เปิด 7 ยุทธศาสตร์ดันรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์
flickr:8472820790

เนื้อหาข่าว http://www.dailynews.co.th/technology/181022
วันอังคารที่ 29 มกราคม 2556

ไอซีที-สรอ. สานต่อยุทธศาสตร์ “สมาร์ท ไทยแลนด์” ดัน 7 แผนใหม่ เชื่อมโครงข่ายหน่วยงานรัฐ-ระบบไอทีทั้งประเทศ พร้อมเปิด “กัฟเวิร์นเมนต์ แอพสโตร์” กลางปีนี้

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวถึงนโยบายการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ กรอบแนวทาง และทิศทางการปฏิบัติงานในปี 2556 ว่า เป็นการกำหนดแนวทางที่สอดรับกับนโยบายการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศ โดยกระทรวงไอซีทีจะเน้นให้เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ผ่านยุทธศาสตร์ 7 ข้อ โดยบางยุทธศาสตร์เป็นการต่อยอดจากปีที่แล้ว ขณะที่บางยุทธศาสตร์ต้องลงทุนเพิ่ม ซึ่งทุกแผนงานจะเห็นเป็นรูปธรรมในปีนี้ โดยมีสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สรอ. ร่วมดำเนินงาน

ทั้ง 7 ยุทธศาสตร์ประกอบด้วย

1. สมาร์ท เน็ตเวิร์ก การเชื่อมโยงโครงข่ายภาครัฐเข้าด้วยกันผ่านเครือข่าย GIN (จิน) ปัจจุบันมีการเชื่อมโยง 1,199 หน่วยงานในระดับกระทรวง, กรม, จังหวัด และหน่วยงานระดับภูมิภาค ซึ่งปีนี้จะต่อยอดในชื่อ ซูเปอร์ จิน (Super GIN) ซึ่งจะมีขนาดแบนวิธที่ใหญ่และความเร็วมากขึ้น
2. สมาร์ท คลาวด์ บริการระบบคลาวด์ที่มีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาใช้บริการแล้วกว่า 140 ระบบ
3. ดาต้า เซ็นเตอร์ หรือศูนย์ข้อมูลภาครัฐ ซึ่งเป็นการควบรวมศูนย์ข้อมูลภาครัฐโดยการดำเนินการของกระทรวงไอซีที ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณได้ราวปีละ 2-3 พันล้านบาท
4. ไซเบอร์ วีเคียวริตี้ เรื่องการวางมาตรฐานระบบรักษาความปลอดภัยบนโลกออนไลน์
5. The-GIF การกำหนดกรอบการเชื่อมโยงบูรณาการข้อมูลภาครัฐในด้านต่าง ๆ
6. สมาร์ท อี-เซอร์วิส การให้บริการอี-เซอร์วิสที่ลงไปถึงการใช้งานของประชาชน
7. ไอซีที อคาเดมี่ การรวบรวมองค์ความรู้ด้านไอซีทีของประเทศ

ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการ สรอ. กล่าวว่า ประมาณกลางปีนี้ สรอ.จะเปิด “กัฟเวิร์นเมนต์ แอพสโตร์” ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลซอฟต์แวร์และแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ที่ช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถนำไปใช้งานโดยรองรับการใช้งานทั้งบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์, ไอโอเอส และวินโดว์ส 8.

flickr:8472820636

สรุปเนื้อหา

กระทรวงไอซีที และสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ สานต่อกลยุทธ์การพัฒนาประเทศไปสู่ “Smart Thailand” โดยทำตามนโยบายการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ กรอบแนวทาง และทิศทางการปฏิบัติงาน ปี 2556 หรือ Smart Government in Action

กระทรวงไอซีทีจะเน้นให้เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ และการพัฒนาบริการภาครัฐผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยผ่านยุทธศาสตร์ 7 ด้านของ Smart Thailand ซึ่งประกอบไปด้วย

1. Smart Network เป็นการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานของโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โดยมีเป้าหมายในการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมประชากร โดยแผนการดำเนินการขยายโครงข่าย Smart Network แบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ
ระยะที่ 1 เป็นการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของโครงข่ายที่มีอยู่เดิมให้มีความพร้อมในการรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โดยไม่ต้องลงทุนลากสายเคเบิลใยแก้วนำแสงเพิ่มเติม
ระยะที่ 2 จะเป็นการลงทุนลากสายเคเบิลใยแก้วนำแสงเพิ่มเติมไปยังตำบลที่ยังไม่มีโครงข่ายฯ เพื่อให้ครอบคลุมประชากรตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

โดยระบบเครือข่ายข้อมูลภาครัฐ Government Information Network หรือ GIN เน้นเชื่อมโยงข้อมูลได้แค่จังหวัด และอำเภอเท่านั้นยังไม่สามารถเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ย่อยๆ แห่งอื่นได้ ดังนั้นในปี 2556 จะมีโครงการต่อยอดชื่อ Super GIN ขึ้น เพื่อขยายเครือข่าย GIN ออกไปให้เต็มทุกพื้นที่ในประเทศไทย เพื่อทำให้หน่วยงานรัฐทุกแห่งเชื่อมต่อกันได้โดยไม่มีข้อจำกัด และสามารถใช้บริการข้อมูลพื้นฐานของภาครัฐด้วยกันได้ นำไปสู่การตัดสินใจและการให้บริการแก่ประชาชนที่ดียิ่งขึ้น

2. Smart Cloud เป็นการสร้างระบบ Government Cloud Service หรือ ระบบ G-Cloud ขึ้นมา เพื่อให้หน่วยงานเข้ามาใช้บริการระบบ IaaS หรือ Infrastructure as a Service แต่ปีนี้จะเกิดบริการแบบเต็มที่คือไปสู่ SaaS หรือ Software as a Service มากขึ้น

3. Data Center Consolidation โครงการใหม่ที่วางเป้าหมาย เพื่อการบูรณาการศูนย์ข้อมูลภาครัฐเข้าด้วยกัน โดยมีการวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลทั้งระดับภูมิภาค และระดับจังหวัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยอาจจะทำให้ข้อมูลของแต่ละจังหวัดเกิดการบูรณาการขึ้น และสามารถเชื่อมโยงเข้าหากันในแต่ละจังหวัดได้โดยอัตโนมัติ และข้อมูลทั้งหมดจะถูกจัดเก็บบนมาตรฐานเดียวกัน จะทำให้ง่ายต่อการบริหารงาน และแต่ละจังหวัดยังประหยัดงบประมาณในการสร้าง Data Center ของแต่ละหน่วยงานลงไปด้วย

4. Cyber Security เป็นมาตรฐานด้านระบบรักษาความปลอดภัยใหม่ๆ ที่ช่วยให้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของไทยมีความมั่นคงมากขึ้น โดยทาง EGA ได้เริ่มพัฒนาระบบ Government Security Monitoring ขึ้น เพื่อสร้างความไว้วางใจในการใช้บริการแก่หน่วยงานภาครัฐทั้งหมด รวมถึงการสร้างมาตรฐานระบบความมั่นคงปลอดภัยในระบบ G-Cloud ซึ่งทาง EGA และหน่วยงานพันธมิตรได้ร่วมกันจัดตั้งกลุ่ม CSA Thailand Chapter ขึ้นมา โดยในปีนี้กลุ่มนี้จะมีการผลักดันมาตรฐานทางด้านความปลอดภัยบน Cloud Computing ของไทยขึ้นมาให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับนานาชาติ

5. The-GIF เฟรมเวิร์คหรือกรอบการเชื่อมโยงบูรณาการข้อมูลภาครัฐในด้านต่างๆ จะลงตัวและพร้อมใช้งาน เพราะขณะนี้กระทรวงไอซีที และ สรอ.ได้ปูพื้นฐานด้วยการนำข้อมูลพื้นฐานจากหน่วยงานหลักต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลบัตรประชาชนของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย, ข้อมูลเกษตรกร ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอื่นๆ เข้ามาปูเป็นฐานเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงไปสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันที อย่างไรก็ตามการเชื่อมโยงและการบูรณาการข้อมูลของภาครัฐเข้าหากันจำเป็นที่จะต้องมีการกำหนดมาตรฐานเพื่อการเชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกัน ดังนั้นในปีนี้ต้องมีการผลักดันให้ทุกหน่วยงานอ้างอิงการใช้งาน โดยมี สรอ.เป็นหัวเรือใหญ่ในการพัฒนาระบบบริการหลักที่อ้างอิงตามมาตรฐานนี้ และทำให้เกิดการเผยแพร่ไปใช้งานอย่างกว้างขวาง ซึ่งจะทำให้ปัญหาการเชื่อมต่อข้อมูลของทุกหน่วยงานหมดไป

6. Smart e-Service for Government จะเกิดการบริการระบบ e-Service ที่ลงไปสู่ภาคประชาชนให้จับต้องได้ โดยกระทรวงไอซีทีร่วมกับ EGA ได้กำหนดโครงการนำร่องที่จะเร่งสร้าง e-Service ของภาครัฐในหน่วยงานหลักให้เกิดขึ้น โดยหน่วยงานหลักในปีนี้ คือ สาธารณสุข มหาดไทย ศึกษา และเกษตร ซึ่งหน่วยงานหลักอื่นๆ ที่เราวางแผนเอาไว้ก็จะเริ่มเกิดขึ้นคู่ขนานกันไป ซึ่งจะส่งผลดีอย่างมากในการให้บริการของภาครัฐ และโครงการนี้จะค่อยๆ เข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าของประเทศไทย เพราะจะทำให้ข้อมูลของภาครัฐที่อยู่ตามหน่วยงานต่างๆ ได้ถูกนำมาเชื่อมโยงเข้าหากัน มีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลร่วมกัน ฝ่ายบริหาร ฝ่ายบริการ และประชาชนได้นำข้อมูลไปใช้เพื่อเกิดประโยชน์ได้เต็มที่

7. ICT Academy แผนการรวบรวมองค์ความรู้ด้าน ICT ของประเทศ ทั้งผ่านระบบการศึกษา และองค์กรที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบแผนงานนี้จะเร่งทำให้การกำหนดทิศทางของภาคการศึกษาไทย ในส่วนของมาตรฐานวิชาชีพด้านไอซีทีสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วได้ทันกาล โดยเฉพาะการเข้ามาของการรวมกลุ่มประเทศอาเซียน โดย EGA จะมีส่วนเข้ามาเป็นกรณีศึกษาด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์ของรัฐเพื่อการสร้างความเข้าใจให้หน่วยงานภาครัฐในทิศทางเดียวกัน

flickr:8471727999

บทวิเคราะห์

จากนโยบายการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ กรอบแนวทาง และทิศทางการปฏิบัติงาน ในปี 2556 หรือ Smart Government in Action เห็นได้ว่ารัฐบาลกำลังเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเครือข่ายการสื่อสารผ่านทางอินเตอร์เน็ต เพื่อปรับปรุงการบริการด้านข้อมูล และสารสนเทศเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และปรับปรุงการให้บริการแกประชาชน เพื่อให้ประชาชน และภาคธุรกิจมีความใกล้ชิดกับภาครัฐมากยิ่งขึ้น

ข้อดี

1. สร้างโอกาสให้ประชาชนได้มีทางเลือกที่หลากหลาย ในการใช้บริการและการเข้าถึงข้อมูล
2. ประชาชนจะได้รับการบริการจากภาครัฐที่ดียิ่งขึ้น เช่น มีความสะดวก รวดเร็ว และได้รับเอกสารที่ถูกต้อง แม่นยำมากขึ้น
3. รัฐให้ข้อมูลกับประชาชนได้มากขึ้น และเข้าถึงประชาชนได้เป็นอย่างดี
4. ลดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงข้อมูลและการบริการของรัฐ
5. ลดความยุ่งยากของกฎเกณฑ์ และเพิ่มความโปรงใสในการให้บริการ
6. เพิ่มความเชื่อมั่นของประชาชน ในการรับบริการอย่างปลอดภัยและเป็นส่วนตัว
7. เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ และระดับประเทศ
8. สร้างความสมดุลและปรับระบบบริหารจัดการภายในภาครัฐ

ข้อเสีย

การพัฒนาที่รวดเร็วของระบบ e-Government นั้นเรียกได้ว่าเป็นการพัฒนาแบบก้าวกระโดด ซึ้งผู้ที่เข้าถึงแหล่งข้อมูลและข่าวสารในการให้บริการของภาครัฐในรูปแบบออนไลน์จะเป็นการเข้าถึงแค่เฉพาะกลุ่มประชาชนที่นิยมใช้สื่อออนไลน์อินเตอร์เน็ตในการติดตามข่าวสารและค้นหาแหล่งข้อมูลเท่านั้น แต่ในประเทศไทยยังมีประชาชนจำนวนมากที่ยังไม่รับรู้ถึงการให้บริการในรูปแบบออนไลน์ของหน่วยงานรัฐ หรือความไว้วางใจในเรื่องของข้อมูลส่วนตัว ที่ยังไปรับบริการจากหน่วยงานรัฐในรูปแบบเดิม แล้วก็ต้องพบกับปัญหาไม่ว่าจะเป็นความล้าช้า ความไม่โปร่งใส ความเหลื่อมล้ำในการรับบริการ ในการให้บริการของระบบ e-Government นั้น จึงจำเป็นที่จะต้อง เข้าถึงประชาชนในทุกภาคส่วนทุกๆอาชีพ เพื่อความเท่าเทียมกันในการรับบริการจากภาครัฐ และต้องสร้างความปลอดภัยของข้อมูลให้มั่นคงด้วย

ดังนั้นการประชาสัมพันธ์ และการให้ความรู้ที่ถูกต้องกับประชาชนจึงมีความจำเป็นอย่างมากในการ นำ ระบบ e-Government มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ประเทศไทยยังคงต้องพึ่งการจัดซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ ดังนั้นจึงขาดกำลังสนับสนุนในเรื่องของงบประมาณ ทำให้ภาครัฐต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการดำเนินการโครงการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์

SWOT Analysis

จุดเข็ง (S-Strengths)
ICT ได้เข้ามามีบทบาทในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งดูได้จากการใช้เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ในการดำเนินงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะภาครัฐที่หันมาเน้นการให้บริการประชาชนโดยใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือที่เรียกว่า e-Government เพื่อบริการประชาชน

จุดอ่อน (W-Weaknesses)
ประเทศไทยยังคงต้องพึ่งการจัดซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ดังนั้นจึงขาดกำลังสนับสนุนในเรื่องของงบประมาณ ทำให้รัฐต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการดำเนินการโครงการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์

โอกาส (O-Opportunities)
ตลาด ICT ในประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก ตามดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้การดำเนินงานของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์มีโอกาสที่จะพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ

อุปสรรค์ (T-Threats)
ขาดผู้เชี่ยวชาญในเทคโนโลยีชั้นสูง ซึ่งจะเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประเทศไปสู่ความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี เป็นผลให้การดำเนินการโครงการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

แหล่งที่มาของข้อมูล
http://www.dailynews.co.th/technology/181231
http://www.ega.or.th/Content.aspx?c_id=378
http://vclass.mgt.psu.ac.th/~465-302/2007-1/Assignment-02/BPA_30_41/p3.htm

Y-MBA 34
นางสาว ณภัสสรณ์ พงษ์จิตภักดิ์
ID 5510221060

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License