SMEs ยุค 3G จัดการธุรกิจ ผ่าน App โดนๆ

เป็นเอสเอ็มอีในยุค 3G ต้องไม่ตกยุค ลองใช้ Mobile Application จัดการงานหลังบ้านและหน้าบ้าน ในเสี้ยววินาทีที่ปลายนิ้วคลิก!! แอพพลิเคชั่นโดนๆ ที่ปรากฏตัวในงานเปิดม่าน “ECIT Mobile Application for SMEs” เข้าทางและโดนใจ ผู้ประกอบการไทยยุค 3G เอามากๆ ในยุคที่เทคโนโลยีวิ่งแซงหน้าทุกอย่าง และก้าวไกลกว่าที่ใครๆ คิด ชนิดที่เอสเอ็มอีจะปฏิเสธ และทำมึนต่อไปอีกไม่ได้ เพราะนี่ไม่ใช่แค่การสร้างโอกาสธุรกิจ ทว่ายังรวมระบบปฏิบัติการที่จะเป็นลูกมือช่วยผู้ประกอบการพันธุ์เล็ก ให้สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น ประหยัดเวลา ลดต้นทุน ทั้งยังเพิ่มยอดขาย ที่สำคัญไม่ต้องลงทุนกับเงินมหาศาล เพราะบริการที่ว่านี้ มีค่าใช้จ่ายเท่ากับ “ศูนย์”
“ECIT Mobile Application for SMEs” คือโครงการต่อเนื่องของ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่สานต่อจากโครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันอุตสาหกรรมไทยด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ECIT (อีซี่ไอที) การใช้ระบบไอทีผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมาช่วยเหลืออุตสาหกรรม ที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2552 จนต่อยอดสู่ 11 แอพลิเคชั่นสำหรับเอสเอ็มอีในวันนี้
“ปัญหาสต๊อกบวมเป็นเรื่องปกติของเอสเอ็มอี ถ้าเขาไม่มีระบบการจัดการมาบริหารคลังสินค้า ก็จะไม่รู้เลยว่าตอนนี้ สต๊อกวัตถุดิบและสินค้ามีเท่าไร ต้องสั่งเพิ่มเท่าไร ฝ่ายจัดซื้อก็จะสั่งของเกินมาก่อน ซึ่งก็กลายเป็นต้นทุน แต่ระบบของเราจะคำนวณให้เสร็จในขั้นตอนเดียว และจะรายงานทุกอย่างแบบพอดีเป๊ะ! เพราะฉะนั้นคอนเซ็ปต์ก็คือ สต๊อก เท่ากับ 0”
อภิรักษ์ เชียงเจริญ Business Development Director จากบริษัท ดับเบิล เอ็ม เทคโนโลยี แมเนจเม้นท์ จำกัด แนะนำแอพพลิชั่น Double M Sales 2 Go โปรแกรมที่ช่วยตรวจสอบสินค้าคงคลัง และบันทึกคำสั่งซื้อขายผ่านระบบ 3G หรือ wifi ได้แบบทุกที่ ทุกเวลา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจ เหมาะกับกิจการทั้งเล็กและใหญ่ จะซื้อมาขายไป หรือ การผลิต ระบบก็พร้อมรองรับ เรื่องคลังสินค้าว่าหนักอกแล้ว แต่เจอเรื่อง “คน” ยิ่งเหนื่อยจิตกว่า ปฏิวัติระบบ HR เดิมๆ มาสู่โลกออนไลน์ในหน้าจอมือถือ ด้วย Human Pay Outsourcing Payroll หรือ ระบบบริหารเงินเดือนแบบเอาท์ซอร์สผ่านอุปกรณ์พกพา ของบริษัท ภูมิซอฟต์ จำกัด ที่ “สุรีย์พร ยิ้มแก้ว” Associate Partner แห่ง ภูมิซอฟต์ บอกเราว่า ระบบนี้ ผู้ประกอบการและพนักงานสามารถเรียกดูใบจ่ายเงินเดือน (Pay Slip) และขอใบจ่ายเงินเดือนฉบับจริงผ่านทางโทรศัพท์มือถือได้ จึงลดต้นทุนการพิมพ์สลิป ลดขั้นตอนการทำงาน เพื่อที่เถ้าแก่จะได้เอาเวลาไปจัดการกับธุรกิจหลักได้อย่างเต็มที่ ระบบใหม่ทำให้การรักษาความลับเงินเดือนจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตลอดจนลดต้นทุนด้านซอฟแวร์และการบำรุงรักษา และสกัดปัญหาจากการลาออกของพนักงานที่ดูแลเรื่องเงินเดือนได้อีกด้วย
“ผู้ประกอบการมักไม่สนใจเรื่อง HR แต่ถ้าอยากให้องค์กรเดินหน้าไปได้ด้วยดี ต้องมีการจัดการที่เป็นระบบ จะช่วยให้สามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้ง่ายยิ่งขึ้น สะดวกขึ้น โดยไม่ต้องมาวุ่นวายกับเรื่องจุกจิก ที่เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในองค์กร จะได้ แฮปปี้ทั้งเจ้าของกิจการ และคนทำงาน นี่เป็นการพัฒนาหลังบ้านของเขาจริงๆ” บริการของภูมิซอฟต์ ไม่ได้มีเพียงบริหารเงินเดือน แต่ครอบคลุมงานด้าน HR ทั้งหมด เช่น ระบบประเมินผลงาน การติดตามผลงาน ทำทะเบียนประวัติ โครงสร้างองค์กร บันทึกการขาดลามาสาย เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งพวกเขาย้ำว่า ถ้าเอสเอ็มอีอยากโต ต้องพัฒนาคน โดยสามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยสนับสนุน
อีกเรื่องปวดหัวที่ใกล้ตัวเอสเอ็มอี คือระบบโลจิสติกส์ การขนส่งสินค้าหรือบริการที่ทำให้เม็ดเงินรั่วไหลไปอย่างช่วยไม่ได้ เช่น พนักงานขับรถออกนอกเส้นทาง ส่งของช้า เปลืองค่าน้ำมัน สารพันเรื่องปวดจิตที่เข้ามาไม่เว้นแต่ละวัน ปัญหาเหล่านี้พร้อมจะโบกมือลาผู้ประกอบการ กับแอพพลิเคชั่นของ Microdrive ซอฟต์แวร์ควบคุมการขนส่งผ่านอุปกรณ์พกพา
วิธีการสุดแนว คือติดตั้งระบบลงในโทรศัพท์มือถือของผู้ขับขี่ ทำให้ทราบสถานะของรถได้ทันที ผ่านทางมือถือของเจ้าของกิจการ เมื่อลูกน้องส่งของเสร็จก็แค่กดปุ่มส่งรายงานเข้ามา เราก็จะรับทราบและสบายใจหายห่วงได้ หรือจะเรียกดูรายการย้อนหลังผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ได้เช่นกัน ประโยชน์ที่ผู้ประกอบการได้เต็มๆ คือ การวางแผนการขนส่งเพื่อให้เร็วที่สุดและเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด ป้องกันการโจรกรรม ควบคุมค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถ และควบคุมพฤติกรรมการขับขี่
แนวคิดที่พวกเขาฝากไว้ สำหรับเอสเอ็มอีที่ไม่อยากตกยุค คือ ให้เรียนรู้จากเรื่องใกล้ตัว ว่าปัญหาที่มีคืออะไร จากนั้นก็นำเทคโนโลยีด้านไอทีเข้ามาช่วยแก้ปัญหา เพื่อให้การทำงานสะดวก รวดเร็ว และประหยัดขึ้น ด้วยตัวเราเองได้
มากันที่ “กิตตินันท์ อนุพันธ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอรุณสวัสดิ์ ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ด้าน call center และระบบแจ้งเตือน i-Lert-u ที่เรียกตัวเองว่า เป็น “Emergency Management” นักจัดการทุกเรื่องฉุกเฉิน พวกเขามีบริการด้านประกันภัย ที่รับแจ้งเหตุ ผ่านทางโทรศัพท์ และแอพลิเคชั่น i-Lert-u และส่งงานที่รับแจ้งไปยังเอาท์ซอร์สได้ภายในเสี้ยววินาที โดยที่พนักงานสำรวจภัยมีอุปกรณ์ครบมือ พร้อมรับคำสั่ง และสามารถทำเคลมออนไลน์ได้ทันที ที่สำคัญงานนี้ใช้งานได้ฟรี อบรมแล้วใช้งานได้ทันที สร้างโอกาสธุรกิจให้กับเหล่าเอ้าท์ซอร์สพนักงานสำรวจภัยได้อย่างดียิ่ง หลังบ้านทำงานได้ดี ก็มาที่กลยุทธ์หน้าบ้านกันบ้าง เริ่มจาก บริษัท Box Box.me ผู้จัดทำระบบบัตรสมาชิกและบัตรสะสมแต้มออนไลน์ ผลงานของ ดร.วิลาส ฉ่ำเลิศวัฒน์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ ที่จะช่วยให้ลูกค้า “จงรักภักดี” กับตัวสินค้าเรามากขึ้น วิธีการของ Box Box คือ ทำให้เรื่องการสะสมแต้มเป็นเรื่องง่าย สนุก และไม่ต้องพกบัตรต่างๆ ให้ยุ่งยาก ลดต้นทุนการทำบัตรสมาชิก สะสมแต้ม โดยข้อมูลของลูกค้าจะถูกเก็บลงฐานข้อมูลออนไลน์ที่ละเอียดและไม่จำกัด สามารถตรวจสอบการแจกแต้ม การแลกของรางวัล เพื่อลดปัญหาการซับซ้อนหรือรั่วไหลได้ ช่วยให้รู้ใจลูกค้ามากขึ้น ตลอดจนมีสถิติและผลวิเคราะห์แคมเปญที่ละเอียด และเข้าใจง่าย เอสเอ็มอีจึงสามารถวัดผล เพื่อปรับกลยุทธ์ทางการตลาดได้อย่างเหมาะสม โดยสามารถสมัครใช้งานฟรีเบื้องต้น 500 รายการ ที่เว็บไซต์ Box Box.me “ยุคนี้เป็นจุดเปลี่ยนถ่ายระหว่างยุคเก่า กับยุคที่ก้าวกระโดดมาเป็นไอที มาเป็น Cloud Computing ซึ่งแน่นอนเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ยังกลัว และไม่กล้าใช้ แต่อยากบอกว่า ไม่ใช่เรื่องยาก และถ้าเข้าใจก็จะได้ประโยชน์อย่างมหาศาล”
ปิดท้ายกับสาวก มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ติดหนึบกับเฟชบุ้ค ลองเข้าไปเล่นเฟชบุ้ค ผ่านแอพพลิเคชั่น Buzzebees แล้วทุกไลค์ แชร์ เม้นต์ ของคุณ ก็จะกลายเป็นแต้มสะสมทำเงินได้ “ณัฐธิดา สงวนสิน” แชร์ไอเดียสุดคูลของ Buzzebees ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ด้านการสะสมคะแนนจากการใช้จ่าย โดยเชื่อมต่อกับ Facebook อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกอยู่กว่า 3 แสนราย นอกจากผู้เล่นปลื้มกับสิทธิประโยชน์จากคะแนนสะสม ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด ซื้อดีลราคาถูก จับฉลากลุ้นของรางวัล
ที่น่าสนใจไปกว่านั้น คือ เอสเอ็มอี จะมีช่องทางให้สินค้าเข้าถึงลูกค้าสาวกเฟชบุ้ค ทั้งเป็นการโฆษณาแบบเนียนๆ ประสาเพื่อนบอกเพื่อน ช่วยดึงลูกค้าเข้าร้านเรามากขึ้น และเป็นการเพิ่ม Brand Awareness ให้กับสินค้าได้ ที่น่าสนใจสุดๆ ก็ต้องเป็นการตลาดแบบการันตียอดขาย นั่นคือ ไม่มีการจ่ายเงินล่วงหน้า ไม่ต้องเสียเงินกับการโปรโมทสินค้า แต่จะถูกหัก 10-15% ก็ต่อเมื่อสินค้าของเราถูกประมูลหรือเกิดการซื้อขายขึ้นแล้วเท่านั้น “วิธีนี้ทำให้ร้านเล็กมีโอกาสมากขึ้น ไม่อย่างนั้นก็คงไปสู้เช่นใหญ่ๆ ไม่ได้ ด้วยการเริ่มต้นที่เขาไม่ต้องเสียอะไรเลย”
แอพพลิเคชั่นโดนๆ ยังรวมถึงซอฟต์แวร์ด้านการขายและจัดส่งสินค้าผ่านมือถือ โปรแกรมบริหารการขายบนแอนดรอยด์แท็บเล็ต โปรแกรมบริหารจัดการงานบำรุงรักษาและบริการหลังการขาย ตลอดจนระบบรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตบนโทรศัพท์มือถือ ที่เอสเอ็มอีสามารถเข้าไปศึกษาและหาทางปรับใช้กับกิจการของตัวเองได้ ซึ่งเจ้าของโครงการตั้งเป้าว่าจะมีเอสเอ็มอีเข้าร่วมกว่า 250 กิจการ และสามารถลดต้นทุนและเพิ่มยอดขาย ไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือน อยากเป็นเถ้าแก่สุดสมาร์ท ลองเรียนรู้วิถีรวยจากสมาร์ทโฟนในมือคุณได้
แหล่งที่มา : http://www.franchisedd.com/smes-%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84-3g-%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88-%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99-app-%E0%B9%82/

วิเคราะห์บทความ
ในปัจจุบัน SMEs ขนาดเล็กอาจจะถูกหลงลืมไปบ้าง ดังนั้นการที่มีโครงการหรือวิธีการที่จะสามารถช่วยเหลือหรือส่งเสริมธุรกิจนั้น ก็จะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมเอง และยิ่งทุกวันนี้มีเทคโนลียีที่มีความก้าวหน้า มีแอพพลิเคชั่นต่างๆที่ช่วยส่งเสริม รวมทั้งการติดต่อสื่อสารที่ไร้พรมแดน อีกทั้งตอนนี้บ้านเราก็มีการเปิดใช้3G ปัจจัยเหล่านี้จะสามารถช่วยให้ธุรกิจ SMEs สามารถมีระบบการจัดการที่ดีขึ้นหลายๆด้านเลยทีเดียว
"โครงการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันอุตสาหกรรมไทยด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ” หรือเรียกว่า ECIT เป็นการส่งเสริมและกระตุ้นให้ SMEs ได้ใช้ประโยชน์จากไอทีในกิจการ เพื่อเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลิตภาพในกิจการได้ ซึ่งโครงการนี้เป็นที่ยอมรับของ SMEs เพราะ ช่วยส่งเสริม แก้ไขปัญหา และแนะนำวิธีการใหม่ๆ เพื่อที่จะเป็นการผลักดันให้ธุรกิจมีความก้าวหน้านั่นเอง และโครงการนี้มีกิจกรรมออกมาเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถต่อสู้ในยุคที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง ยกตัวอย่างเช่น กิจกรรม"พัฒนาและส่งเสริมให้ SMEs ใช้ Mobile Application” ซึ่งหากมีการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ Mobile App มาประยุกต์ใช้กับภาคอุตสาหกรรม ก็จะทำให้ SMEs ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีและสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่มผลิตภาพของกิจการได้
การที่มี ไอที เข้ามาช่วยในธุรกิจ SMEs หรืออาจจะกล่าวได้ว่าการมีแอพพลิเคชั่นต่างๆเข้ามาช่วยให้ธุรกิจนั้น สามารถลดปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยๆ และส่งเสริมให้มีการขายมียอดเพิ่มสูงขึ้น และ ธุรกิจเองต้องมีความทันสมัยให้ทันยุคเพื่อที่จะตอบสนองความต้องของลูกค้าให้ดีมากยิ่งขึ้น
- ปัญหาสต๊อกบวม เป็นปัญหาที่ SMEs เจอกันค่อนข้างมาก อาจจะเป็นเพราะระบบการจัดการ STOCK ไม่มีประสิทธิภาพ หากนำ ไอที เข้ามาช่วยในการจัดการก็จะทำให้การทำงานมีรูปแบบมากยิ่งขึ้น นั่นคือสามารถทำให้เรารู้ว่า ปัจจุบันมีวัตถุดิบ หรือสินค้า คงเหลือในSTOCKเท่าไหร่ ต้องจัดซื้อพิ่มเติมมากน้อยเท่าไหร่ สามารถใช้ระบบเข้าก่อนออกก่อนได้โดยสับสน เป็นต้น
- ปัญหาคน ที่ดูจัดการยากเพราะ การบริหารคนต้องละเอียดอ่อน โดยเฉพาะการจัดการเรื่องของเงินเดือน ซึ่งหากนำ ไอที เข้ามาใช้ก็จะสามารถลดปัญหานี้ได้อย่างมีระบบมากขึ้น
- การทำบัตรสมาชิกและบัตรสะสมแต้มออนไลน์ ทำได้ง่ายและปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยีต่างๆจาสามารถทำให้ธุรกิจมีการจัดการที่ดี และทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอและซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง การสะสมแต้มเป็นอีกแรงจูงใจหนึ่งที่ทำให้ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าของ SMEsเพิ่มสูงขึ้น
- ช่องทางให้สินค้าเข้าถึงลูกค้า เมื่อสังคมปัจจุบันเป็น SOCIAL NETWORK ทำให้การติดต่อง่ายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผ่านทาง FACEBOOK LINE หรือช่องทางอื่นๆ ช่องทางเหล่านี้ทำให้เราสามารถโฆษณาสินค้าได้โดยไม่เสียค่าใช่จ่ายใด เป็นการโฆษณาได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย
จากบทความเองก็บ่งบอกได้ว่า เทคโนโลยี เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะผลักดันให้ธุรกิจเติบโต โดยเฉพาะ 3G ที่เป็นสื่อที่สำคัญที่ทำให้สมารถท่องไปในโลกของ SOCIAL NETWORK ได้อย่างรวดเร็วและง่ายมากยิ่งขึ้น ประโยชน์ของ 3G นั้นมีหลายด้านๆ เช่น
1. ความรวดเร็วในการส่งผ่านข้อมูล ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนในโลกก็สามารถส่งผ่านข้อมูลทั้งในรูปแบบคำพูดหรือข้อความต่างๆ เพราะหลายครั้งความสำเร็จของธุรกิจตัดสินกันเป็นวินาที
2. ประชุมทางไกลผ่านหน้าจออุปกรณ์สื่อสารได้ทั่วโลก
3. เชื่อมต่อข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ความสามารถในการเข้าถึงและเชื่อมต่อข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตเป็นศักยภาพสูงสุดที่ 3G มีเหนือกว่าระบบแบบเดิมๆ และยังเป็นเทคโนโลยีที่มีความเร็วสูง ทำให้มีประโยชน์ต่อการทำธุรกรรมออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ เช่น การโอนเงินออนไลน์ไปยังธนาคารต่างๆ จะมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ยิ่งกว่านั้นหากคิดใน ทางกลับกัน เรายังสามารถเป็นผู้ให้หรือผู้ส่งข้อมูลข่าวสารและโฆษณาเกี่ยวกับสินค้าและบริการต่างๆ ของบริษัทไปยังผู้บริโภคได้อีกด้วย นับเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เปลี่ยนการสื่อสารทางกรตลาด ไปอย่างสิ้นเชิง
สรุป
เทคโนโลยี 3G นั้นมีประโยชน์มากต่อการธุรกิจไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ซึ่งสามารถนำมาเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ และหากเราสามารถปรับตัวและเรียนรู้เทคโนโลยีนี้ให้เร็วที่สุด ให้สามารถควบคุม ประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์และเหมาะสมกับธุรกิจ เพราะการที่เราสามารถเดินนำหน้าคนอื่นแม้แต่เพียงครึ่งก้าวก็สามารถสร้างความแตกต่างทางธุรกิจได้มากมายมหาศาลนั่นเอง

อ้างอิง : http://www.sipa.or.th/ewt_news.php?nid=1316
: http://www.ksmecare.com/Article/65/27511/3G-

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License