นวัตกรรมตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ (ทรู) "แอป" เพื่อสุขภาพและสังคม

เนื้อหาข่าวต้นฉบับ

ข้อมูลข่าวจาก
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1366002642&grpid=&catid=06&subcatid=0603 (วันที่ 15 เมษายน 2556)

ทรู%20สมิติเวช%20บีเอ็นเอช%20แอป.jpg

เทคโนโลยีมีประโยชน์ถ้ารู้จักนำมาใช้ให้ถูกที่ถูกทาง สิ่งที่มาคู่กับสมาร์ทดีไวซ์ทั้งหลาย ก็คือบรรดา "แอปพลิเคชั่น" ซึ่งมีให้เลือกเพียบ จะฟรีหรือเสียตังค์ก็แล้วแต่ มี "แอป" ดี ๆ ที่พัฒนาโดยฝีมือคนไทยให้เห็นกันมากขึ้น ซึ่งเรื่องฝีมือเราไม่เป็นลองใคร ขาดแค่โอกาส และการสนับสนุน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ กลุ่มทรูเปิดตัวแอปพลิเคชั่นน่าสนใจ โดย "ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา" ผู้อำนวยการด้านการสื่อสารองค์กร ประชาสัมพันธ์การตลาด และกิจกรรมองค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า มองเห็นประโยชน์ของเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการสื่อสารที่จะมีส่วนช่วยพัฒนาการศึกษา และช่วยเหลือสังคมจึงได้ร่วมมือกับมูลนิธิออทิสติกแห่งประเทศไทย สร้างแอปพลิเคชั่นทางการศึกษาสำหรับเด็กออสทิสติก Autistic Application เน้นพัฒนาทักษะการเรียนรู้ เสริมสมรรถภาพทางร่างกายและสติปัญญาให้เด็กกลุ่มนี้พัฒนาตนเอง และดำรงชีวิตได้อย่างปกติ
"พิชิต ธันโยดม" หัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัทเดียวกัน เสริมว่า Autistic Application เป็นแอปแรกในประเทศไทย เริ่มใช้งานจริงเมื่อ ส.ค.ปีที่แล้ว และประสบความสำเร็จอย่างสูง มียอดดาวน์โหลดติดอันดับ 1 ในแอปเพื่อการศึกษาของประเทศแถบตะวันออกกลาง ติด 1 ใน 10 แอปการศึกษาที่ได้รับความนิยมสูงสุดใน 25 ประเทศทั่วโลก ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดมากถึง 198,200 ดาวน์โหลด ซึ่งต่อไปบริษัทจะพัฒนาแอปพลิเคชั่นเพื่อสังคมอื่น ๆ เช่น แอปช่วยคนตาบอด และชาวนา เป็นต้น

"ปรีดิ์ หวังเจริญ" นวัตกร ผู้ร่วมคิดค้น Autistic Application กล่าวว่า เห็นความสำคัญของแท็บแลตในการช่วยพัฒนาทักษะของเด็กออทิสติก ซึ่งในประเทศไทย ยังไม่มีใครเห็นความสำคัญจึงเริ่มพัฒนาแอป ใช้เวลาศึกษาทดลองกว่า 6 เดือนกับเด็กเกือบ 40 คน เพื่อให้เข้าใจปัญหา และความต้องการของเด็กเหล่านี้โดยได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิออทิสติก และผู้ปกครองเด็ก จนสำเร็จเป็น Autistic Application

ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนแรก Daily Tasks สอนกิจวัตรประจำวัน เช่น การแปรงฟัน อาบน้ำ สระผม ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาทักษะความมั่นใจ ทักษะกล้ามเนื้อมัดเล็ก และการลอกเลียนแบบ ส่วนที่ 2 Trace & Share สอนทักษะการลากเส้น ส่งเสริมให้รู้จักการรอคอยและการแบ่งปัน เพื่อช่วยในการพัฒนาทักษะด้านวิชาการและการเข้าสังคม สุดท้าย Communication สอนการสื่อสารและออกเสียงโดยใช้สมุดภาพ สามารถเพิ่มภาพที่ต้องการเข้าไปได้ ช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะด้านภาษาและการสื่อสารกับบุคคลอื่น

"เรายังพัฒนาแอปต่อเนื่องเพื่อให้ใช้งานได้มากขึ้น และพยายามแปลเป็นภาษาต่างประเทศกว่า 3 ภาษา คือ อังกฤษ จีน อาหรับ และหวังว่าแอปนี้จะเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของเด็กเหล่านี้ได้"
ด้าน "อ.ชูศักดิ์ จันทยานนท์" ประธานมูลนิธิออทิสติก กล่าวว่า เด็กออทิสติกในประเทศไทยมีมากถึง 370,000 คน แต่มีบัตรคนพิการเพียง 4,000 คน ทำให้เด็กอีกเป็นจำนวนมากขาดความช่วยเหลือในการพัฒนาและฟื้นฟูสมรรถภาพ เนื่องจากค่าใช้จ่ายมีราคาแพง ขณะที่สื่อทางเลือกอื่นที่มีก็ยังไม่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ได้เหมือน Autistic Application ที่ศึกษาจากเด็กจริง ๆ มีการทดลองหลายครั้งกว่าจะประสบผลสำเร็จ โดยเด็กที่ทดลองใช้งานมีพัฒนาการดีขึ้นและสามารถสื่อสารกับของคนรอบข้างได้ดีกว่าเดิม

"มูลนิธิออทิสติกยังต้องการช่วยเหลือเด็กที่ขาดแคลนแท็บแลต แต่แม้การใช้แอปจะมีประโยชน์แต่ผู้ปกครองไม่ควรปล่อยให้เด็กใช้นานเกินไป ทั้งระหว่างใช้ควรมีผู้ใหญ่ให้คำแนะนำด้วย"

ล่าสุด "ทรูมูฟ เอช" ยังร่วมมือโรงพยาบาลในเครือสมิติเวช และบีเอ็นเอช เปิดตัวแอปพลิชั่น "Samitivej Connect by TrueMove H" และ "BNH Connect by TrueMove H"
การนำเทคโนโลยีด้านไอทีมาเชื่อมโยงระบบงานโรงพยาบาลเพื่อการให้บริการแบบไร้ข้อจำกัด แอปล่าสุดถือเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เปิดให้บริการมีฟังก์ชั่นดังนี้ ผู้ช่วยส่วนตัว Personalized Health Secretary มีทีมเจ้าหน้าที่รู้ใจตอบทุกคำถามเรื่องสุขภาพ 24 ชั่วโมงตลอด 7 วัน, โทร.หาเพื่อนรู้ใจของคุณหรือคนที่คอยดูแลคุณ เช่น สามี ภรรยา หรือ ลูก, เตือนนัดหมายแพทย์ และเรียกรถพยาบาลฉุกเฉิน โดยจะรู้ตำแหน่งของคุณได้

สรุปข่าว

จากข้อมูลข้างต้นได้แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาแอปพลิเคชั่นที่น่าสนใจ ทั้งในด้านสุขภาพและสังคมไม่ว่าจะเป็น Autistic Application และ แอปพลิชั่น "Samitivej Connect by TrueMove H" และ "BNH Connect by TrueMove H" ซึ่งถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่สะท้อนให้เห็นความสามารถของคนไทยในการคิดริเริ่มสิ่งใหม่ๆ โดย Autistic Application ถือว่าเป็นผลงานที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากทั้งแถบตะวันออกกลางและยังได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับแอพพลิเคชั่นด้านการศึกษาใน 25 ประเทศทั่วโลกอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแอพพลิเคชั่นตัวนี้ได้ช่วยให้เด็กมีพัฒนาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดย Autistic Applicationได้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้
1. Daily Tasks - สอนกิจวัตรประจำวัน อาทิ การแปรงฟัน อาบน้ำ เพื่อส่งเสริมให้เกิดทักษะความสนใจ, ทักษะกล้ามเนื้อมัดเล็ก และทักษะการเลียนแบบ
p17mlr2ujsgt3pgc1opv50415t95.jpg
2. Trace & Share - สอนทักษะการลากเส้น ส่งเสริมให้รุ้จักการรอคอยและการแบ่งปัน อันเป็นพื้นฐานของการเข้าสังคม ซึ่งช่วยเสริมทักษะด้านวิชาการ, ทักษะทางสังคม และทักษะการเลียนแบบ
p17mlr5jrp21q12ctvqm15731ep45.png
3. Communications - สอนหลักการสื่อสารขั้นพื้นฐานโดยใช้สมุดภาพเพื่อสื่อความต้องการของเด็ก ส่งเสริมทักษะภาษาและการสื่อสาร
p17mlr6o9hs8hjq51h2djfsgs85.jpg

นอกจากนี้ยังมีแอปพลิชั่น "Samitivej Connect by TrueMove H" และ "BNH Connect by TrueMove H"ซึ่งมีช่วยให้คนไข้และโรงพยาบาลได้รับทราบข้อมูลซึ่งกันและกันซึ่งถือว่ามีส่วนที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างมาก ไม่ว่าเป็น Personalized Health Secretaryที่จะคอยตอบทุกคำถามในเรื่องสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมงตลอด 7 วัน , การเตือนนัดหมายแพทย์ รวมถึงการเรียกรถพยาบาลฉุกเฉิน รู้ตำแหน่งของคุณอย่างอัจฉริยะ เป็นต้น

บทวิเคราะห์

SWOT Analysis

Strengths

  • เป็นแอปพลิเคชั่นที่ประสบความสำเร็จและมียอดดาวน์โหลดที่ได้รับความที่นิยมอย่างสูง ซึ่งติด 1 ใน 10 ในระดับสากลด้านการศึกษา
  • เป็นแอปพลิเคชั่นแรกสำหรับเด็กออทิสติกในประเทศไทย และ สามรถตอบโจทย์กับเด็กออทิสติกที่ช่วยให้มีกาพัฒนาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • มีความร่วมมือที่ดีจากเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น ผู้ปกครองครองเด็ก, มูลนิธิออทิสติก, คนไข้, โรงพยาบาล และ True เอง

Weaknesses

  • เป็นแอปพลิเคชั่นที่ยังอาจเข้าไม่ถึงเด็กออทิสติกได้มากนัก เนื่องจากไม่สามารถสื่อสารและเข้าใจความต้องการของเด็กได้โดยตรง ต้องอาศัยการสอบถามข้อมูลต่างๆจากผู้ปกครองเด็กเท่านั้น
  • สำหรับแอปพลิเคชั่น "Samitivej Connect by TrueMove H" และ "BNH Connect by TrueMove H“ ยังมีฟังก์ชั่นที่ไม่แตกต่างจากการให้บริการโดยทั่วไป ดังนั้นอาจดูไม่น่าสนใจแก่บุคคลทั่วไปมากนัก ไม่ว่าจะการให้บริการสอบถามข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง และ การเตือนนัดของแพทย์ ก็ตามนั้น

Opportunities

  • อาจมีการเพิ่มในเรื่องการแปลเป็นภาษาต่างประเทศ เพื่อนำไปสู่ระดับสากลมากยิ่งขึ้น
  • อาจมีการเพิ่มจำนวนของแท็บแลต เพราะยังมีเด็กอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ โดยในประเทศไทยมีเด็กออทิสติกมากถึง 370,000 คน
  • อาจมีการเพิ่มจำนวนของโรงพยาบาล เพื่อให้บริการแก่คนไข้ได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

Threats

  • มีทุนสนับสนุนจากองค์กรต่างๆยังไม่มากนัก โดยมีค่าใข้จ่ายต่างๆอยู่ค่อนข้างแพง
  • เป็นแอปพลิเคชั่นที่ยังถูกให้ความสำคัญในวงจำกัด เนื่องจากเหมาะสำหรับบุคคลเฉพาะกลุ่มเท่านั้น อีกทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจยังไม่ตอบโจทย์ได้มากนัก

แหล่งข้อมูล

http://appcenter.truelife.com/detail/2330832
http://www.cpthailand.com/Default.aspx?tabid=129&articleType=ArticleView&articleId=1692

Rungthip Larpyuenyong
Y34 ID:5510221002

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License