"กสท"ควัก1.2พันล.ย้ำจุดแข็ง ขยายโครงข่าย"เคเบิลใต้น้ำ"

Updated: 10 เม.ย 2556 เวลา 15:56:44 น. / ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

flickr:8698608608

"กสทฯ" ควัก 1,200 ล้านบาท วางระบบสื่อสารผ่านเคเบิลใต้น้ำ หนุนธุรกิจพลังงาน รับรายได้ "เชฟรอน-ปตท.สผ." ปีละ 400 ล้านบาท หวัง 5 ปีคืนทุน เดินหน้าเสริมความมั่นคงทางการสื่อสารของประเทศด้วยการเชื่อมเกตเวย์ระหว่างประเทศ และวางโครงข่าย FTTX พร้อมบุกตลาดอาเซียนรับเปิดเสรี
นายสุรพล สงวนศิลป์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานผลิตภัณฑ์ บมจ.กสท โทรคมนาคม (CAT) เปิดเผยหลังลงนามในสัญญาให้บริการโครงข่ายเคเบิลใยแก้วใต้น้ำอ่าวไทยกับ บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) ว่า ได้ลงทุนราว 1,200 ล้านบาท วางโครงข่ายเคเบิลใยแก้วใต้น้ำอ่าวไทยเส้นทางใหม่ "สงขลา-ศรีราชา" พร้อมวางระบบสื่อสารเชื่อมโยงแบบครบวงจร สนับสนุนระบบการผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทย ปัจจุบันมีลูกค้ากลุ่มพลังงานเข้ามาใช้บริการ 2 ราย ได้แก่ ปตท.สผ. และบริษัท เชฟรอน ประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เริ่มเปิดให้บริการวันที่ 1 มี.ค.และ 1 เม.ย. ตามลำดับ

"เราออกแบบระบบการสื่อสารให้เชื่อมโยงกับศูนย์กลางระบบการจัดการปิโตรเลียมที่สำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ กับฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียมที่สงขลาและแท่นขุดเจาะในอ่าวไทยผ่านโครงข่ายเคเบิลใยแก้วเชื่อมไปยังแท่นลอยขนาดเล็กที่กระจายอยู่ทั่วอ่าวไทยด้วยสัญญาณไมโครเวฟ เพื่อให้สื่อสารกันทั้งด้านเสียงและรับส่งข้อมูลได้เรียลไทม์ รองรับความเร็ว 40 Gbps. เป็นเส้นทางเสริมศักยภาพโครงข่ายในภาคใต้ ตะวันออก และส่วนกลางได้ด้วย ทำหน้าที่เป็นโครงข่ายสำรองให้โครงข่ายภาคพื้นดิน เนื่องจากในการลากสายเคเบิลใต้น้ำครั้งนี้มี 4 เส้น 2 เส้นแรกกันไว้ให้ธุรกิจพลังงานเหลือใช้ได้อีก 2 เส้น"

บริษัทเซ็นสัญญาทั้ง 2 บริษัท เป็นเวลา 15 ปี มีรายได้เฉพาะจากธุรกิจพลังงานราว 400 ล้านบาทต่อปี คาดว่าจะคืนทุนได้ภายใน 5 ปี หรือเร็วกว่ากำหนด หากมีรายได้เพิ่มจากความจุโครงข่ายเคเบิลที่เหลือ และในปีนี้เพิ่งได้รับอนุญาตเงินลงทุนวางโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำเส้นทางเอเชีย-แปซิฟิกเกตเวย์ "APG" อีก 1,200 ล้านบาท เพื่อเสริมความมั่นคงทางด้านการสื่อสารข้อมูลของประเทศ เป็นเส้นทางที่เชื่อมระหว่างประเทศในเอเชีย-แปซิฟิก อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ระยะทางกว่า 8,000 กิโลเมตร ความจุรวมกว่า 54.8 Terabits ต่อวินาที พร้อมเปิดในปีหน้า ทั้งในแต่ละปีได้ตั้งงบฯอีก 200-300 ล้านบาทสำหรับอัพเกรดโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ

ในปีงบประมาณ 2557 ได้ขอเงิน 2,000-3,000 ล้านบาท วางโครงข่ายเคเบิลใยแก้วความเร็วสูง FTTX ครอบคลุมทั่วประเทศ อีก 1-2 แสนพอร์ต ความเร็วเริ่มต้น 20 Mbps
เนื่องจากปัจจุบันความต้องการบรอดแบนด์ความเร็วสูงมากขึ้น ขณะที่การลงทุนขยายโครงข่ายยังไม่ตอบสนองได้ทันกับความต้องการ

"ปีนี้เราจะเปิด FTTX ราว 50,000 พอร์ต เจาะพื้นที่ 10 จังหวัดใหญ่ อาทิ กรุงเทพฯ ปริมณฑล ชลบุรี โคราช ขอนแก่น เชียงใหม่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี สงขลา และในนิคมอุตสาหกรรม บางส่วนเป็นพื้นที่เดิมของ FTTX ที่เคยทำสัญญาเช่าใช้โครงข่ายจากเอกชนมาให้บริการ แต่มีปัญหา บริษัทคู่สัญญาจะถอนอุปกรณ์ออก เราจึงต้องเข้าไปเจรจากับนิคมเข้ามาให้บริการแทน"

ขณะเดียวกันยังตั้งเป้าจะให้ลูกค้าเดิมราว 30,000 ราย ได้อัพเกรดเข้ามาใช้โครงข่าย FTTX ที่มีประสิทธิภาพดีกว่าโครงข่ายทองแดง คาดว่าปีนี้จะมียอดการใช้งานเต็มทั้ง 50,000 พอร์ต เน้นเจาะกลุ่มองค์กรทั้งภาครัฐและธุรกิจ และเพิ่มการทำตลาดในกลุ่มลูกค้าคอนซูเมอร์ระดับพรีเมี่ยม และขยายตลาดในกลุ่มอาเซียนมากขึ้น

สรุปบทความ

เคเบิลใยแก้วใต้น้ำ เป็นสื่อสัญญาณ สำหรับการสื่อสารระยะทางไกล เปรียบเสมือนท่อส่งสัญญาณขนาดใหญ่ ที่มีการรับ-ส่งสัญญาณคุณภาพสูง โดยพัฒนาการของเคเบิลใต้น้ำ เริ่มจากชนิดแกนร่วม (Coaxial) จนมาถึงระบบใต้น้ำเคเบิลเส้นใยนำแสง (Optical Fiber) ซึ่งการพัฒนาเทคโนโลยีเฉพาะทางสำหรับระบบเคเบิลใต้น้ำเพื่อปรับปรุงระบบให้ทันสมัยเพิ่มศักยภาพได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเห็นได้ชัดจากการที่ กสทฯ หนุนธุรกิจพลังงานอย่าง ปตท.ผส.ในการใช้โครงข่ายเคเบิลใยแก้วในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและความสามารถการแข่งขันให้กับประเทศในอนาคต สามารถเห็นได้ชัดเจนในเรื่องของความสามารถติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ในลักษณะเรียลไทม์ระหว่างฐานที่สำนักงานใหญ่และแท่นผลิตในอ่าวไทย ส่งผลดีต่อการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ที่ศูนย์กลางระบบ และสั่งการกลับแบบทางไกล (Remote controller) ทำให้สามารถแก้ปัญหาในกระบวนการสำรวจและผลิตได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที

ทั้งนี้ กสทฯ ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาระบบเคเบิลใต้น้ำใยแก้วทั้งในและระหว่างประเทศรูปแบบการอัฟเกรดและปรับโครงข่ายสัญญาณให้มีประสิทธิภาพ ดังตัวอย่างดังนี้

ระบบเคเบิลใต้น้ำใยแก้วระหว่างประเทศ (International Submarine Optical Fiber System)

flickr:8697486245

APG (Asia Pacific Gateway) เป็นระบบเคเบิลใต้น้ำใยแก้วที่เชื่อมโยงระหว่าง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับเอเชียตะวันออก โดยจะมีจุดขึ้นบกที่ประเทศ เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน, จีน, เขตปกครองพิเศษฮ่องกง, เวียดนาม, ไทย, มาเลเซีย และ สิงคโปร์ สำหรับประเทศไทยคาดว่าจะมีจุดขึ้นบกที่ จ.สงขลา จะมีระยะทางประมาณ 8,000 กม. และถูกออกแบบให้มีความจุโดยรวม(Total Design Capacity) ทั้งหมด 54.8 Terabits ต่อวินาที และใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด 40 Gbps ต่อ 1 Wavelength นอกจากนี้ยังสามารถรองรับเทคโนโลยี 100 Gbps ต่อ 1 Wavelength เพื่อใช้งานในอนาคต คาดว่าจะพร้อมสำหรับการให้บริการในไตรมาสที่ สอง ของปี 2557

ระบบเคเบิลใต้น้ำใยแก้วในประเทศ (Domestic Submarine Optical Fiber System)

DSCN (Domestic Submarine Cable Network) เป็นระบบเคเบิลเชื่อมต่อภายในประเทศไทย โดยมีจุดขึ้นบกอยู่ 5 จุดใน 5 จังหวัดดังนี้ ศรีราชา, เพชรบุรี, ชุมพร, เกาะสมุย และ สงขลา มีความยาวระบบทั้งสิ้น 887 กิโลเมตร ใช้เทคโนโลยี 10G λ และ 40G λ

ขณะเดียวกัน กสทฯ เตรียมอัฟเกรด FTTX (เทคโนโลอินเตอร์เน็ตบอร์ดแบนด์ความเร็วสูง) ที่ปัจจุบันทั้งองค์กรภาครัฐและเอกชนให้ความสนใจในกลุ่มลูกค้าคอนซูเมอร์ระดับพรีเมี่ยม และขยายตลาดในกลุ่มอาเซียนมากขึ้น

บทวิเคราะห์ทั้งข้อดี- ข้อเสียโครงข่าย"เคเบิลใต้น้ำ"

ข้อดี
1. รับ-ส่งสัญญาณได้ในแถบความถี่ที่กว้างกว่า
2. ต้นทุนของระบบเคเบิลใต้น้ำใยแก้วมีแนวโน้มจะต่ำลงเรื่อย ๆ เพราะเป็นระบบที่ได้รับการพัฒนาให้มีความสูงและอายุการใช้งานยาวมาก
3. สามารถรับ-ส่งข้อมูล ที่อัตราเร็วกว่าเคเบิลชนิดแกนร่วมและระยะทางระหว่างตัวทวนสัญญาณ (repeater syncing) ของเคเบิลใยแก้วก็มากกว่า
4. ลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างและบำรุงรักษาระบบเคเบิลใยแก้ว

ข้อเสีย
1. อุปกรณ์ในการติดตั้งยังมีราคาที่ค่อนข้างสูง
2. การติดตั้งต่อสายยุ่งยาก

แนวโน้มการใช้งาน

ปัจจุบันกลุ่มองค์กรธุรกิจใหญ่เล็งเห็นความสำคัญในการนำระบบเคเบิลใยแย้วใต้น้ำมาใช้ในการรับส่งสัญญานที่รวดเร็ว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทำให้กลุ่มธุรกิจอื่นหันมาสนใจและพร้อมนำระบบนี้ใช้ในการทำงาน ดังนั้นเมื่อมีการใช้อย่างแพร่หลาย ผลส่งให้ต้นทุนของระบบมีแนวโน้มที่จะลดลงเนื่องจากมีการพัฒนาระบบให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้งาน และสิ่งสำคัญคือระบบเคเบิลมีความเสถียรในการใช้งานมากขึ้น

Reference:

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1365581652&grpid=10&catid=06&subcatid=06
http://www.mict.go.th/ewt_news.php?nid=5917&filename=index

วาสนา ลิ่มวัฒนากุล ID: 5510221042

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License