ยุคทอง!!ของนักพัฒนาแอพพลิเคชั่น รับการมาของสมาร์ทโฟน-มือถือ 3จี
flickr:8701467038
flickr:8700344213

การเติบโตของตลาดโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในเมืองไทยที่ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง จากการโหมทำตลาดของบริษัทผู้ผลิตและโอปเรเตอร์ที่เป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือค่ายต่าง ๆ ในประเทศไทยทำให้มีการคาดการณ์กันว่าในปีนี้จะมีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนในไทยไม่น้อยกว่า 14-15 ล้านเครื่อง ส่วนตลาดรวมของแท็บเล็ตจะอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านเครื่อง ซึ่งยังไม่รวมแท็บเล็ตเพื่อการศึกษาโครงการของรัฐบาล

การเติบโตของตลาดโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ประกอบกับการมาของโทรศัพท์มือถือระบบ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทั้งสามราย คือ เอไอเอส, ดีแทค และทรู เตรียมที่จะให้บริษัทในเครือเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบในช่วงเดือน พ.ค.นี้ หลังจากที่ได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไปเรียบร้อย ส่งผลให้ตลาดแอพพลิเคชั่นในเมืองไทยเริ่มปะทุความร้อนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาดู เนื่องจากการใช้สมาร์ทโฟน ก็คือการใช้แอพพลิเคชั่น ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การใช้สมาร์ทโฟนมีความสมบรูณ์มากขึ้นจากการใช้ประโยชน์จากแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ

นอกเหนือจากการใช้งานโทรฯ ออกและรับสาย ทั้งนี้สื่อต่างประเทศอย่าง “เดอะ วอลล์สตรีท เจอร์นัล” ได้รายงานว่า ในปีนี้ธุรกิจแอพพลิเคชั่นทั่วโลกอาจมีมูลค่าสูงถึง 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ข้อมูลจากการสำรวจของบริษัทวิจัยการ์ทเนอร์ พบว่า ปัจจุบันแหล่งดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นของแอปเปิ้ล คือ แอพ สโตร์ และของกูเกิล คือ กูเกิล เพลย์ มีแอพพลิเคชั่นรวมกันมากกว่า 1,400,000 แอพพลิเคชั่น ขณะที่ตลาดแอพพลิเคชั่นในประเทศไทยนั้น ผู้บริหารจากโอปเรเตอร์ยักษ์ใหญ่ อย่างบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส คือ นายปรัธนา ลีลพนัง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานผลิตภัณฑ์ และบริการดิจิตอล ระบุว่า ตลาดรวมของธุรกิจดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น และบริการคอนเทนต์ต่าง ๆ ของไทยในปีนี้จะมีมูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตประมาณ 10-15% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งการขยายตัวของตลาดแอพพลิเคชั่นในปี 56 นี้ จะเป็นไปอย่างมีนัยสำคัญเมื่อโอปเรเตอร์ทุกรายได้เปิดให้บริการโทรศัพท์มือถือระบบ 3จี ซึ่งแน่นอนว่าการใช้อินเทอร์เน็ตในส่วนของดาต้าผ่านสมาร์ทโฟนก็จะเติบโตตามไปด้วยเช่นกัน

flickr:8701466872

ตลาดแอพพลิเคชั่นบนอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตในไทย จึงยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องและเป็นโอกาสของนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นและคอนเทนต์ที่มีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ที่ต่างจากเดิม ๆ!! ซึ่งทั้ง 3 ค่ายมือถือต่างก็เดินหน้าให้ความสำคัญกับการสร้างโมบายแอพพลิเคชั่น เพื่อรองรับตลาดแอพพลิเคชั่นและคอนเทนต์ที่กำลังพุ่งแรง โดยทาง เอไอเอส ได้จัดโครงการเดอะสตาร์ตอัพ วีคเอนท์ 2013 เพื่อสร้างนักพัฒนาผลิตโมบายแอพพลิเคชั่นออกสู่ตลาด มีจุดประสงค์ให้เกิดการพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ในอนาคต ซึ่งขณะนี้ได้ 5 ทีมที่ผ่านการคัดเลือก เข้าสู่รอบอบรม “บูท แคมป์” ในเดือน พ.ค.นี้ โดยจะใช้เวลาอบรม 3 เดือน จากนั้นจะคัดเลือกผู้ชนะเพียง 1 ทีม เพื่อพัฒนาผลงานในเชิงพาณิชย์ออกสู่ตลาดในอนาคต ซึ่งผลผลิตจากโครงการนี้ในปี ค.ศ. 2011 คือ นายทรีฟ แจเฟอรี่ ที่คว้ารางวัลชนะเลิศ “เอไอเอส สตาร์ตอัพ วีคเอนท์ 2011” จากการคิดค้นแอพพลิเคชั่นแชตเตอร์บ๊อกซ์ (Chatterbox) ภายใต้แนวคิด โซเชียล แอนด์ อินเตอร์แอ๊คทีฟ ทีวี แอพพลิเคชั่น (Social and interactive TV application) ก็สามารถสานฝันนำแนวคิดมาพัฒนาแอพพลิเคชั่นออกสู่ตลาดไปเป็นที่เรียบร้อย มียักษ์ใหญ่ด้านการผลิตรายการโทรทัศน์ชั้นนำของเมืองไทยอย่าง บริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย จำกัด และ บริษัท จีเอ็มเอ็ม ทีวี จำกัด เข้ามาเป็นพันธมิตร และเตรียมนำแอพพลิเคชั่นนี้ไปเปิดตลาดในต่างประเทศ คือ มาเลเซียและสิงคโปร์ โดยร่วมมือกับผู้ผลิตรายการทีวีของประเทศทั้งสอง

flickr:8700344015

ด้านดีแทค ก็ไม่น้อยหน้า หลังเปิดให้บริการ 3จี แล้ว ได้ตั้งเป้าหมายที่จะปรับเปลี่ยนไปเป็น “โมบาย อินเทอร์เน็ต คอมปะนี” และได้เดินเครื่องโครงการแรก “ดีแทค แอคเซลเลอเรท” (dtac Accelerate) ซึ่งเป็นกิจกรรมประกวดผลงานโมบายแอพพลิเคชั่น ในธีม “วิซเซิร์ด ออฟ แอพ” (Wizard of App) ค้นหานักพัฒนาสายเลือดไทย เดินทางลัดเพื่อไปเรียนรู้ประสบการณ์ และสัมผัสการทำงานแบบมืออาชีพกับนักสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก พร้อมนำเสนอผลงานกับกลุ่มนักลงทุนที่ “ซิลิคอน แวลลีย์” งานนี้ได้มือดีที่มีประสบการณ์ใน “ซิลิคอน แวลลีย์” มาก่อน อย่าง นายเรืองโรจน์ พูนผล หรือ “กระทิง พูนผล” ที่ได้มารับตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์ ของดีแทค มาเป็นคนปั้นโครงการนี้ให้ประสบความสำเร็จภายใน 1 ปี ซึ่งเจ้าตัวก็ยืนยันว่า งานนี้ต้องได้นักพัฒนาแอพระดับหัวกะทิของเมืองไทยจริง ๆ เพื่อเดินทางไปโชว์ศักยภาพที่ “ซิลิคอน แวลลีย์” เพราะทั้งหมดหมายถึงชื่อเสียงและคอนเน็กชั่นของตนเองตลอดเวลา 7 ปี ที่สะสมมากับการทำงานที่ศูนย์กลางทางนวัตกรรมและเทคโนโลยีชื่อก้องโลกแห่งนี้

flickr:8701466884

ในส่วนของทรูแม้จะยังไม่มีโครงการออกมาให้นักพัฒนาแอพพลิเคชั่นได้โชว์ผลงานกัน แต่ทางทรูเองก็มี “ทรู แอพ เซ็นเตอร์” ที่มีทีมนักพัฒนาของตัวเอง เพื่อพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้ลูกค้าในเครือข่ายได้ดาวน์โหลดไปใช้งาน และพัฒนาเพื่อใช้กับโทรศัพท์โกไลฟ์ (GoLive) มือถือเฮาส์แบรนด์ของตนเองที่รองรับระดับ 3จี แอพพลิเคชั่นที่พัฒนาขึ้น อาทิ เอช มิวสิก, เอช มูฟวี่, เอช เรดิโอ และ เอช นิวส์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังรับจ้างพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้กับบริษัทและองค์กรต่าง ๆ ด้วย ถือเป็นช่องทางเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง น.ส.มนสินี นาคปนันท์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์ และผู้จัดการทั่วไป ทรูไลฟ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ที่ผ่านมาทรูแอพ เซ็นเตอร์ ได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นแล้วกว่า 200 แอพพลิเคชั่น หลังเปิดตัวมาได้ประมาณ 4 ปี โดยมีแอพพลิเคชั่นรองรับทั้งระบบปฏิบัติการณ์ไอโอเอส แอนดอรยด์ และวินโดว์สโฟน อย่างไรก็ตามบริษัทจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นในระบบปฏิบัติการณ์ไอโอเอส และแอนดรอยด์มากที่สุด เพราะมีผู้ใช้งานจำนวนมากและยังเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบันแอพพลิเคชั่นประเภทบันเทิง อาทิ เอช มิวสิก เอช เรดิโอ จะได้รับความนิยมในการดาวน์โหลดมากที่สุด

นอกจากนี้นโยบายแจกแท็บเล็ตให้กับเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของรัฐบาล การพัฒนาแอพพลิเคชั่นด้านการศึกษา ก็ถือว่าตลาดยังเปิดกว้างอยู่มาก เพราะปัจจุบันแอพพลิเคชั่นการศึกษาที่พัฒนาโดยคนไทยยังมีน้อยอยู่ โดยเฉพาะเมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ในปี 2558 ทำให้ตลาดแอพพลิเคชั่นด้านการศึกษายังมีโอกาสขยายตัวได้อีก ทั้งหมดจึงเป็นโอกาสทองของนักพัฒนาและผู้ประกอบการของไทยที่มีความคิดสร้างสรรค์อย่างแท้จริง
บทสรุปและวิเคราะห์ข่าว

จากข่าวและรายละเอียดข้างต้นจะเห็นว่า โลกทางด้านโทรศัพท์มือถือและตลาดทางด้าน IT support ให้กับโทรศัพท์มือถือแบบ Smart phone นั้น กำลังมีออกมากมายเพื่อให้ผู้ใช้งานมีความสะดวกสบายและเพื่อความผ่อนคลายในความบันเทิงต่าง ๆ ที่ได้รับ จึงทำให้ผู้บริหารในหลาย ๆ บริษัทออกมาแข่งขันทางด้าน IT support นี้เป็นอย่างมาก ในเรื่องของ Application ต่าง ๆ ที่ทำออกมานั้น จึงต้องตอบโจทย์ให้กับผู้บริโภคให้ได้ จากการที่ยักษ์ใหญ่ทางด้านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือทั้ง 3 ที่ ๆได้แก่ AIS, TRUE MOVE และ DTAC นั่น จะทำการเปิดตัวระบบเครือข่ายแบบ 3G ในเดือนพฤษภาคมนี้อย่างเป็นทางการนั้น ทำให้การจัดการเกี่ยวกับ Application ต่าง ๆ ต้องรองรับระบบ 3G ให้ได้เป็นอย่างดี เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับปรโยชน์เต็มที่ ตามที่ กสทช. ได้มีคำสั่งและทำข้อตกลงกับบริษัทยักษ์ใหญ่นี้

การพัฒนา Application จึงเป็นเรื่องที่ทาง ค่ายยักษ์ใหญ่พยายามอย่างมากที่จะเพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้น โดยมีการจัดการแข่งขันหาผู้ที่มีความสามารถในการจัดทำ Application ให้ออกมาเป็นที่ชื่นชอบและยอมรับจากผู้บริโภค จึงถือเป็นการดีที่จะเป็นการแสดงฝีมือของนักทำ Application ของไทยให้ตลาดโลกได้เห็นถึงความสามารถอีกด้วย และการจัดทำ Application ทางด้านการศึกษาเกี่ยวกับการศึกษาของไทยนั้น ก็เริ่มมีการพัฒนาในวงกลว้างเช่นกัน เพื่อรองรับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้เด็กไทยสามารถใช้แท็บเลตในการเสริมสร้างความรู้อีกทางหนึ่ง

เอกสารอ้างอิง

http://support.google.com/chrome/bin/answer.py?hl=th&answer=1050586
http://www.dailynews.co.th/technology/197487

จัดทำโดย

นายวณายุ วิชชุประเสริฐ เลขประจำตัวนักศึกษา 5510221012

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License