่มตัวส่งผลให้ผู้ให้บริการรายเก่าจำเป็นต้องหาวิธีการและแนวทางใหม่ๆ เพื่อที่จะสามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมเอาไว้ให้ได้ ขณะที่ผู้ให้บริการรายใหม่ก็จำเป็นต้องหาหนทางสร้างฐานลูกค้าเพื่อให้มีรายได้และกำไรที่เพียงพอต่อการแข่งขันในตลาด ด้วยเหตุนี้ ผู้ให้บริการในตลาดจึงจำเป็นต้องหาหนทางที่จะตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของลูกค้าให้ดีกว่าผู้ให้บริการหรือคู่แข่งรายอื่นๆ ในตลาด ซึ่งรวมถึงการนำเสนอบริการและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม ภายใต้นโยบายการลดต้นทุนมุ่งเพิ่มรายได้

ข้อดีในด้านเศรษกิจ
1.สร้างการเจริญเติบโตให้แก่เศรฐกิจ (GDP)
2.เพิ่มความสามารถในการผลิตแรงงาน (Labor productivity)
3.เพิ่มการจ้างงาน (Employment)
4.ส่งเสริมสวัสดิการทางสังคม (Social welfare)
5.สามารถเข้าถึงและเชื่อมต่อข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต อีกทั้งยังเป็นเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสามารถเข้าดูข้อมูลตามเว็บไซต์ผ่านอินเทอร์เน็ตทางโทรศัพท์มือถือ นอกเหนือจากนี้ยังสามารถดาวน์โหลดไฟล์และอัพโหลดไฟล์เอกสารสัญญาการซื้อขายต่างๆ และเป็นการเปิดประตูสู่การทำธุรกรรมออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ เช่น การโอนเงินออนไลน์ไปยังธนาคารต่างๆ ยิ่งกว่านั้นหากคิดในทางกลับกัน เรายังสามารถเป็นผู้ให้หรือผู้ส่งข้อมูลข่าวสารและโฆษณาเกี่ยวกับสินค้าและบริการต่างๆ ของบริษัทไปยังผู้บริโภคได้อีกด้วย นับเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เปลี่ยนการสื่อสารทางกรตลาดไปอย่างสิ้นเชิง เห็นได้ว่าเทคโนโลยี 3G ซึ่งเริ่มเข้ามาสู่ประเทศไทยในขณะนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนต่อธุรกิจ ซึ่งเราสามารถนำมาเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจให้กับบริษัทได้อีกทางหนึ่งด้วย ที่สำคัญคือเราต้องเริ่มปรับตัวและเรียนรู้เทคโนโลยีตัวใหม่นี้ให้เร็วที่สุด ให้สามารถควบคุมหรือดัดแปลงประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์และเหมาะสมกับธุรกิจ เพราะการที่เราสามารถเดินนำหน้าคนอื่นแม้แต่เพียงครึ่งก้าวก็สามารถสร้างความแตกต่างทางธุรกิจได้มากมายมหาศาลแล้ว

flickr:8470248807
  • Google Trader ตลาดออนไลน์ของกูเกิ้ล เปิดบริการแล้ว
flickr:8470248783
  • บริหารร้านออนไลน์แบบไหนถึงจะเรียกว่าครบครัน?
flickr:8470248779
  • ข้อดี Facebook Fan Page ต่อธุรกิจ
flickr:8471344272
  • เคล็ดลับในการใช้ Twitter สำหรับธุรกิจ

ข้อเสียในด้านเศรษกิจ
1.ความเพียงพอของคลื่นความถี่ เนื่องจากมีผู้ใช้งานจำนวนมากอาจทำให้เกิดควาไม่เพียงพอของคลื่นความถี่ได้ และผู้ใช้งานต้องเสียค่าบริการสูงขึ้นแต่คุณภาพลดลง
2.ผู้ให้บริการต้องสร้างสถานีฐานและเสาสัญญาณเพิ่มมากขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้งาน
3.การแข่งขันและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเป็นไปได้ยากเนื่องจากการลงทุนสูง ดังนั้นการจะมีผู้ให้บริการรายใหม่เข้ามาแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้รวมทั้งการลงทุนจากต่างประเทศก็มีน้อย เนื่องจากความไม่แน่นอนในการกำกับดูแล และความต้องการเงินลงทุนสูง เป็นต้น
4.อาจมีการเกิดค่าเสียโอกาสแฝง (Opportunity Cost) จากการที่ไม่ได้ลงทุนด้านนี้เมื่อ3ปีก่อน

flickr:8470248771

แหล่งที่มาของข้อมูล
http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=165886:-3--3&catid=123:2009-02-08-11-44-33&Itemid=491 http://incquity.com/articles/tech/3g-business

Y-MBA 34
นางสาว นฤมล นาคเวียง
ID 5510221052

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License