It Report02_เตือนคนไทยที่ใช้ Windows XP หลัง Microsoft ประกาศหยุดสนับสนุน Windows XP_Y34_Sirarat_ 067

เตือนคนไทยที่ใช้ Windows XP หลัง Microsoft ประกาศหยุดสนับสนุน Windows XP

Microsoft ประกาศหยุดสนับสนุน Windows XP วันที่ 8 เมษายน 57 เตือนคอมพิวเตอร์กว่า 7.2 ล้านเครื่องในประเทศไทยตกอยู่ในความเสี่ยง
คอมพิวเตอร์กว่า 7.2 ล้านเครื่องในประเทศไทยกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง นับถอยหลังการหยุดอัพเดทระบบปฏิบัติการ Windows® XP ที่มีอายุนานถึง 11 ปี เริ่มแล้ววันนี้ ผู้เชี่ยวชาญเตือนองค์กรธุรกิจและผู้บริโภคควรเตรียมอัพเกรดจาก Windows XP ได้แล้ว ก่อนถึงเดือนเมษายน ปี 2557

microsoft-stop-xp.png

วันนี้ ไมโครซอฟท์ ได้ประกาศแจ้งเตือนลูกค้าทั่วโลกถึงการหยุดปรับปรุงรุ่นและหยุดให้บริการ สนับสนุนสำหรับระบบปฏิบัติการWindows XP นับตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2557 เป็นต้นไป ซึ่งนับจากนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึง 1 ปี โดยไมโครซอฟท์ได้แนะนำให้ลูกค้าองค์กรธุรกิจทั้งขนาดเล็กและขนาดกลางรวมถึง ผู้บริโภคที่ยังใช้งานระบบปฏิบัติการWindows XPอยู่ ซึ่งมีอายุถึง 11 ปี แล้ว ให้อัพเกรดการใช้งานระบบปฏิบัติการได้แล้วเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตาม มา
ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2557 เป็นต้นไป ไมโครซอฟท์ จะหยุดให้บริการแก้ไขอัตโนมัติ ปรับปรุงรุ่นหรือให้ความช่วยเหลือออนไลน์สำหรับ Windows XP ซึ่งหมายความว่า ผู้ใช้จะไม่ได้รับการสนับสนุนการปรับปรุงระบบความปลอดภัยที่จะช่วยป้องกัน เครื่องคอมพิวเตอร์จากไวรัส สปายแวร์ และซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายต่างๆ ที่สามารถเจาะเข้าระบบเพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้

การใช้งานระบบ WindowsXP ต่อจากนี้ ก่อให้เกิดความเสี่ยง

นายรชฏ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์วินโดวส์ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า“ถึงแม้ว่า Windows XP จะเป็นหนึ่งในระบบปฏิบัติการที่ได้รับความนิยมสูงสุดของไมโครซอฟท์ แต่ระบบดังกล่าวไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับมือกับความท้าทายในปัจจุบัน เช่น การเพิ่มขึ้นของภัยคุกคามทางไซเบอร์และความต้องการสำหรับความเป็นส่วนตัวใน การเก็บรักษาข้อมูล ซึ่งแตกต่างจาก Windows® 7 และWindows®8การใช้งานระบบ WindowsXPต่อไปนี้เปรียบเสมือนกับเรากำลังเดินข้ามถนนโดยที่ตาทั้งสองข้าง ของเราปิดอยู่ ปัจจุบันนี้ ความเสี่ยงในด้านความปลอดภัยเป็นสิ่งที่น่ากังวลและน่ากลัวมากที่สุดสำหรับ ผู้บริโภค เนื่องจากการโจมตีนั้นมีหลากหลายรูปแบบและมีความซับซ้อน ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว อีกทั้งค่าใช้จ่ายแฝงที่เกี่ยวเนื่องกับการสนับสนุนและความต่อเนื่องของ ธุรกิจ”
เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จากสถิติของ StatCounterพบว่า คอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows XP คิดเป็นร้อยละ 36.56 ในประเทศไทยหรือประมาณกว่า 7.2 ล้านเครื่อง ซึ่งมีจำนวนลดลงภายหลังไมโครซอฟท์เปิดตัวWindows 7 ในเดือนตุลาคม2552 แต่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาคเอเชียแล้วยังนับเป็นจำนวนที่สูงอยู่ เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของเอเชียซึ่งมีเพียงร้อยละ 34 นอกจากนี้StatCounter ยังเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในประเทศไทยมีคอมพิวเตอร์ที่อัพเกรดเป็นระบบปฏิบัติการ Windows7 แล้วจำนวนร้อยละ50และในระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมา ก็มีการอัพเกรดเป็นระบบปฏิบัติการ Windows8 อีกด้วย
นักวิเคราะห์ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าถึงเวลาแล้วที่ผู้บริโภคควรย้ายและ เปลี่ยนรุ่นจากระบบปฏิบัติการที่มีอายุมากกว่าทศวรรษ “Windows XP เป็นแพลตฟอร์มหลักที่ทั้งผู้บริโภคและองค์กรธุรกิจต่างใช้งานมาหลายปีแล้ว” นายไบรอัน มา รองประธาน Client Devices Researchไอดีซี ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก กล่าว “การหยุดให้บริการสนับสนุนต่างๆ สำหรับ Windows XP ก็ใกล้เข้ามาทุกที เพราะฉะนั้น การเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะอัพเกรดไปใช้ระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อที่ผู้ใช้จะมั่นใจได้ว่าพวกเขาสามารถใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ได้อย่าง เต็มประสิทธิภาพ” นายไบรอัน กล่าวเพิ่มเติม

StatCounter-os-TH-yearly-2008-2013.jpgwindows_xp_security_patch.jpg

ลูกค้าเริ่มย้ายออกจากระบบปฏิบัติการ WindowsXP เพื่อเพิ่มความปลอดภัย

จากรายงาน Microsoft’s Security Intelligenceฉบับที่ 13 ตีพิมพ์ในเดือน มิถุนายน 2555 ให้ข้อมูลว่า Windows XP รุ่น SP3 มีระบบป้องกันที่ด้อยกว่า Windows 7 SP1 ถึง 3 เท่าตัวมัลแวร์ได้กลายเป็นภัยคุกคามที่รุนแรงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งพัฒนาเพิ่มขึ้นจาก 1,000 ชนิด ในปี 1991ไปสู่นับล้านชนิด ในปี 2012 โดยภัยคุกคามคอมพิวเตอร์เหล่านี้รวมถึงไวรัส,เวิร์ม,โทรจันการบุกรุกและเจาะ ข้อมูลระบบขโมยรหัสผ่าน สปายแวร์ และซอฟต์แวร์ที่ไม่พึงประสงค์ในรูปแบบ ต่าง ๆ
นอกจากปัญหารุนแรงเกี่ยวกับความปลอดภัยแล้ว การใช้ Windows XP ต่อไป ยังเป็นสาเหตุของปัญหาและข้อจำกัดเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น การเข้ารหัส การทำแฮชชิง และ การตรวจสอบตัวตน ในขณะที่ผู้จำหน่ายซอฟต์แวร์อิสระและบราวเซอร์กว่าร้อยละ 60 ไม่รองรับ Windows XP อีกต่อไป
นายสืบศักดิ์ คมเจษฎา ผู้จัดการฝ่ายสารสนเทศ บริษัทเอ็นอีซี คอร์เปอร์เรชั่น หนึ่งในลูกค้าของบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ถึงแม้ Windows XP จะให้บริการเรามาเป็นระยะเวลาหลายปี แต่เราไม่สามารถใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างเต็มที่อีกต่อไปเพราะอุ ปกรณ์ไดร์ฟเวอร์ต่างๆของWindows XP ไม่รองรับการใช้งานนอกจากนี้ระบบการรักษาความปลอดภัยของ Windows XPก็ล้าสมัยเกินกว่าที่จะสามารถปกป้องเราจากไวรัสและมัลแวร์ในปัจจุบันได้ ถ้าเราเลือกที่จะย้ายระบบหลังจากความเสียหายเกิดขึ้น เราอาจต้องเตรียมรับมือกับการสูญเสียค่าใช้จ่าย จำนวนมหาศาล และนี่คือเหตุผลที่เราตัดสินใจย้ายจาก WindowsXP ไปเป็น Windows 7”
เพื่อให้ความช่วยเหลือองค์กรธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง วันนี้ ไมโครซอฟท์ได้ประกาศบนเว็บไซต์ Windows Upgrade Centreเพื่อที่ลูกค้าจะสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ พร้อมรับฟังความเห็นจากนักวิเคราะห์และลูกค้ารายอื่นในภูมิภาค ไมโครซอฟท์ยังได้แนะนำลูกค้าองค์กรธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางให้คอยติดตาม ข้อเสนอพิเศษจากตัวแทนจำหน่ายในอีก2-3เดือนข้างหน้า

Windows7versus8.jpg

วิเคราะห์

ถึงเวลาแล้วที่เราจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ เมื่อทาง Microsoft ประกาศหยุดสนับสนุน Window XP ซึ่งก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียในเวลาเดียวกัน เมื่อดูจากข้อมูลแล้วมันจะส่งผลดีมากกว่าผลเสียที่ต้องมีการอับเกรดใหม่เท่านั้น สำหรับผู้ที่กำลังใช้ Window XP อยู่ก็คงต้องมีการอับเกรด Window ใหม่ เป็น Window 7 หรือ Window 8 ทาง ซึ่ง Microsoft คงเล็งเห็นแล้วว่า การประกาศในครั้งนี้น่าจะส่งผลดีต่อผู้บริโภค เพราะเท่าที่ดู Window XP ก็มีข้อเสียอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความปลอดภัย เนื่องจากระบบการรักษาความปลอดภัยของ Window XP ล้าสมัยเกินกว่าที่จะสามารถปกป้องเราจากไวรัสและมัลแวร์ในปัจจุบันได้ รวมทั้งยังเป็นสาเหตุของปัญหาและข้อจำกัดเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น การเข้ารหัส การทำแฮชชิง และ การตรวจสอบตัวตน ในขณะที่ผู้จำหน่ายซอฟต์แวร์อิสระและบราวเซอร์กว่าร้ อยละ 60 ไม่รองรับ Windows XP อีกต่อไป แต่ไม่ว่า Microsoft จะประกาศหยุดสนับสนุน Window XP หรือไม่ เชื่อว่าเราก็คงจะมีการอับเกรด Window ไปเรื่อยๆอยู่แล้วเพื่อให้ทันกับ software ใหม่ๆ หรือบางคนอาจจะยังไม่ได้อับเกรดใดๆตั้งแต่ก่อน Window XP แล้วผู้บริโภคคนไทยส่วนใหญ่คงจะไม่เดือดร้อนไรกับการประกาศในครั้งนี้ เพราะเท่าที่เห็นคนไทยบางรายก็ไม่ได้ใช้ของที่ถูกลิขสิทธิ์ ส่วนใหญ่จะใช้ของเถื่อนกัน จึงไม่จำเป็นต้องใช้เครดิตไรจาก Microsoft ซึ่งคิดว่าไม่น่าจะส่งผลกระทบใดๆ กับการประกาศของ Microsoft ในครั้งนี้

แหล่งที่มาของข่าว

http://www.it24hrs.com/2013/1-year-left-to-stop-support-update-windows-xp/
ข่าววันที่ 11 เมษายน 2556

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License