ไมโครซอฟท์แจ้งเตือนลูกค้าทั่วโลก เตรียมปลดระวางวินโดวส์เอ็กซ์พี

ไมโครซอฟท์แจ้งเตือนลูกค้าทั่วโลก เตรียมปลดระวางวินโดวส์เอ็กซ์พีนับถอยหลังหยุดอัพเกรดและหยุดการสนับสนุนเอ็กซ์พีตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.2557 เป็นต้นไป ซึ่งจากนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึง 1 ปี แนะลูกค้าที่ยังใช้เอ็กซ์พีซึ่งมีอายุถึง 11 ปีแล้วให้เตรียมขยับขยายอัพเกรดการใช้งานระบบปฏิบัติการ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงไมโครซอฟท์แจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย. 2557 เป็นต้นไป ไมโครซอฟท์จะหยุดให้บริการแก้ไขอัตโนมัติปรับปรุงรุ่น หรือให้ความช่วยเหลือออนไลน์สำหรับวินโดวส์เอ็กซ์พีซึ่งหมายความว่า ผู้ใช้จ้ะไม่ได้รับการสนับสนุนการปรับปรุงระบบความปลอดภัยที่จะช่วยป้องกันเครื่องคอมพิวเตอร์จากไวรัส สปายแวร์และซอฟต์แวร์อันตราย ซึ่งสามารถเจาะเข้าระบบเพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้อีกต่อไป อันจะทําให้การใช้งานระบบวินโดวส์เอ็กซ์พีต่อจากนี้มีความเสี่ยงอย่างแน่นอน
โดยแม้ว่าวินโดวส์เอ็กซ์พีจะเป็นหนึ่งในระบบปฏิบัติการที่ได้รับความนิยมสูงสุดของไมโครซอฟท์แต่ระบบดังกล่าวไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับความท้าทายในปัจจุบัน เช่น การเพิ่มขึ้นของภัยคุกคามทางไซเบอร์และความต้องการความเป็นส่วนตัวในการเก็บรักษาข้อมูล ซึ่งแตกต่างจากระบบปฏิบัติการรุ่นหลังอย่างวินโดวส์7 และ วินโดวส์8 ไมโครซอฟท์เปรียบเปรยว่า การใช้งานวินโดวส์เอ็กซ์พีจากนี้จะเหมือนการเดินข้ามถนนโดยปิดตาทั้งสองข้าง เนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเป็นสิ่งที่น่ากังวลและน่ากลัวมากที่สุดสำหรับผู้บริโภคในยุคนี้เพราะการโจมตีทางไซเบอร์มีหลากหลายรูปแบบและซับซ้อนมากขึ้นส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวและค่าใช้จ่ายที่แฝงที่เพิ่มมากขึ้นของภาคธุรกิจ
ทั้งนี้เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา จากสถิติของ Stat Counter พบว่า คอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบวินโดวส์เอ็กซ์พีในไทยมีอยู่ราว 36.56% หรือประมาณ 7.2 ล้านเครื่อง ลดลงหลังไมโครซอฟท์เปิดตัววินโดวส์7 ในเดือน ต.ค. 2552 แต่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆในภูมิภาคเอเชียแล้วยังนับเป็นจำนวนที่สูงอยู่โดยค่าเฉลี่ยของผู้ใช้เอ็กซ์พีในเอเชียมีอยู่ 34% อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีคอมพิวเตอร์ในประเทศไทยที่อัพเกรดเป็นวินโดวส์7 แล้วจำนวน 50% และสองเดือนที่ผ่านมา มีบางส่วนอัพเกรดเป็นวินโดวส์8 แล้วด้วยนายไบรอัน มา รองประธาน Client Devices Research ของ ไอดีซีประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกกล่าวว่า การหยุดพัฒนาวินโดวส์เอ็กซ์พีนั้นใกล้เข้ามาทุกขณะแล้วผู้ใช้จึงควรเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ และเปลี่ยนไปใช้ระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่กว่า เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ทั้งนี้รายงานของ Microsoft’s Security Intelligence ฉบับที่ 13 ตีพิมพ์ในเดือน มิ.ย.2555 ให้ข้อมูลว่า วินโดวส์เอ็กซ์พีรุ่น SP3 มีระบบป้องกันที่ด้อยกว่าวินโดวส์7 SP1 ถึง 3 เท่าตัว ทําให้ประสิทธิภาพในการป้องกันมัลแวร์ซึ่งได้กลายเป็นภัยคุกคามที่รุนแรงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยมัลแวร์เพิ่มขึ้นจาก 1,000 ชนิดในปี1991 ไปสู่นับล้านชนิดในปี2012 โดยภัยคุกคามคอมพิวเตอร์เหล่านี้รวมถึงไวรัส, เวิ่รม, โทรจัน การบุกรุกและเจาะข้อมูล ระบบขโมยรหัสผ่าน สปายแวร์และซอฟต์แวร์ที่ไม่พึงประสงค์ในรูปแบบต่างๆ

สรุปข่าว
การเปลี่ยนแปลงการหยุดอัปเดทและให้ความช่วยเหลือออนไลน์สำหรับวินโดวส์เอ็กซ์พีซึ่งหมายความว่า ผู้ใช้จ้ะไม่ได้รับการสนับสนุนการปรับปรุงระบบความปลอดภัยที่จะช่วยป้องกันเครื่องคอมพิวเตอร์จากไวรัส สปายแวร์และซอฟต์แวร์อันตราย การกระทำเช่นนี้ส่งผลให้ผู้ใช้ต้องเปลี่ยนมาใช้วินโดวส์ 7 และบางส่วนอัพเกรดเป็นวินโดวส์8 ซึ่งในปัจจุบันในประเทศไทยที่อัพเกรดเป็นวินโดวส์ 7 แล้วจำนวน 50% และสองเดือนที่ผ่านมา มีบางส่วนอัพเกรดเป็นวินโดวส์ 8

flickr:8662679380

โดยวินโดวส์เอ็กซ์พีจะเป็นหนึ่งในระบบปฏิบัติการที่ได้รับความนิยมสูงสุดของไมโครซอฟท์แต่ในการเพิ่มขึ้นของภัยคุกคามทางไซเบอร์และความต้องการความเป็นส่วนตัวในการเก็บรักษาข้อมูล ซึ่งแตกต่างจากระบบปฏิบัติการรุ่นหลังอย่างวินโดวส์7 และ วินโดวส์8 ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเป็นสิ่งที่น่ากังวลและน่ากลัวมากที่สุดสำหรับผู้บริโภคในยุคนี้เพราะการโจมตีทางไซเบอร์มีหลากหลายรูปแบบและซับซ้อนมากขึ้นส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวและค่าใช้จ่ายที่แฝงที่เพิ่มมากขึ้นของภาคธุรกิจ

flickr:8661581225
flickr:8662679314

ในวินโดวส์เอ็กซ์พีรุ่น SP3 มีระบบป้องกันที่ด้อยกว่าวินโดวส์7 SP1 ถึง 3 เท่าตัวโดยมัลแวร์เพิ่มขึ้นจาก 1,000 ชนิดในปี1991 ไปสู่นับล้านชนิดในปี2012 โดยภัยคุกคามคอมพิวเตอร์เหล่านี้รวมถึงไวรัส, เวิ่รม, โทรจัน การบุกรุกและเจาะข้อมูล ระบบขโมยรหัสผ่าน สปายแวร์และซอฟต์แวร์ที่ไม่พึงประสงค์ในรูปแบบต่างๆ

วิเคราะห์ข่าว (SWOT Analysis)
Strength
ลดความเสี่ยงการการโดนภัยคุกคามคอมพิวเตอร์เหล่านี้รวมถึงไวรัส, เวิ่รม, โทรจัน การบุกรุกและเจาะข้อมูล ระบบขโมยรหัสผ่าน สปายแวร์และซอฟต์แวร์ที่ไม่พึงประสงค์
Weakness
การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้มีผลทำให้ ฐานลูกค้าอาจจะลดลง เพราะมีจำนวนผู้ใช้จำนวนมากที่ยังต้องใช้วินโดวส์เอ็กซ์พีอยู่เป็นจำนวนมาก และผู้ใช้อาจจะมาใช้แอนตี้ไวรัสแทนที่จะเปลี่ยนเป็นวิโดวส์ตัวใหม่ซึ่งอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่แพงกว่า
Opportunity
การเปลี่ยนแปลงช่วยให้ลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบ และยังช่วยให้ผู้ใช้ได้เปลี่ยนมาในวิโดวส์ใหม่ๆและเพิ่มรายได้ให้กัน Microsoft อีกด้วย
Threat
การที่อุปกรณ์บางตัวอาจจไม่ซัพพอร์ทหรือเก่าเกินไป จนอาจจะทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มในการเปลี่ยนอุปกรณืจนตัดสินใจที่จะไปเปลี่ยเป็นวินโดวส์รุ่นใหม่ๆ

flickr:8662679374

Source :
http://www.thairath.co.th/column/tech/cybernet/338628

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License