Weibo.com โซเซียลมีเดียยักษ์จีนพร้อมรุกธุรกิจไทย ตั้งรายได้ 30 ล้านบาท

(บทความโดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 17 เมษายน 2556 )

flickr:8698531794

หลุ่ย แซ่กั๊ว

Weibo.com โซเชียลมีเดียเบอร์ 1 ของจีน เปิดตัวในเมืองไทยพร้อมชูจุดแข็งการเป็นมืออาชีพที่เชื่อมระหว่างประชากรจีนกับธุรกิจไทย เผยเตรียมให้ความรู้กับคนไทยเพิ่มเติมหวังยอดสมาชิกเพิ่มขึ้นในปีนี้ 1.6 ล้านคน แนะธุรกิจใช้ติดต่อสื่อสารลูกค้าชาวจีนมั่นใจสามารถสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมและที่ปรึกษาได้ทะลุ 30 ล้านบาท

หลุ่ย แซ่กั๊ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจียระไน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ผู้บริหารเว็บไซต์ Weibo.com ในเมืองไทย กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศที่มีการใช้งานโซเซียลมีเดียกันอย่างแพร่หลาย และ Weibo.com ถือเป็น Micro Blogging ที่ใหญ่ที่สุดในจีนที่ต้องการจะเข้ามานำเสนอการเชื่อมต่อระหว่างประเทศรูปแบบใหม่ เป็นสะพานเชื่อมกันโดยเฉพาะผู้บริโภคชาวจีนกับเมืองไทย ในการใช้เป็นช่องทางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านต่างๆ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยในหมู่คนจีน รวมไปถึงจะเป็นแนวทางการเชื่อมระหว่างนักธุรกิจจีนและนักธุรกิจของไทยอีกด้วย

“Weibo.com มองว่าประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่ความเป็นศูนย์กลางอาเซียนและขึ้นชื่อเรื่องการท่องเที่ยว จึงเป็นเป้าหมายแรกของนักท่องเที่ยวจีน และเกินกว่า 60% จะเป็นการเที่ยวในเมืองไทยซ้ำและมาแบบเจาะลึก โดยเฉพาะเมื่อในปลายปีที่แล้วภาพยนตร์จีน Lost in Thailand ได้สร้างกระแสทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนสนใจที่จะเข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้น โดยคาดว่าในปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวในเมืองไทยถึง 3.8 ล้านคน”

Weibo จะเชื่อมการบริโภคที่มหาศาลระหว่างกัน จีนมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเท่ากับจำนวนประชากรทั้งหมดของยุโรป ถือเป็นจำนวนที่น่าสนใจและไม่ควรมองข้าม แม้จะไม่สามารถเล่นเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ได้แต่ก็สามารถเล่นผ่าน Weibo.com แต่สิ่งที่แตกต่างคือ Weibo.com มีการเวอร์ริไฟล์ตัวตนจริงๆ ของคนนั้นๆ มีกระบวนการตรวจสอบ ใส่เครื่องหมายให้ หรือแม้แต่บริษัทต่างๆ ที่ต้องการโปรโมตสินค้า หรือการท่องเที่ยวต้องการโปรโมทเส้นทางท่องเที่ยว ทาง Weibo.com จะมีการออกเครื่องหมาย V ให้ ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคชาวจีนมีความมั่นใจในเครื่องหมาย V เพราะถือเป็นการการันตีตัวตนที่แท้จริง

หลุ่ย กล่าวว่า การสมัครต้องมีบัตรที่ทางราชการออกให้ ถ้าเป็นผู้บริหารต้องมีเอกสารรับรองว่าบุคคลนี้ชื่อนี้ ทำงานอะไร ดำรงตำแหน่งอะไร และเจ้าตัวต้องมีการเซ็นยินยอม ส่วนการเวอริไฟด์อื่นๆ อย่างเช่น ดารา หรือนักการเมืองนั้น จะเป็นการยืนยันว่าคนๆ นั้นเป็นตัวจริง เพื่อป้องกันการปลอมแปลง ทั้งนี้ในระยะแรกอาจต้องใช้เวลาพอสมควรในการอธิบายว่า Weibo คืออะไร ซึ่งถ้าคนไทยรู้จักแล้วน่าจะใช้งานเยอะ ซึ่งการเปิดตัวในปีนี้เพราะคนจีนสนในเมืองไทยเยอะและไม่มีความคิดในแง่ลบสำหรับเมืองไทยเลย การเข้ามาครั้งนี้จึงถือเป็นการสร้างโอกาสให้กับเมืองไทยมากขึ้นในหลายๆ ด้าน

“ขณะนี้มีสมาชิกอยู่ในเมืองไทยแล้วประมาณ 800,000 แอคเคาท์ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นคนจีนที่อยู่ในไทย สำหรับปีแรกตั้งเป้าสมาชิกใหม่ไว้ที่ 1.6 ล้านแอคเคาท์ ทั้งนี้ Weibo.com จะซัพพอร์ตหลากหลายภาษาสามารถโพสต์เป็นภาษาอะไรก็ได้ นอกจากนี้ยังรองรับการใช้งานผ่านมือถือ มีแอพพลิเคชันมากมายที่จะช่วยให้การใช้งานง่ายและหลายรูปแบบมากขึ้น เราจะสร้างทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้าโดยไม่ต้องเลิกเล่นเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์”

ทางด้านธุรกิจ Weibo Thailand จะเป็นตัวแทนในการให้คำปรึกษาในการใช้และวิธีการประชาสัมพันธ์ผ่าน Weibo พร้อมให้บริการรับฝากแอคเคาท์ ภายใต้สโลแกน Amazing Wei Thailand : An Easy Way to Open the Chainese Market” โดยเป็นเหมือนทางด่วนที่สามารถเข้าถึงมือผู้บริโภคชาวจีนได้ง่ายและเร็วที่สุด เพราะเชื่อว่านักธุรกิจไทยสนใจตลาดจีนเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปเปิดตลาดอย่างไร วิธีนี้ทำได้ทันทีและถึงมือผู้บริโภคแน่นอน

การเปิดตัวในเมืองไทยอย่างเป็นทางการครั้งนี้ Weibo.com ต้องการใช้ศักยภาพที่มีอยู่ เป็นแนวทางการเชื่อมระหว่างนักธุรกิจและนักลงทุนของไทยกับนักธุรกิจและนักลงทุนของจีน ใช้เป็นช่องทางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร โดยขณะนี้การท่องเที่ยวไทย กรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์ การบินไทย และอีกหลายองค์กรของไทยได้เปิด Official Account เรียบร้อยแล้ว ซึ่ง Weibo.com สามารถทำธุรกิจได้ ติดต่อกับลูกค้าได้โดยไร้กำแพงกั้น

“Weibo เป็นโซเชียลมีเดียใหญ่สุดในจีน และมีผู้บริโภคในจีนใช้งานมากที่สุด ผู้ประกอบการของไทยควรใช้ช่องทางนี้ในการนำเสนอธุรกิจเข้ามาในช่องทางนี้ในการแนะนำสินค้าใหม่ จัดกิจกรรม เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว เพราะถือเป็นช่องทางหนึ่งที่ได้ผลในการนำสิ่งที่คนจีนอยากรู้จากไทย คนไทยอยากรู้จากจีน ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ถือเป็นสื่อการประชาสัมพันธ์ของจีนที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นช่องทางที่ง่ายและกว้างขวางในสังคมจีน มากกว่าบริษัทไทยกับบริษัทจีนจะดีลกันเอง”

หลุ่ย กล่าวต่อว่า ธุรกิจสามารถใช้เป็นช่องทางอีคอมมเมิรซ์ที่เข้าถึงลูกค้าชาวจีนได้ มีบริการแปลภาษา และดูแลแอคเคาท์ให้ สำหรับลูกค้าที่ไม่ชำนาญภาษีจีนหรือไม่คุ้นเคยกับวิธีการบริโภคสื่อของชาวจีน มีบริการ ทีมงานเจ้าหน้าที่ในการดูแล หรืออาจช่วยตอบคำถามในเบื้องต้นได้ ส่วนที่ตอบไม่ได้ เจ้าหน้าที่จะรวบรวมและส่งเป็นภาษาไทย เพื่อส่งกลับมาให้กับลูกค้าให้ดำเนินการตอบต่อไป ซึ่งค่าใช้จ่ายในส่วนค่าธรรมเนียมและให้คำปรึกษาต่างๆ ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าว่าอยากได้อะไรบ้าง โดยในปีแรกนี้ Weibo ตั้งเป้าหมายรายได้ในส่วนธุรกิจไว้ที่ 30 ล้านบาท

สรุปบทความ

ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโซเชียลมีเดียมีความสำคัญและอิทธิพลกับการดำเนินชีวิตของเราเป็นอย่างมาก แต่คนส่วนใหญ่มักจะคุ้นชินและรู้จักกับการใช้โซเชียลมีเดียของ Facebook และ Twitter ที่เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก
แต่มีโซเชียลมีเดียอีกตัวหนึ่งที่มีผู้ใช้เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะประชากรในประเทศจีน ประเทศที่มีจำนวนประชากรอันดับต้นๆของโลก นั้นคือ Weibo.com

Weibo.com คืออะไร

อย่างที่ทราบกันว่า ประเทศจีนยังเป็นประเทศที่มีกลิ่นอายของระบบการปกครองแบบสังคมนิยมอยู่ แต่ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารไร้พรมแดนที่พัฒนาก้าวไกลมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ข้อมูลข่าวสารไหลบ่าบนโลกอินเทอร์เน็ตยิ่งทำการจัดการข้อมูลข่าวสารและควบคุมคนในประเทศจีนได้ลำบากมากขึ้น และเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในสังคมจีน รัฐบาลจำเป็นจะต้องดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง และไม่ให้เกิดกลุ่มขบวนการใต้ดินที่เคลื่อนไหวปฏิวัติผ่านโซเชียลเน็ทเวิร์คอย่างที่เคยเกิดขึ้นในประเทศอื่นๆ รัฐบาลจีนจึงตัดไฟแต่ต้นลมด้วยการตัดสินใจบล็อกโซเชียลเน็ทเวิร์ค อย่างFacebook, Twitter, Google และ YouTube

แต่ใช่ว่าประชากรจีนจะถูกห้ามไม่ให้รับรู้ข่าวสารจากโลกภายนอกเสียทีเดียว พวกเขายังสามารถรับรู้ข่าวสารด้านความบันเทิง รู้จักหาข้อมูลความรู้จากอินเตอร์เน็ตในการทำรายงาน หรือสามารถแชร์รูปหรือความเคลื่อนไหวของตัวเองและทั่วโลกไม่ต่างจากที่เราเล่น Facebook หรือ Twitter เพียงแต่พวกเขาได้รับข่าวสารที่แตกต่างไปจากสื่อที่เราใช้เท่านั้น

ซินล่าง เวยป๋อ (จีน: 新浪微博; พินอิน: Xīnlàng Wēibó) สะกดในภาษาอังกฤษว่า Sina Weibo เป็นไมโครบล็อกของทางจีน มีลักษณะคล้ายกับผสมระหว่างTwitter และ Facebook ทั้งการฟอลโลว์การทวีตข้อความต่างๆ แบ่งปันข้อมูลข่าวสาร ภาพถ่าย และอื่นๆ เว็บนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศจีน โดยประมาณที่ 30% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในเมืองจีนใช้เว็บนี้ เว็บนี้ออกแบบและสร้างโดยบริษัท ซีนา เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2552 และมีผู้ใช้งานมากกว่า 300 ล้านชื่อผู้ใช้ เมื่อต้นปี 2555 โดยมีข้อความมากกว่า 100 ล้านข้อความต่อวันที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์นี้

นอกจากนี้ผู้มีชื่อเสียงหรือดาราของประเทศจีนเองก็ใช้ Weibo ในการเป็นช่องทางที่จะสื่อสารไปถึงแฟนๆของเขา และแฟนๆในประเทศจีนและประเทศอื่นทั่วโลกก็ได้ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของบุคคลที่เขาชื่นชอบผ่านช่องทางนี้ด้วย ผู้ประกอบธุรกิจในจีนบางรายก็ใช้ช่องทางนี้ในการประชาสัมพันธ์และขายสินค้าของตนไปยังผู้บริโภคเช่นกัน ทำให้ปัจจุบัน Weibo ไม่ได้ถูกจำกัดการใช้งานในประเทศจีนเท่านั้นยังมีประชากรในประเทศอื่นๆ ที่ใช้ด้วยเช่นเดียวกัน

flickr:8697408501

ความแตกต่างระหว่าง Weibo กับ Facebook และ Twitter

Weibo ถือเป็น Twitter ของจีน แต่ Weibo รวมความเรียบง่ายของ Twitter ที่มีฟังก์ชั่นอื่น ๆ ทางสังคม ในขณะที่ Weibo เป็นเหมือนลูกผสมของ Facebook และ Twitter แต่มีความแตกต่างกันดังนี้

  • ความยาวของข้อความ

Twitter ทวีตแต่ละข้อความ จำกัดได้ไม่เกิน 140 ตัวอักษรไม่ว่าตัวอักษรจีนหรืออักษรภาษาอังกฤษ แต่ Weibo จำกัดตัวอักษร 140 ตัวอักษรจีน และ 280 ตัวอักษรสำหรับภาษาอังกฤษ

  • เนื้อหามัลติมีเดีย

ภาพ : Weibo อนุญาตให้ผู้ใช้อัพโหลดภาพบนไซด์ของตนเอง และจะโชว์ภาพในรูปแบบ timeline feed แต่ Twitter เพียงแค่ช่วยเชื่อมโยงภาพเท่านั้นไม่ได้รองรับในอัพโหลดภาพลงในทวิตเตอร์โดยตรง
วิดีโอ : ผู้ใช้ไม่สามารถอัพโหลดวิดีโอโดยตรงไปยัง Weibo พวกเขาสามารถโพสต์ลิงก์จากเว็บไซต์วิดีโอ เช่น Youku, Tudou, ku6, youtube, ฯลฯ ) และ Weibo จะโชว์เพียงภาพใน timeline feed ผู้ใช้สามารถเล่นวิดีโอโดยคลิกที่ภาพ แต่ Twitter เช่นเดียวกับภาพที่จะไม่มีการแสดงบน timeline feed
เพลง : Weibo มีเพลงสากลโดยใช้งานผ่านโปรแกรม Flash มันเล่นเพลงทั้งหมดทั้งจากเว็บไซต์ที่ไว้แชร์เพลง เช่น เว็บไซต์ Yueku ของ Sina, หรือไฟล์ MP3 ที่เจ้าของไซด์ลงไว้

  • การรีทวีตข้อความ

ผู้ใช้ทวิตเตอร์สามารถแชร์ข้อความกับผู้ติดตามของตนโดยการ “retweeting” ข้อความที่ถูกแชร์จะไม่สามารถแก้ไขได้ แต่สำหรับ Weibo ผู้ใช้สามารถทำอะไรได้มากไปกว่านั้น ผู้ใช้สามารถเพิ่มความคิดเห็นโดยการ retweeted และผู้ใช้สามารถลบหรือแก้ไขข้อความก่อนหน้าได้ด้วย

  • Timeline Feed

ใน Twitter จะโชว์เพียงข้อความที่เป็นตัวอักษรเท่านั้น แตกต่างจาก Weibo ที่มีความคล้ายคลึงกับ Facebook คือ ใน timeline feed จะโชว์ทั้งข้อความ รูปภาพ วิดีโอ และเพลง

  • การตรวจสอบ

มีการตรวจสอบที่แตกต่างกันใน Weibo โดยให้สัญลักษณ์บุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นป้ายสัญลักษณ์ V สีส้ม บริษัท และองค์กรที่มีการตรวจสอบจะมีป้ายสัญลักษณ์ V สีฟ้า ขณะที่ Twitter มีเพียงโลโก้เดียวเท่านั้น

แนวโน้มของ Weibo ในอนาคต
เกือบครึ่งหนึ่งของประเทศจีน 513 ล้านผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้ลงทะเบียนสำหรับบัญชี Weibo ตลาด Weibo ของจีนถูกครอบงำโดยผู้เล่นสองชั้น: Sina และ Tencent ผ่านมาสองปีได้เห็นการเติบโตของการใช้งานในประเทศจีน Weibo แนวโน้มยังคงดีในปี 2012 ตามรายงานทางการเงินที่ผ่านมาโดย Sina, Sina Weibo (weibo.com) ปัจจุบันมีมากกว่า 300 ล้านคนที่ลงทะเบียนผู้ผลิตกว่า 100 ล้านโพสต์ทุกวัน ในหมู่ผู้ใช้ที่ลงทะเบียน, 9% (27 ล้านบาท) ผู้ใช้งานเป็น Sina Weibo ของผู้ใช้โพสต์ทุกวัน

Weibo กำลังมีแผนจะพัฒนาเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษเพื่อให้ผู้ใช้ในประเทศอื่นๆ สามารถใช้งานได้ เนื่องจากที่ผ่านมามีความต้องการของผู้ใช้และบริษัทนอกประเทศจีนที่ต้องการติดต่อกับคนจีนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเมื่อ Weibo เวอร์ชั่นสากลเริ่มให้บริการนั้น บริษัทจะเปิดตัวพร้อมกับพันธมิตรระดับโลก 2 ราย ได้แก่ FlipBoard และ Instagram ซึ่งเป็น 2 แอพพลิเคชั่นบน iOS ที่เป็นที่นิยมอย่างมากนั่นเอง โดยที่ทั้ง 2 แอพพลิเคชั่นจะมีการฝังการเชื่อมต่อไปยัง Weibo เพื่อให้ผู้ใช้สามารถแชร์ข่าวสารหรือรูปภาพไปยังสังคมออนไลน์แห่งนี้เพื่อแชร์กับเพื่อนชาวจีนได้ทันที

โซเซียลเน็ทเวิร์คกับการช่วยส่งเสริมธุรกิจ
จากบทความข้างต้นจะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นโซเชียลเน็ทเวิร์คจากค่ายใดก็ตามก็ล้วนมีส่วนช่วยเสริมสร้างการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลให้ง่าย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่เพียงแต่การสื่อสารระหว่างบุคคลเท่านั้น หากเราสามารถนำโซเชียลเน็ทเวิร์คมาปรับใช้ให้เหมาะสมก็ถือว่าเป็นเครื่องมือที่ดีในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหรือตลาดของเราด้วย ซึ่งประโยชน์ที่โซเชียลเน็ทเวิร์คมีต่อธุรกิจมีดังนี้
1. เป็นช่องทางโปรโมทธุรกิจ ช่วยในการแบรนดิ้งธุรกิจ โซเชียลเน็ทเวิร์ค เป็นช่องทางที่เปิดให้ทุกคนเข้ามาอ่านหรือดูโปรไฟล์ธุรกิจได้ ดังนั้นผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตจำนวนมากจึงสามารถเข้าถึงข้อมูลสินค้าหรือบริการที่เราต้องการโปรโมตได้อย่างง่ายดาย
2. ช่วยให้คนเข้าเว็บไซด์ของเรามากขึ้น โซเชียลเน็ทเวิร์คอนุญาตให้ใส่ลิงก์เว็บไซต์บริษัทหรือธุรกิจได้ ดังนั้นผู้ที่เข้ามาชม ซึ่งสนใจและอยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทหรือสินค้าบริการของเรามากขึ้นก็สามารถคลิกลิงก์ไปยังเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของบริษัทได้เลยทันที
3. เพิ่มประสิทธิภาพการทำ SEO การมีเนื้อหาเกี่ยวกับบริษัทของเรากระจายอยู่ในหลายๆ เว็บไซต์จะช่วยทำให้การค้นหาผ่าน search engine อย่าง Google มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ทำให้คนค้นเจอเว็บไซต์ของเราได้มากและเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ Social Search บริการใหม่จาก Google ยังช่วยให้ผู้ค้นหาสามารถอ่านความเห็นที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของเราได้ทันทีจากหน้าแสดงผลการค้นหา
4. สร้างคอมมูนิตี้ผู้บริโภคหรือกลุ่มลูกค้าได้ง่ายและไม่ต้องเสียเงิน โซเชียลเน็ทเวิร์ค ถือเป็นอีกทางเลือกในการทำให้กลุ่มลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมกับเว็บไซต์หลักของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์มากขึ้น นอกจากนี้เรายังสามารถโพสต์ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ และอื่นๆ ลงบนโปรไฟล์ เพื่อแชร์ให้บรรดาแฟนๆ ของสินค้าและบริการได้ชมอีกด้วย ที่สำคัญเรายังสามารถพูดคุยกับลูกค้า ถามคำถาม ความคิดเห็น ความพึงพอใจ และอื่นๆ อีกมากมาย ช่วยให้เราสามารถพัฒนาหรือต่อยอดผลิตภัณฑ์ สินค้า หรือบริการจากความคิดเห็นของผู้บริโภคได้อีกด้วย
5. โซเชียลเน็ทเวิร์คเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้โดยตรง เราสามารถส่งข้อความถึงพวกเขาได้โดยตรง ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าจะส่งให้ใครบ้าง เช่น หากคุณทำกิจกรรมในจังหวัดหนึ่ง เราก็สามารถเลือกส่งข้อความเชิญชวนให้เฉพาะแฟนที่อยู่ในจังหวัดนั้นๆ ให้มาร่วมกิจกรรมชิงรางวัลกับสินค้าหรือบริการของเราได้ และไม่่ใช่แค่พื้นที่เท่านั้น แต่อายุ หรือ เพศ ก็สามารถกำหนดได้เช่นกัน
6. ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าให้แน่นแฟ้นขึ้น การคุยกันหรือแสดงความเห็นเล็กๆ น้อยๆ สามารถทำให้ความสัมพันธ์กับลูกค้าแกร่งขึ้น เพราะเป็นการโต้ตอบกันโดยที่ลูกค้าไม่ได้รู้สึกว่าถูกบีบบังคับให้ซื้อสินค้า แต่เป็นการคุยกันแบบไม่เป็นทางการ ซึ่งจะทำให้ทัศนคติของลูกค้าต่อแบรนด์ดียิ่งขึ้น แม้ว่าจะไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้นเลยก็ตาม
7. การสังเกตพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย ในสังคมออนไลน์ ลูกค้าและผู้บริโภคมักไม่ค่อยตั้งป้อมต่อต้านหรือแสดงอคติต่อการเข้าไปทำการตลาดของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง พวกเขามีแน้วโน้มที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการหรือประสบการณ์ทั้งที่ดีและไม่ดีต่อธุรกิจของเราหรือของคู่แข่ง ซึ่งหากเราให้ความสำคัญหรือใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้และสามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้ เราก็จะได้เปรียบคู่แข่งรายอื่นๆ โดยปริยาย

จะเห็นได้ว่านอกจากโซเชียลเน็ทเวิร์คจะมีบทบาทในการสื่อสารระหว่างบุคคลและกลุ่มแล้ว หากเราสามารถนำสื่อนี้มาใช้ช่วยส่งเสริมทางด้านธุรกิจ สื่อประเภทนี้ก็นับได้ว่าเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพอีกเครื่องมือหนึ่ง อีกทั้งยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการโฆษณาหรือวิจัยตลาดได้อีกด้วย ซึ่งแตกต่างจากอดีตที่ต้องมีการตั้งค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ที่สูง แต่ในทางตรงกันข้ามคู่แข่งของเราก็สามารถที่จะนำสื่อตรงนี้มาใช้ประโยชน์ได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นประเด็นที่เราควรให้ความสำคัญอีกประเด็นหนึ่งคือทำอย่างไรเราจึงจะสามารถสร้างความแตกต่าง หรือดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค หรือกลุ่มเป้าหมายของเราได้ ดังนั้นการที่เราจะสามารถตอบโจทย์ตรงนี้ได้เราต้องเข้าใจผลิตภัณฑ์ของเราอย่างถ่องแท้เสียก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายของเราเป็นใคร จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ของเราคืออะไร เพื่อนำไปพัฒนาสื่อที่จะใช้ประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่สนใจต่อกลุ่มเป้าหมาย ร่วมทั้งรูปแบบที่จะใช้ด้วย

ความสำเร็จในการประกอบธุรกิจต่างก็ต้องใช้หลายองค์ประกอบร่วมกัน และทุกองค์ประกอบก็ต้องส่งเสริมกันและกัน ดังนั้นเราจึงควรมองธุรกิจของเราในเชิงของภาพรวมกำหนดทิศทางให้ชัดเจนเพื่อที่จะสามารถดำเนินตามแผนที่เราได้กำหนดไว้ให้สำเร็จ

เว็บไซด์อ้างอิง
1. http://www.manager.co.th/cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9560000046138
2. http://money.sanook.com
3. http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=3ebf0c73487e3c3b
4. http://gongm.in/2011/08/differences-between-weibo-and-twitter/
5. http://incquity.com/articles/tech/10-ways-facebook-fan-page-help-business
6. http://thumbsup.in.th/2011/11/weibo-international-market/

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License