Oracle เปิดตัวศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศสิงคโปร์ รองรับความต้องการลูกค้าที่ใช้คลาวด์ และ SaaS ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

Oracle เปิดตัวศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศสิงคโปร์ รองรับความต้องการลูกค้าที่ใช้คลาวด์ และ SaaS ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

กรุงเทพฯ10 เม.ย.พีซี แอนด์ แอสโซซิเอทส์ คอนซัลติ้ง
http://www.newswit.com/it/2013-04-10/b1b9237deeb81ee20dfa207fee3b49dc/

flickr:8472148209

ออราเคิลเปิดตัวศูนย์ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ ในประเทศสิงคโปร์ ภายในงาน Oracle Cloud World ประเทศสิงคโปร์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ใช้บริการแพลตฟอร์มคลาวด์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังนำเสนอซอฟต์แวร์ในรูปแบบบริการ (Software-as-a-Service – SaaS)

เยน เยน ตัน รองประธานอาวุโสฝ่ายขายแอพพลิเคชั่นประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของออราเคิล คอร์ปอเชั่น กล่าวว่า ศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่นี้ ถือเป็นการลงทุนครั้งล่าสุดของออราเคิลสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ในตลาดภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกซึ่งมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยจะเปิดโอกาสให้ลูกค้าและคู่ค้าได้เข้าถึงเทคโนโลยีในรูปแบบของการให้บริการตัวเอง อาทิเช่นเทคโนโลยี Oracle Fusion Applications ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นธุรกิจบนมาตรฐานเปิด โดยกำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับวิธีที่องค์กรสร้างสรรค์นวัตกรรม ทำงาน และปรับใช้เทคโนโลยี รวมถึงระบบวางแผนทรัพยากรในองค์กร (Enterprise Resource Planning), การบริหารทรัพยากรบุคคล (Human Capital Management), การบริหารบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ (Talent Management), การขายและการตลาด, บริการลูกค้า และบริการสนับสนุน ไปจนถึงระบบวางแผนทรัพยากรภายในองค์กร โดยบริการทั้งหมดนี้ได้รับการจัดการและสนับสนุนโดยเจ้าหน้าที่ของออราเคิล และศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์จะตั้งอยู่ที่ บริษัทอิควิกนิกซ์ (Equinix) ประเทศสิงคโปร์

“ออราเคิลจะช่วยให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากการลงทุนภายในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมความยืดหยุ่นและความสะดวกในการใช้งานอย่างที่ลูกค้าต้องการ”

สำหรับศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ Oracle Cloud ออราเคิลใช้ระบบ Engineered Systems รวมถึง Oracle Exalogic Elastic Cloud ซึ่งเป็นระบบที่ปรับแต่งเป็นพิเศษสำหรับการรันแอพพลิเคชั่นธุรกิจ และ Oracle Exadata Database In-Memory Machine เหมาะสำหรับ OLTP ระดับไฮเอนด์, คลังข้อมูลขนาดใหญ่ และระบบคลาวด์สำหรับฐานข้อมูล โดยะบบเหล่านี้เป็นองค์ประกอบหลักของแพลตฟอร์มคลาวด์ของออราเคิล โดยจะช่วยให้ลูกค้าและคู่ค้าได้รับโครงสร้างพื้นฐานประสิทธิภาพสูงที่ยืดหยุ่น ปลอดภัย และเต็มเปี่ยมไปด้วยเสถียรภาพสำหรับแอพพลิเคชั่นธุรกิจที่สำคัญ

ปัจจุบันคลาวด์จากออราเคิล ถือเป็นระบบคลาวด์ที่ครบถ้วนสมบูรณ์มากที่สุดในโลก รองรับการใช้งานของผู้ใช้กว่า 25 ล้านราย และกว่า 10,000 องค์กรทั่วโลกในทุกๆ วัน

ด้านเลสลี่ ออง กรรมการผู้จัดการของออราเคิล กล่าวว่า ระบบคลาวด์ขององค์กรช่วยให้ธุรกิจต่างๆ ปรับปรุงประสิทธิภาพ และขยายขีดความสามารถอย่างเหนือชั้น ด้วยโซลูชั่นซอฟต์แวร์ที่คล่องตัวและปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่น ศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ในสิงคโปร์ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่ต่อเนื่องของออราเคิลในการนำเสนอโซลูชั่นให้แก่ลูกค้า การจัดตั้งศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ที่นี่จะช่วยให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จาก Oracle Cloud ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบของรัฐ ขณะที่ลูกค้าจะสามารถควบคุมข้อมูลสำคัญได้อย่างเต็มที่"

เนื้อหาของข่าว ได้กล่าวถึงบริษัท Oracle ได้เปิดตัวศูนย์ Data Center โดยมุ่งเน้นการให้บริการกับลูกค้าในรูปแบบ Cloud Computing แบบ Software As A Service ซึ่ง Oracle นั้น ในปัจจุบัน เป็นผู้นำของโลก IT เนื่องจาก Oracle นั้น มี Product ที่มากมาย ครอบคลุมการให้บริการทั้งด้าน Software การจัดการฐานข้อมูล Software ที่ใช้เชื่อมต่อระบบเทคโนโลยีเก่า กับใหม่เข้าด้วยกัน (Middle Ware) ระบบ ERP (Oracle ERP)

ในด้าน Hardware นั้น หลังจากที่ Oracle ได้เข้าควบรวมกิจการกับ Sun Microsystem ผู้ผลิต Hardware ระดับ Enterprise รายใหญ่ของโลกแล้ว ก็ยังมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ชั้นสูงต่อ โดย Oracle ได้อาศัยข้อได้เปรียบของการที่ตนเองนั้นมีเทคโนโลยีทางด้านฐานข้อมูล และ Software ที่เป็น Platform ต่างๆ พัฒนา และควบรวมเทคโนโลยีของตนกับของ Sun Microsystem ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ อาทิเช่น Oracle EXAData , Oracle EXALogic หรือ Sun/Oracle SuperCluster ซึ่งมีความสามารถเฉพาะทางค่อนข้างสูง และยากที่จะมีคู่แข่งโดยตรง เนื่องจากมีบริษัทน้อยราย ที่จะมีเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งด้าน Hardware และ Software อยู่ด้วยกัน

ซึ่งการเปิดตัวศูนย์ Data Center ระบบ Cloud ที่สิงคโปร์นั้น เป็นก้าวที่สำคัญของการเจริญเติบโตในธุรกิจ IT ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เนื่องจากเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะอาเซียนนั้น มีการเจริญเติบโตที่สูงมาก และความสามารถทางการแข่งขันของประเทศต่างๆในภูมิภาคนี้ ก็สูงขึ้น จากวิกฤติเศรษฐกิจโลก และยุโรป ที่ถดถอย แต่เอเชีย กลับเติบโต ทำให้ธุจกิจในภูมิภาคนั้นเติบโต ขึ้น ในขณะเดียวกัน องค์กรเหล่านั้น ก็จะต้องใช้โครงสร้างพื้นฐ้านทางเทคโนโลยีสารสนเทศ เข้ามาพัฒนารูปแบบการดำเนินธุรกิจ ให้ทันสมัย สามารถตอบสนองความต้องการทางธุรกิจได้อย่างราบรื่น
การขยับของ Oracle ครั้งนี้ ถือว่าเป็นความท้าทายต่อตลาด โดยเฉพาะกับ IBM และ HP เนื่องจาก Oracle นั้น ได้ชื่อว่ามีทรัพยากรในองค์กรของตน ในระบบงานระดับ Enterprise ที่ค่อนข้างครบ และการที่ Oracle นั้น ในปัจจุบัน ถือว่าเป็น Software ระบบการจัดการฐานข้อมูลอันดับ 1 ของโลก ตรงนี้ จะทำให้ oracle นั้น ได้เปรียบคู่แข่งในการสร้าง Platform เพื่อให้บริการระบบงานกับลูกค้า ในรูปแบบ Platform as-a Servive และ Software as-a Service อย่างแท้จริง หาก Oracle นั้น สามารถจูงใจให้ลูกค้าที่ใช้ Database ของตนนั้น เปลี่ยนมาใช้ Infrastructure ของ Oracle ได้มากขึ้น นั้น น่าจะถือเป็นข้อได้เปรียบที่ Oracle มีเหนือคู่แข่งอย่างสิ้นเชิง เนื่องจาก Database ของ IBM นั้น (DB2) ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร ในขณะที่ HP นั้นไม่มีระบบการจัดการฐานช้อมูลของตนเอง

คงจะต้องติดตามดูกันต่อไปว่า การเปิดบริการที่ค่อนข้างจะรวบส่วนการให้บริการทั้ง Hardware และ Software นั้น จะได้รับการตอบรับจากองค์กรในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค มากน้อยแค่ไหน

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License