อินเทอร์เน็ตโลกเร็วขึ้น 25% - โลกาภิวัตน์

ข่าววันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 00:00 น.

flickr:8472172225

สถานะอินเทอร์เน็ตโลกเป็นเช่นไร บริษัท อะกาไม (Akamai) จะมีรายงานทุกปีของประเทศทั่วโลกอย่างชัดเจน นอกจากนี้เรามารับทราบความเร็วของอินเทอร์เน็ตของเมืองใหญ่ของโลกว่าเป็น เช่นไร

สำหรับปีนี้บริษัท อะกาไม รายงานว่า ความเร็วอินเทอร์เน็ตในควอเตอร์แรกโดยเฉลี่ยทุกประเทศทั่วโลกอยู่ที่ 2.6 เมกะบิตต่อวินาที (Mbps) ซึ่งมากกว่าปีที่แล้ว 25% เกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีความเร็วอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยสูงที่สุดในโลกคือ 15.7 เมกะบิตต่อวินาที ซึ่งสูงกว่าปีที่แล้ว 9.4%

ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่ลำดับที่ 12 ด้วยความเร็วอินเทอร์เน็ต 6.7 เมกะบิตต่อวินาที ซึ่งก็สูงขึ้นมากกว่าเดิมถึง 29% แต่ถ้าหากจะวัดที่ความเร็วสูงสุด (ไม่ใช่ความเร็วเฉลี่ย) ประเทศฮ่องกงแซงเกาหลี คือมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 49.5 เมกะบิตต่อวินาที เกาหลีใต้ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 47.8 เมกะบิตต่อวินาที ส่วนความเร็วของประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 28.7 เมกะบิตต่อวินาทีโดยเฉลี่ยและอยู่ในลำดับที่ 8

ถ้าหากมาดูประเทศในแถบเอเชียแปซิฟิก ในควอเตอร์ที่ 4 ของปี ค.ศ. 2011 ซึ่งก็สามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบได้ แน่นอนเกาหลีใต้มาที่ 1 ด้วยความเร็ว 17.5 เมกะบิตต่อวินาที ญี่ปุ่นมาเป็นที่ 2 ด้วยความเร็ว 9.1 เมกะบิตต่อวินาที ฮ่องกงที่ 3 ด้วยความเร็ว 9.1 เมกะบิตต่อวินาทีเท่าญี่ปุ่น ออสเตรเลียมาที่ 24 ด้วยความเร็ว 4.9 เมกะบิตต่อวินาที สิงคโปร์ที่ 29 ด้วยความเร็ว 4.6 เมกะบิตต่อวินาที ไต้หวันที่ 43 ด้วยความเร็ว 3.7 เมกะบิตต่อวินาที นิวซีแลนด์ที่ 44 ด้วยความเร็ว 3.7 เมกะบิตต่อวินาที ประเทศไทยอันดับที่ 50 ด้วยความเร็ว 3.1 เมกะบิตต่อวินาที ก็ไม่เลวนัก ส่วนมาเลเซีย อันดับที่ 73 ด้วยความเร็ว 1.8 เมกะบิตต่อวินาที ส่วนจีนอยู่ลำดับที่ 86 ด้วยความเร็ว 1.5 เมกะบิตต่อวินาที ฟิลิปปินส์อยู่ที่ 103 ด้วยความเร็ว 1.1 เมกะบิตต่อวินาที และอินเดีย อันดับที่ 114 ด้วยความเร็ว 0.9 เมกะบิตต่อวินาที โดยข้อมูลเอเชียแปซิฟิกสำรวจจากกว่า 628 ล้านไอพีแอดเดรสใน 236 ประเทศที่ทางอะกาไมใช้คลาวด์เพื่อเชื่อมต่อและสำรวจ

สำหรับในระดับเมืองใหญ่ของโลกนั้นอะกาไมเองก็ยอมรับว่าจะไม่ไปศึกษา รายงานเพื่อสำรวจต่อไปในอนาคต แต่ก็รายงานว่าเมืองใหญ่ของประเทศเกาหลีใต้ เช่น กรุงโซล และเมืองใหญ่อื่น ๆ มีความเร็วเฉลี่ยสูงสุด ที่ 17.5 เมกะบิตต่อวินาที รองลงมาคือญี่ปุ่น เช่น มหานครโตเกียวและเมืองใหญ่อื่น ๆ และฮ่องกงอยู่ที่ 9.1 เมกะบิตต่อวินาที

ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกาเมืองใหญ่ที่มีความเร็วสูงสุดมี 5 เมืองที่มีความเร็วเฉลี่ยสูงกว่า 8 เมกะบิตต่อวินาที คือเทศบาลบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ เมืองนอร์ท เบอร์เจิ่น และเมืองเจอร์ซี แห่งรัฐนิวเจอร์ซี เมืองมอนเทเรย์ พาร์ค รัฐแคลิฟอร์เนีย และเมือง คลิฟตัน รัฐนิวเจอร์ซี

จากสถิติข้างต้นนี้ ยังไม่นับเมืองแคน ซัสซิตี รัฐมิสซูรีของสหรัฐอเมริกา ซึ่งกูเกิลเลือกที่จะให้ความเร็วสูงสุดเป็นพิเศษให้ได้ถึง กิกะบิตต่อวินาที หรือ 1,000 เมกะบิตต่อวินาที เพื่อชาวเมืองแคนซัสซิตีใช้งานเต็มที่แล้วมาลองทดสอบการวัดดูโดยถัวเฉลี่ย แต่ละควอเตอร์และทั้งปีอาจจะแซงกรุงโซลได้

ส่วนกรุงเทพมหานครของประเทศ ไทยหากจะทำเช่นนี้บ้างโดยอาจจะให้บางเขต บางโซนในกรุงเทพฯ เช่น สีลม ได้รับความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงเป็นพิเศษก็ทำได้ ออฟฟิศ ธุรกิจและประชาชนในย่านนั้นคงจะยินดีปรีดา สนนเรื่องราคาค่าบริการต้องคุยกันเอง.

สรุปข่าว

จากข่าวจะเห็นได้ว่า ความเร็วอินเทอร์เน็ตโลกเร็วขึ้น 25% และ จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า ประเทศที่มีความอินเทอร์เน็ต อยู่อันดับต้นๆ จะเป็นเทศที่พัฒนาแล้ว ประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งมีโครงสร้างระบบเศรษฐกิจค่อนข้างดี และ ให้ความสำคัญต่อเทคโนโลยีสารสนเทศ ความเร็วอินเทอร์เน็ต เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน นักท่องเที่ยว นักเรียน นักธุรกิจ เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้สะดวกสบาย และ ง่าย ซึ่งในอนาคตเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นแนวโน้มให้ความเร็วอินเทอร์เน็ตโลกจะมีความเร็วสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ตามเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง

วิเคราะห์ข่าว

ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต
ปัจจุบันอินเทอร์เน็ต มีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของคนเรา หลายๆ ด้าน ทั้งการศึกษา พาณิชย์ ธุรกรรม วรรณกรรม และอื่นๆ ดังนี้

ด้านการศึกษา

  • สามารถใช้เป็นแหล่งค้นคว้าหาข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลด้านการบันเทิง ด้านการแพทย์ และอื่นๆ ที่ น่าสนใจ
  • ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จะทำหน้าที่เสมือนเป็นห้องสมุดขนาดใหญ่
  • นักศึกษาในมหาวิทยาลัย สามารถใช้อินเทอร์เน็ต ติดต่อกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ เพื่อค้นหาข้อมูลที่กำลังศึกษาอยู่ได้ ทั้งที่ข้อมูลที่เป็น ข้อความ เสียง ภาพเคลื่อนไหวต่างๆ เป็นต้น

ด้านธุรกิจและการพาณิชย์

  • ค้นหาข้อมูลต่าง ๆ เพื่อช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจ
  • สามารถซื้อขายสินค้า ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
  • ผู้ใช้ที่เป็นบริษัท หรือองค์กรต่าง ๆ ก็สามารถเปิดให้บริการ และสนับสนุนลูกค้าของตน ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ เช่น การให้คำแนะนำ สอบถามปัญหาต่าง ๆ ให้แก่ลูกค้า แจกจ่ายตัวโปรแกรมทดลองใช้ (Shareware) หรือโปรแกรมแจกฟรี (Freeware) เป็นต้น

ด้านการบันเทิง

  • การพักผ่อนหย่อนใจ สันทนาการ เช่น การค้นหาวารสารต่าง ๆ ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ที่เรียกว่า Magazine o¬nline รวมทั้งหนังสือพิมพ์และข่าวสารอื่นๆ โดยมีภาพประกอบ ที่จอคอมพิวเตอร์เหมือนกับวารสาร ตามร้านหนังสือทั่วๆ ไป
  • สามารถฟังวิทยุผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้
  • สามารถดึงข้อมูล (Download) ภาพยนตร์ตัวอย่างทั้งภาพยนตร์ใหม่ และเก่า มาดูได้

จากเหตุผลดังกล่าว พอจะสรุปได้ว่า อินเทอร์เน็ต มีความสำคัญ ในรูปแบบ ดังนี้
1. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic mail=E-mail) เป็นการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยผู้ส่งจะต้อง ส่งข้อความ
ไปยังที่อยู่ของผู้รับ และแนบไฟล์ไปได้
2. เทลเน็ต (Telnet) การใช้งานคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งที่อยู่ไกล ๆ ได้ด้วยตนเอง เช่น สามารถเรียกข้อมูลจากโรงเรียนมาทำที่บ้านได้
3. การโอนถ่ายข้อมูล (File Transfer Protocol ) ค้นหาและเรียกข้อมูลจากแหล่งต่างๆมาเก็บไว้ในเครื่องของเราได้ ทั้งข้อมูลประเภทตัวหนังสือ
รูปภาพและเสียง
4. การสืบค้นข้อมูล (Gopher,Archie,World wide Web) การใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตในการค้นหาข่าวสารที่มีอยู่มากมาย ใช้สืบค้นข้อมูลจาก
แหล่งข้อมูลต่างๆ ทั่วโลกได้
5. การแลกเปลี่ยนข่าวสารและความคิดเห็น (Usenet) เป็นการบริการแลกเปลี่ยนข่าวสารและแสดงความคิดเห็นที่ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตทั่ว
โลก แสดงความคิดเห็นของตน โดยกลุ่มข่าวหรือนิวกรุ๊ป(Newgroup)แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
6. การสื่อสารด้วยข้อความ (Chat,IRC-Internet Relay chat) เป็นการพูดคุย โดยพิมพ์ข้อความตอบกัน ซึ่งเป็นวิธีการสื่อสารที่ได้รับความนิยม
มากอีกวิธีหนึ่ง การสนทนากันผ่านอินเทอร์เน็ตเปรียบเสมือนเรานั่งอยู่ในห้องสนทนาเดียวกัน แม้จะอยู่คนละประเทศหรือคนละซีกโลกก็ตาม
7. การซื้อขายสินค้าและบริการ (E-Commerce = Electronic Commerce) เป็นการซื้อ - สินค้าและบริการ ผ่านอินเทอร์เน็ต
8. การให้ความบันเทิง (Entertain) บนอินเทอร์เน็ตมีบริการด้านความบันเทิงหลายรูปแบบต่างๆ เช่น รายการโทรทัศน์ เกม เพลง รายการวิทยุ เป็นต้น เราสามารถเลือกใช้บริการเพื่อความบันเทิงได้ตลอด 24 ชั่วโมง

โดยสรุปอินเทอร์เน็ต ได้นำมาใช้เป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับงานไอที ทำให้เกิดช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็ว ช่วยในการตัดสินใจ และบริหารงานทั้งระดับบุคคลและองค์กร

การใช้อินเทอร์เน็ตที่มีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น

การนำวีดิโอมาแบ่งปันกันดู

เนื่องจากปัจจุบันมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง การดูวีดิโอผ่านเว็บไซต์จึงไม่ใช่เรื่องยากหรือนานเกินรออีกต่อไป เพียงแค่มีพื้นที่จำนวนมาก ๆ ไว้เก็บไฟล์วีดิโอ มีการเข้ารหัสวีดิโอให้เป็นไฟล์ที่เหมาะสมกับการดูผ่านทางอินเทอร์เน็ต และมีเว็บไซต์ที่เป็นตัวกลาง ทำการเชื่อมโยง ไปยังไฟล์วีดีโอนั้น ก็สามารถแบ่งวีดิโอให้ผู้อื่นดูได้ ซึ่งรายละเอียดของเว็บไซต์มีดังนี้ คือ

1. ยูทูบ (YouTube) เป็นเว็บไซต์ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถอัปโหลดและแลกเปลี่ยนคลิปวีดีโอผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมมากในขณะนี้

flickr:8472186095

การทำงานของเว็บไซต์แสดงผลวีดีโอผ่านทางในลักษณะ แมโครมีเดีย แฟลช ซึ่งเนื้อหามีหลากหลายรวมถึง รายการโทรทัศน์ มิวสิกวีดีโอ วีดีโอจากทางบ้าน งานโฆษณาทางโทรทัศน์ และบางส่วนจากภาพยนตร์และผู้ใช้สามารถนำวีดีโอไปใส่ไว้ในบล็อกหรือเว็บไซต์ส่วนตัวได้ ผ่านทางคำสั่งที่กำหนดให้ของยูทูบ

2. เว็บล็อก(weblog) ปัจจุบันมีบริการที่เป็นที่นิยมมากในหมู่นักเขียน นั่นคือ เว็บล็อก(weblog) หรือ บล็อก (blog) ซึ่งได้รับความนิยมมานานพอสมควรแล้ว โดยเริ่มจากกลุ่มคนที่ชอบการเขียนไดอารี่ แต่บล็อกในปัจจุบันพัฒนาไปมากกว่านั้น เพราะนอกจากจะเขียนไดอารี่ได้แล้ว ยังสามารถใส่ภาพเป็นอัลบั้มให้คนมาวิจารณ์ได้ หรือมีที่เล่นไฟล์เพลง ไฟล์วีดิโอเพื่อเปิดอัตโนมัติเมื่อมีคนกดเข้ามาที่บล็อก ซึ่งคุณสมบัติพิเศษเหล่านี้ช่วยให้บล็อกมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเว็บไซต์ที่มีบริการแบบนี้ก็ได้แก่ Windows Live Spaces

flickr:8472186257

3. DIY Website เว็บไซต์ การทำธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น เมื่อมีบริการ DIY Website เว็บไซต์แบบนี้จะบริการทุกอย่าง เช่น
บริการติดต่อเรื่องการขอชื่อโดเมน บริการเทมเพลตสำเร็จรูป ฯลฯ เจ้าของกิจการเพียงแค่สมัครใช้บริการแล้ว บอกรายละเอียดต่างๆ ที่ต้องการจะให้ปรากฏในเว็บไซต์ ก็จะสามารถสร้างเว็บไซต์ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง มีทั้งที่สร้างเองและบริการสร้าง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายแต่ก็ถือว่าคุ้มค่าเพราะปัจจุบันคนนิยมสั่งซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ตเพราะสะดวกมาก

flickr:8472186091flickr:8472186219

ข้อมูลทั้งหมดที่ได้ยกตัวอย่างมา เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเท่านั้น เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตยังมีรายละเอียดอีกมากมาย ซึ่งสามารถค้นคว้าเพิ่มเติมได้จากแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม ในหน้าเมนูหลัก

ปัจจุบันนี้ มีเว็บไซต์เกิดขึ้นใหม่มากมาย มีข้อมูลต่างๆ ถูกเผยแพร่ทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลาซึ่งมีทั้งข้อมูลที่ดีและไม่ดี ข้อมูลที่ถูกและข้อมูลที่ผิด ข้อเท็จจริงและเรื่องที่สร้างขึ้น ดังนั้นผู้รับข้อมูลจึงควรใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสารให้มาก และตรวจสอบข่าวสารทุกครั้งก่อนที่จะเชื่อ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับตัวท่านเองและส่วนรวมได้

Reference:
http://www.dailynews.co.th/technology/182878
http://blog.eduzones.com/banny/3734
http://www.thaigoodview.com/library/contest2553/type2/tech04/25/chapter_1.6.html

จัดทำโดย
Anucha Ratnumhin 5510201068

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License