ส่องแนวรบ “ชอปปิ้งออนไลน์” เทรนด์การค้ายุคดิจิตอลไลฟ์สไตล์
88812n_market1-S.jpg

ข่าวประจำวันที่ 16 เมษายน 2556


ในปัจจุบันพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับโลกออนไลน์ และจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของสมาร์ทโฟนที่เข้าถึงผู้บริโภคได้เป็นจำนวนมาก ทั้งยังข้อจำกัดเรื่องเวลาของสังคมเมือง ที่ต้องเร่งรีบส่งผลให้พฤติกรรมการซื้อสินค้าผ่านออนไลน์เติบโตขึ้นเป็นเท่าทวี

จากผลสำรวจของ MasterCard Online Shopping Survey พบว่าตลาดเกิดใหม่อย่างไทยมีการใช้จ่ายบนระบบอินเตอร์เน็ตผ่านมือถือเพิ่มสูงขึ้น ในขณะเดียวกันไฮเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ทั้ง 3 รายของไทยต่างก็พบปัญหาในการขยายสาขาในเขตเมือง ที่ถูกควบคุมด้วยระบบผังเมือง การเปิดสาขาใหญ่จึงเป็นไปได้ยาก ทำได้แค่เพียงสาขาขนาดเล็กเท่านั้น การช้อปปิ้งผ่านโทรศัพท์มือถือ จึงถือเป็นกลยุทธ์ที่จะเพิ่มช่องทางในการนำสินค้าส่งตรงถึงผู้บริโภค ผู้ประกอบการก็สามารถขยายสาขาผ่านบริการร้านค้าเสมือนจริงได้ในทันที

เมื่อดูอัตราการเติบโตยอดขายในช่องทางออนไลน์ของ ผู้ประกอบการรายใหญ่ เช่น
ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ตมีเพิ่มขึ้น 390% บิ๊กซีมียอดเพิ่มขึ้น 336% และจำนวนผู้สั่งซื้อเพิ่มขึ้น 3 เท่า

14789.jpg

BigC
จากการที่ผู้บริโภคสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จนกลายเป็นพฤติกรรมที่พบเห็นได้ทั่วไปบนหน้าเฟซบุ๊คบิ๊กซีจึงรุกด้วยการเปิดตัวแอพลิเคชั่นที่สามารถใช้ได้ทั้งบน iOS และ Android "บิ๊กซี ช้อปออนไลน์"ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นที่สามารถใช้งานง่าย แค่เพียงสแกนก็สามารถสั่งซื้อได้ หรือจะใช้เบราวเซอร์ในแอปพลิเคชั่น เพื่อเลือกสินค้าที่มีมากกว่า 10,000 รายการ จับกลุ่มผู้บริโภควัย 25-45 ปี ที่ชีวิตเร่งรีบ ไม่มีเวลาเดินช็อปปิ้ง เริ่มจากการติดตั้งสื่อประชาสัมพันธ์ที่อยู่กับที่เป็น QR Code ให้ผู้บริโภคสแกนเพื่อดาวโหลดแอปพลิเคชั่นที่สถานีรถไฟแอร์พอร์ตลิงค์พญาไท และสื่อโฆษณาในดิจิตอล เก็ตเวย์ และมีสื่อประชาสัมพันธ์ผ่านรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของคนยุคใหม่ และในอีกไม่ช้าจะเริ่มติดตั้งโฆษณาในชุมชนผู้บริโภค แหล่งคอนโดมิเนียม ลักษณะเป็นป้าย สติ๊กเกอร์ เพื่อเข้าถึงพื้นที่ใกล้กับผู้บริโภคมากกว่าที่ทำใน 2 ระยะแรก
556000004761602.JPEG

Tops Supermarket
ด้วยแอพลิเคชั่น Scan& Shop with Tops เน้นสินค้าออร์แกนิค อาหารสุขภาพและอุปกรณ์เกี่ยวกับสุขภาพ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือคนใช้สมาร์ทโฟนในเขตเมือง แบ่งเป็นผู้หญิง 70% และผู้ชาย 30% ในจำนวนนี้ 60% เป็นลูกค้าไฮเอนด์ เพื่อให้สอดรับกับกลุ่มเป้าหมาย ท็อปส์เลือกเปิดตัวที่สาขาเซ็นทรัล เวิล์ดด้วยป้ายโฆษณาหน้าท็อปส์สื่อถึงสินค้าในท็อปส์ที่ลูกค้าสแกนก็สั่งซื้อได้แทนที่จะต้องเข้าไปช้อปด้านใน
จุดที่ถือเป็นข้อได้เปรียบคือ “ออฟฟิศ เมท” ธุรกิจขายอุปกรณ์สำนักงานออนไลน์ที่กลุ่มเซ็นทรัลไปซื้อหุ้นก่อนหน้านี้เป็นคนดูแลระบบ และการจัดส่ง ท็อปส์ยังมีทีมคอลเซ็นเตอร์ 400 คนและจุดจัดส่งสินค้าถึง 4 แสนจุดทั่วประเทศ ทำให้การสั่งซื้อขั้นต่ำของท็อปส์เริ่มต้นที่ 499 บาทก็จัดส่งให้แล้ว ขณะที่บิ๊กซีต้องสั่ง 1,500 บาทขึ้นไป
556000004761603.JPEG

Tesco
เทสโก้ คือไฮเปอร์ มาร์เก็ตอันดับ 1 ของประเทศในแง่ของยอดขายและจำนวนสาขา แต่ในแง่ของตลาดออนไลน์นั้นเทสโก้ ยังถือว่าเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

ปัจจุบันเทสโก้ ให้บริการการสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์เท่านั้นส่วนแอปฯ ช้อปปิ้ง เทสโก้ มีแผนที่จะเปิดตัวภายใน 1 เดือนนับจากนี้ ในด้านการจัดส่งในรัศมีเทสโก้ 5 สาขา ซึ่งยังเป็นข้อจำกัดในด้านการเข้าถึงผู้บริโภคในวงที่จำกัด แม้ว่าไม่มีการกำหนดราคาขั้นต่ำในการสั่งซื้อ แต่มีการคิดค่าบริการในการจัดส่ง 60 บาทต่อ 1 ใบเสร็จ
สาเหตุที่เทสโก้เปิดให้บริการช้ากว่าคู่แข่ง ก็เนื่องมาจากต้องการที่จะพัฒนาระบบการจัดการ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันของการสั่งซื้อออนไลน์ และด้วยจำนวนสาขาที่มีมากกว่าคู่แข่ง จะก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านการจัดส่งสินค้าตามพื้นที่บริการ

จุดแตกต่างที่เทสโก้ พยายามทำคือการสั่งซื้อ “อาหารสด” ได้ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นความท้าทายที่ทั้งบิ๊กซีและท็อปส์ยังไม่กล้าทดลอง

210untitled.jpg

สรุป
การทำการตลาดบนออนไลน์จะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เกิดจากการเข้าถึง (accessibility) เทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภค ข้อมูลเนื้อหา (content) บนพื้นที่ออนไลน์ที่หลากหลายขึ้น รวมถึงความรู้ความเข้าใจในการใช้อินเทอร์เน็ต (knowledge) ที่สูงขึ้น โดยจะเห็นได้จากการเติบโตของสมาร์ทโฟนและการใช้โซเซียลเน็ตเวิร์คและรูปแบบต่างๆ ที่มีเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

จากการที่เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอินเตอร์เน็ตที่ช่วยทำให้การดำเนินชีวิตง่าย สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ยิ่งสำหรับภาคธุรกิจอินเทอร์เน็ตถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนดำเนินการจากเดิมที่ต้องใช้เงินลงทุนที่สูงและมีขั้นตอนมากมายให้กลายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การตลาด การขาย และอื่นๆ

ในการดำเนินธุรกิจผ่านอินเทอร์เน็ตหรือออนไลน์ นอกจากจะต้องมีการลงทุนในด้านเครื่องมืออุปกรณ์แล้วด้านทรัพยากรบุคคลนั้นถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก

SWOT Analysis
Strengths
1. ต้นทุน
- การดำเนินงานต่ำ เช่น ค่าเช่า การสร้างร้านค้า
- การสื่อสารทางการตลาด เช่น ค่าโฆษณาต่ำกว่าการทำตลาดแบบทั่วไป ต้นทุนการทำตลาดต่างประเทศของธุรกิจออนไลน์ต่ำกว่าการไปเปิดร้านตัวแทนจำหน่ายที่ต่างประเทศ

2. เพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่าย ผู้ประกอบการสามารถทำการขายผ่านช่องทางออนไลน์และหน้าร้านปกติควบคู่กันไป เป็นการช่วยขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้มากขึ้นด้วย

3. ความรวดเร็ว ทันต่อกระแสและตอบสนองตลาดได้เร็ว เช่น การสื่อสารทางการตลาดและการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ แก่ลูกค้า

4. ผู้ซื้อสินค้าได้รับความสะดวกสบายในการเลือกซื้อสินค้าโดยตรงสามารถเปรียบเทียบราคาสินค้าได้ทันที

Weaknesses
1. ข้อจำกัดด้านกลุ่มลูกค้า โดยอาจขายได้เฉพาะในบางกลุ่มเท่านั้น เช่น กลุ่มนักเรียนนักศึกษา กลุ่มคนทำงานในเมือง เป็นต้น กลุ่มคนบางกลุ่มไม่สามารถเข้าถึงได้ เนื่องจากไม่มีระบบอินเตอร์เน็ต
2. ความกังวลในความรู้ด้านเทคโนโลยี เช่น ด้านระบบชำระเงินออนไลน์
3. ผู้ซื้อสินค้าไม่เห็นของจริง ไม่สามารจับต้องสินค้าได้
4. ต้นทุนการจัดส่ง ปัจจุบันยังมีราคาค่อนข้างสูงในระยะทางไกล

Opportunity
1. เพิ่มโอกาสทางด้านการขายมากขึ้น เนื่องจากจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตมีเพิ่มขึ้น
2. ขยายฐานตลาดลูกค้ารายใหม่

Threat
1. มีการแข่งขันกันสูง จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การตลาดให้ สอดคล้องกับสถานการณ์ต่าง ๆ
2. มีผู้ประกอบการมากหลาย เนื่องจากการทำธุรกิจผ่านช่องทางนี้มีต้นทุนที่ต่ำ
3. การกำหนดราคาเป็นส่วนสำคัญเนื่องจากผู้ซื้อสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ทุกมุมโลก
4. ต้องมีการ Update ข้อมูลสินค้าให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเสมอ

ที่มา
http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9560000045775

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License