Microsoft ต้นกำเนิดไฮเทคคอนซูเมอร์คาร์
flickr:8698276902

เชื่อหรือไม่ว่าในปัจจุบันนวัตกรรมและเทคโนโลยีบนโลกไซเบอร์กับโลกยานยนต์มีความใกล้ชิดจนแยกออกได้ยาก รถยนต์หลากหลายรุ่นที่วางจำหน่ายในปัจจุบันสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนไปจนถึงใช้แอปพลิเคชันสั่งงานระบบ Media player ทั้งหมด แถมบางรุ่นยังมาพร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียงทำให้ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องละสายตาจากท้องถนน และถ้าพูดถึงเทคโนโลยีในรถยนต์ที่มาพร้อมนวัตกรรมที่น่าสนใจมากที่สุดในกลุ่มคอนซูเมอร์ (ราคาไม่เกิน 1.1 ล้านบาท) Ford Sync หรือระบบสั่งงานด้วยเสียงตัวใหม่ ที่ถูกติดตั้งครั้งแรกในไทยกับ ฟอร์ด โฟกัส 2012 เป็นเทคโนโลยีและนวัตกรรมในรถยนต์ที่น่าจับตามองที่สุด
โดยความน่าสนใจของ Ford Sync อยู่ที่การสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้ใช้รถยนต์ด้วยความสามารถในการสั่งงานด้วยเสียงพูดเพื่อให้สามารถใช้งานแบบแฮนด์ฟรีและถือเป็นครั้งแรกของโลกที่ระบบสั่งงานด้วยเสียงถูกใส่ในรถยนต์ที่มีราคาเริ่มต้นเพียง 8 แสนบาทเท่านั้น
อีกทั้ง Sync ใน ฟอร์ด โฟกัส 2012 ไม่ต้องการคนพูดภาษาอังกฤษที่ต้องมีสำเนียงดีเยี่ยมระดับเจ้าของภาษา แค่คุณพอพูดได้ Sync เข้าใจคุณทั้งหมด

flickr:8698278224

เทคโนโลยีและนวัตกรรมของฟอร์ดกับรถยนต์เพื่อกลุ่มคอนซูเมอร์ในไทยเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ ฟอร์ด เฟียสต้า กับชุดซอฟต์แวร์สั่งงานด้วยเสียง (Voice Command) ที่ช่วยให้ผู้ใช้รถยนต์สามารถสั่งคำสั่งโทร.ออก รับสาย หรือเล่นเพลงจากอุปกรณ์ต่างๆ ได้เพียงแค่พูดคำสั่งให้รถได้ยิน แต่ด้วยระบบ Voice Command ในเวอร์ชันแรกยังตอบสนองได้ไม่ดีพอ ฟอร์ดจึงยกแผงพัฒนาซอฟต์แวร์สั่งงานด้วยเสียงใหม่หมดร่วมกับไมโครซอฟท์ในชื่อ “Sync” ที่ทำงานภายใต้ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows Embedded Automotive พร้อมดึง engine วิเคราะห์เสียงจาก Nuance มาร่วมใช้งานและเริ่มทดสอบมานานในต่างประเทศ แต่สำหรับประเทศไทยเราได้พบครั้งแรกกับการติดตั้งลงใน ฟอร์ด โฟกัส 2012

flickr:8697155709

สิ่งที่ได้จาก Sync ภายใต้โลโก้ Microsoft ก็คือความฉลาดล้ำในการฟังภาษาอังกฤษกับสำเนียงเสียงที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศได้อย่างน่ามหัศจรรย์ เช่น สั่งงานด้วยเสียงภาษาอังกฤษสำเนียงไทย Sync จะเข้าใจคำสั่งได้อย่างถูกต้อง แม่นยำกว่าระบบสั่งงานด้วยเสียงอื่นๆ หรือแม้กระทั่งการสั่งคำสั่งที่แสดงถึงความฉลาดและความสามารถในการวิเคราะห์แยกแยะของ Sync เช่น ถามว่า กำลังเล่นเพลงอะไรอยู่ (What’s Playing) Sync สามารถตอบได้อย่างถูกต้องไล่จากชื่อเพลง ศิลปินและอัลบั้มที่กำลังเล่นอยู่แบบเดียวกับ S-Voice ใน Samsung Galaxy SIII หรือ Siri บนไอโอเอส รวมถึงสามารถอ่านข้อความ (Message) ที่เข้ามาที่โทรศัพท์ของเราได้
แต่ทั้งนี้ข้อเสียอย่างเดียวที่เกิดกับ Sync ในฟอร์ด โฟกัส 2012 รุ่นขายในประเทศไทยก็คือ “ไม่สามารถอ่าน แสดงข้อความและพูดภาษาไทยได้”

flickr:8698278236
flickr:8697155603

Sync กับการเป็นแฮนด์ฟรีขณะขับรถ ถึงแม้ข้อดีของ Sync จะเป็นการยกระดับนวัตกรรมรถยนต์ระดับคอนซูเมอร์ให้ดูหรูหราขึ้น แต่เรื่องการใช้งานขณะขับรถก็เป็นโจทย์ที่ฟอร์ดใช้พัฒนา Sync มาโดยตลอดตั้งแต่เวอร์ชัน 1 ถึง 3 แน่นอนมีการตั้งข้อกังขาเกี่ยวกับความแม่นยำของระบบสั่งงานด้วยเสียงที่ใช้งานจริงได้ยากกว่าโฆษณา เช่น ในฟอร์ด เฟียสต้า ที่ตอบสนองได้ไม่ดีนักรวมถึงการออกแบบเมนูใช้งานที่เข้าถึงยากเมื่อใช้งานขณะขับรถ
แต่กลับกันใน ฟอร์ด โฟกัส 2012 รุ่น 2.0 ลิตรที่ทีมงานไซเบอร์บิซได้รับมาทดสอบ Sync ถูกปรับปรุงให้ทำงานได้อย่างลื่นไหลและการเรียกใช้งานรายชื่อโทรศัพท์จาก Phonebook ในสมาร์ทโฟนผ่านการเชื่อมต่อบลูทูธให้เชื่อมต่อได้รวดเร็วและฉลาดมากขึ้น โดยผู้ใช้สามารถสั่งคำสั่ง Dial ตามด้วยชื่อที่บันทึกไว้ที่สมุดโทรศัพท์ในสมาร์ทโฟน (ต้องเป็นชื่อภาษาอังกฤษ)และสามารถเลือกโทร.ออกไปยังเบอร์บ้าน ออฟฟิศด้วยการพูด และเมื่อมีสายโทร.เข้ามาระบบสามารถดึง Ring Tone ที่ตั้งไว้แตกต่างกันตามรายชื่อที่บันทึกในโทรศัพท์มาแสดงเป็นเสียงออกลำโพงได้อย่างไม่มีปัญหา
หรือแม้แต่การเล่นเพลงจากเพลย์ลิสต์ที่สร้างไว้ใน iPod ที่แยกเป็นอัลบั้มหรือศิลปินตามความพอใจของผู้ฟัง แค่พูดผ่าน Sync ว่า Play Playlist หรือ Play Artist ตามด้วยชื่อศิลปิน ก็สามารถสั่งงานให้เครื่องเสียงเล่นเพลงตามคำสั่งที่พูดออกมาได้อย่างรวดเร็วได้ทั้งหมดโดยที่มือไม่ต้องยกมือออกจากพวงมาลัยรถแต่อย่างใด

flickr:8698278128

ก้าวต่อไปของ Sync
ในอเมริกา Ford Sync พัฒนาไปไกลมาก รวมถึงถูกใช้งานร่วมกับรถ Compact Car อย่างฟอร์ด เฟีสต้ารุ่นใหม่ทั้งหมด แต่ในประเทศไทย Sync เพิ่งเริ่มต้นกับฟอร์ด โฟกัส 2012 และยังไม่ได้รับการตอบรับที่ดีนักเพราะปัจจัยหลายด้านที่เกิดจากฟอร์ดรวมถึงการปรับตัวของผู้ใช้ระดับคอนซูมเมอร์ที่ยังเห็นว่าระบบดังกล่าวเป็นแค่ฟีเจอร์เสริม ใช้งานจริงไม่ได้และที่สำคัญ Sync ไม่รองรับภาษาไทยที่เป็นภาษาหลักในบ้านเรา ทำให้ผู้บริโภคมองว่าฟีเจอร์นี้ทำให้รถราคาแพงเกินความจำเป็น

ปัญหานี้ฟอร์ดประเทศไทยควรแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะความจริงแล้ว Sync ถูกพัฒนามาบนคอนเซ็ปต์ที่ดีและใช้งานได้จริงทั้งหมด แต่มาตกม้าตายในเรื่องที่ไม่ควร ไม่ว่าจะเป็นการไม่รองรับภาษาไทยทั้งๆ ที่เข้ามาทำตลาดในไทยและ ฟอร์ด โฟกัส 2012 ก็เป็นรถประกอบในประเทศ

flickr:8698278094

แต่ทั้งนี้ถ้าถามว่าอนาคตของ Sync สำหรับประเทศไทยจะไปในทิศทางไหน ก็คงจะพอสรุปได้ว่า Sync จะยังถูกพัฒนาให้รองรับคำสั่งที่หลากหลายและรองรับภาษาเพิ่มขึ้น และจากคำบอกเล่าจากผู้จัดการผลิตภัณฑ์ Ford AppLink เกี่ยวกับการปล่อย AppLink API ออกมาให้ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์รายอื่นสามารถนำโค้ดไปใช้พัฒนาแอปพลิเคชันให้ใช้ร่วมกับรถยนต์ของตนได้ ก็นับว่าตลาดของ Sync มีโอกาสเติบโตและรองรับการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนได้น่าสนใจมากขึ้นในอนาคต
และถ้าประเทศไทยมีการวางระบบ WiFi ในประเทศอย่างทั่วถึงและระบบการจราจรจาก บก.จร. ออนไลน์ในไทยพัฒนามากขึ้นกว่านี้ตามข้อกำหนดของฟอร์ด ก็อาจมีโอกาสได้เห็นการเกิดของ Sync เวอร์ชันใหม่ในชื่อ MyFord Touch บนแพลตฟอร์ม Microsoft Auto 4.0 ที่ฉลาดกว่าเดิมหลายเท่า เช่น บอกสภาพการจราจรในถนนที่เดินทางอยู่รวมถึงมาพร้อมแผนที่นำทางและ AppLink เชื่อมต่อกับแอป บนสมาร์ทโฟนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเล่นสตรีมมิ่งไฟล์หรือสถานีวิทยุออนไลน์ได้

ทั้งหมดนี้จะเป็นเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกิดขึ้นกับโลกแห่งยานยนต์ที่จะไม่ได้อยู่เฉพาะรถยนต์ไฮโซราคาหลายล้านบาทอีกต่อไป เพราะ Ford Sync จะเป็นพระเอกขี่ม้าขาวทะลวงเปิดตลาดรถยนต์ระดับคอนซูเมอร์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีและนวัตกรรมเทียบเท่ารถหรูราคาแพงเพียงแต่ว่ายังรอวันที่พัฒนาให้สมบูรณ์กว่านี้โดยเฉพาะประเทศไทยที่ยังขาดความสามารถหลายส่วนอยู่
Ford Sync by Microsoft ในฟอร์ด โฟกัส ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังประมวลผล Freescale i.MX31L ความเร็ว 400MHz พร้อมหน่วยความจำขนาด 256MB ทำงานร่วมกับระบบปฎิบัติการ Microsoft Windows Embedded Automotive รองรับการเชื่อมต่อร่วมกับ ยูเอสบี ไอโฟน ไอพอด แอนดรอยด์ บลูทูธ สามารถอัปเกรดเฟิร์มแวร์ได้จากอินเทอร์เน็ตโดยตรงในบางประเทศหรือใช้ยูเอสบีอัปเดตเฟิร์มแวร์ได้เองจากการดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ Ford Sync

วิเคราะห์ SWOT ANALYSIS
Strengths (S): จุดแข็ง
1. จากการที่นำระบบ sync มาใช้กับ consumer car ที่ราคาไม่ถึงล้านจึงมีโอกาสทำตลาดได้ง่ายขึ้น
2. การที่ยังมีคู่แข่งน้อยรายในเทคโนโลยีนี้ย่อมมีโอกาสเติบโตได้ก่อน
Weaknesses (W): จุดอ่อน
1. ผู้บริโภคยังมองว่าไม่จำเป็น เป็นเพียง option
2. ยังมองว่าใช้งานได้ยากกว่าการปรับหรือเลือกด้วยตัวเอง
3. รองรับภาษาเดียว คืออังกฤษ

Opportunities (O): โอกาส
1. ยังมีคู่แข่งในตลาดน้อยสำหรับเทคโนโลยีนี้
2. มีโอกาสในการพัฒนาเติมโตได้อีกมาก ถ้าพัฒนา จนรถทุกคันสามารถเชื่อมต่อเข้าระบบ ทำให้อนาคตอาจได้เห็นรถไม่มีคนขับ และปัญหาการอุบัติเหตุจะน้อยลงตามไปด้วย
Threats (T): อุปสรรค
1. การพัฒนายังต้องใช้เวลา ทั้งทรัพยากรบุคคลและงบประมาณในการวิจัยอีกมาก
2. เชื่อว่าในช่วงแรกที่ผลิตออกมาได้ ต้นทุนต่อหน่วยของเทคโนโลยีจะยังสูงอยู่
3. การสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งาน จนสามารถใช้งานได้จริง แลจำเป็นอย่างไม่อาจขาดได้

สรุป
ปัจจุบันแม้ว่าระบบดังกล่าวจะดูแตกต่างและมีจุดเด่นอย่างเห็นได้ชัด แต่ ก็ยังถูกมองว่าใช้งานยากและไม่จำเป็น ถ้ายังไม่สามารถแก้ไขจุดนี้ได้ ก็ไม่ใช่จุดเด่นที่จะดึงดูดให้ผู้บริโภคสนใจได้เลย
ที่สำคัญอีกจุดคือภาษาที่ใช้ควรพัฒนาให้รองรับแต่ละประเทศที่ไปทำตลาด ตัวอย่างง่ายคือประเทศไทยเป็นฐานผลิตและ ขายกลับไม่พัฒนาให้รองรับภาษาไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่ามองข้ามเป็นอย่างยิ่ง และที่สำคัญคือควรทำให้ระบบสามารถรองรับการ upgrade ผ่านทาง Internet เมื่อมีการพัฒนา software ด้วยก็จะดีมาก
อนาคตของเทคโนโลยี หากมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจน สามารถทำให้รถทุกคันสื่อสารกันได้ ก็จะเกิดประโยชน์อย่างมหาศาล
YMBA34 อานนท์ เรตทิพย์ 5510221047
ที่มา : http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9560000044386 : 13 เม.ค. 2556

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License