Summarize And Analyze ICT Report

ตลาดค้าปลีกบริการ 4 ตลาด ได้แก่ ตลาดบริการโทรศัพท์ประจาที่ภายในประเทศ ตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในประเทศ ตลาดบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ และตลาดบริการอินเทอร์เน็ตโดยเน้นไปที่บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง แต่จะมีบางส่วนที่อ้างอิงไปยังโทรศัพท์เคลื่อนที่เนื่องจากมีการใช้งานระบบ internet จำนวนมากผ่านทาง smartphone ในปัจจุบัน

flickr:8517334351
flickr:8517334257

จำนวนผู้ใช้บริการ ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2555 อยู่ที่ 80.87 ล้านราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.84 จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.05 จาก ไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โอกาสที่การแข่งขันใน ตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่จะมีแนวโน้มสูงขึ้ นเนื่องจาก True Move H เข้ามาพัฒนา โครงข่ายและให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ใน ย่านความถี่ 850 MHz ร่วมกับ CAT CDMA ประกอบกับในปัจจุบันมีการใช้งานบริการ อินเทอร์เน็ตบนโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นผลให้จำนวน เลขหมายใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่มีจานวน เพิ่มสูงขึ้ นอย่างต่อเนื่องและมีจานวนมากกว่า ประชากรของประเทศ

flickr:8518447428

ระดับการแข่งขันที่สูงขึ้น ตั้งแต่ ปี ๒๕๕๑ อัตราการขยายตัวของจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดย ณ ไตรมาส ๔ ปี ๒๕๕๔ จำนวนผู้ใช้บริการ
โทรศัพท์เคลื่อนที่มี ๗๘.๖๗ ล้านราย คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๐ จากไตรมาส ๔ ปี ๒๕๕๓

flickr:8517334095

แสดงสัดส่วนของตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ ณ. ไตรมาส2 ปี 55

flickr:8518447244

หากพิจารณาในรายละเอียดของสัดส่วนโครงสร้างรายได้ที่มีการให้บริการ 3 บริการ คือ บริการทางเสียง (Voice) บริการที่มิใช่เสียง (Non- voice) ได้แก่ บริการ SMS และ MMS และบริการอื่นๆ (Others) ได้แก่ บริการเข้าถึง อินเทอร์เน็ต และบริการเสียงรอสาย เป็นต้น พบว่า ณ สิ้ นไตรมาสที่2 ปี 2555 รายได้จากบริการ Voice ยังคง มีสัดส่วนมากที่สุด อยู่ที่ร้อยละ 63.28 ของรายได้จากการให้บริการ สาหรับบริการ Non–voice มีสัดส่วน เพิ่มขึ้ นจากไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ร้อยละ 24.02 ของรายได้จากการให้บริการ และรายได้จากบริการ อื่นๆ อยู่ที่ร้อยละ 12.70

flickr:8518447340

รายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่อเลขหมาย (Average Revenue Per Usage : ARPU) ทั้ งบริการแบบ Post-paid และ Pre-paid ข อง ตลาดบริการ โทรศัพท์เคลื่อนที่ เมื่อพิจารณาด้วยวิธีการทาง สถิติเฉลี่ยในปี 2552 จนถึงไตรมาสที่ 3 ปี 2555 ARPU มีลักษณะค่อนข้างคงที่ โดยไตรมาสที่ 3 ปี 2555 มีค่าเท่ากับ 188 ลดลงจากไตรมาสก่อน หน้า 2 บาท (รูปที่ 13 และตารางที่ 4) จาก แนวโน้มของ ARPU ดังกล่าว สะท้อนได้ว่า ตลาด บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มีลักษณะทรงตัวมาและ อาจมีการแข่งขันทางด้านอื่นมากขึ้ นเช่น บริการ อินเทอร์เน็ตบนโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่
นอกจากนี้ผู้ให้บริการได้เน้นเสนอรายการส่งเสริมการขายแบบ Data Service นั้นอาจเป็นผลมาจาก ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของการใช้บริการแบบ Data Service ของผู้บริโภคซึ่งเป็ นผลเกี่ยวเนื่องมาจาก 1) ความนิยมใน การใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ของผู้บริโภค 2) การพัฒนาการอย่างรวดเร็วของความสามารถของ Smart Phone ทั้ งในด้านการใช้งานที่ง่ายขึ้ นและในด้านความหลากหลายของ Multimedia Functions/Options ที่ มีความน่าสนใจมากกว่าเมื่อก่อน 3) ความเร็วของอินเทอร์เน็ตในการเชื่อมต่อผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เพิ่มขึ้ นโดยเฉพาะในระบบ 3G 4) ราคาที่ต่าลงของการให้บริการแบบ Data Service 5) ราคาที่ต่าลง และยี่ห้อที่ หลากหลายขึ้ นของ Smart Phone ในตลาดของประเทศไทย
แนวโน้มความนิยมในการใช้บริการแบบ Data Service นี้ อาจมีผลในอนาคตที่จะทาให้อัตราค่าบริการ แบบ Voice โดยเฉลี่ยของตลาดลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยสืบเนื่องมาจากพฤติกรรมของผู้ประกอบการในปัจจุบัน

flickr:8517334387

จากความได้เปรียบในฐานะเป็น หรือมีบริษัทในเครือเป็ นผู้ครอบครองโครงข่าย โทรศัพท์ประจาที่ รวมถึงการตลาดในรูปแบบ Convergence ทาให้ True Internet เป็ นผู้ให้บริการที่มีส่ วนแบ่ งตลาดสูงสุดในกลุ่มผู้ให้บริการอินเทอร์ เน็ตความเร็วสูง ณ สิ้นไตร มาสที่2 ปี 2555 อยู่ที่ร้อยละ 36.38 รองลงมาคือ TOT, 3BB และผู้ให้บริการ ISPs รายอื่น โดยมีส่วน แบ่งตลาดอยู่ที่ร้ อยละ 33.48, 27.50 และ 2.63 ตามลาดับ (รูปที่ 15)

flickr:8518447458

ในระหว่างปี ๒๕๔๗ – ๒๕๕๔ ตลาดการให้บริการอินเทอร์เน็ตมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องซึ่งจะเห็นได้จากจำนวนผู้จดทะเบียนที่เพิ่มขึ้น โดย ณ ไตรมาส ๔ ปี ๒๕๕๔ จำ นวนผู้ลงทะเบียนใช้อินเทอร์เน็ตมีจำนวนประมาณ ๔.๒๒ ล้านราย แบ่งเป็นจำ นวนผู้จดทะเบียนใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง(บรอดแบนด์)๓.๗๔ ล้านราย และจำ นวนผู้จดทะเบียนใช้อินเทอร์เน็ตธรรมดา (แนโรวแบนด์) ๐.๔๘ ล้านราย โดยอัตราการเปลี่ยนแปลงบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ ๓๐ และอัตราการเปลี่ยนแปลงบริการอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ ๙ จากปีที่ผ่านมา ดังมีรายละเอียดปรากฏในแผนภูมิที่ ๒๘

flickr:8518447274

ส่วนแบ่งตลาดของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดในปี ๒๕๕๔ โดย ทีโอที ซึ่งเดิมเป็นผู้นำตลาดอินเทอร์เน็ตกลับมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ร้อยละ ๒๘ หรือลดลง ร้อยละ ๓๐ ส่วน ทรูอินเทอร์เน็ต ที่เป็นที่สองในตลาดอินเทอร์เน็ต ได้เป็นผู้นำ�ตลาดอินเทอร์เน็ตโดยมีส่วนแบ่งตลาดที่ประมาณร้อยละ ๔๓ หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ ๕๐ และ ทริปเปิลทีบรอดแบนด์ เป็นอันดับที่สามมีส่วนแบ่งตลาดที่ร้อยละ ๒๖ ใกล้เคียงกับทีโอที ดังมีรายละเอียดปรากฏใน แผนภูมิที่ ๒๙

flickr:8518447228

พฤติกรรมการแข่งขัน (Market Conduct) ในตลาดบริการอินเทอร์เน็ต ผู้ให้บริการยังคงพยายาม ดึงดูดให้ผู้ใช้บริการด้วยการนาเสนอในลักษณะ Bundle services โดยรวม Package ระหว่างโทรศัพท์ประจาที่ กับบริการอินเทอร์เน็ตเข้าไว้ด้ วยกัน ซึ่งบางรายการส่งเสริมการขายผู้ใช้บริการสามารถนาเอาค่าบริการ อินเทอร์เน็ตมาเป็นค่าโทรศัพท์ได้ด้วย
สาหรับอัตราค่าบริการอินเทอร์เน็ตในไตรมาสที่ 3 ปี 2555 ไม่เปลี่ยนแปลงจากไตรมาสก่อนหน้า โดยผู้ให้บริการยังคงนาเสนอค่าบริการเดือนละ 590 บาทสาหรับความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่ 10 Mbps5 แต่เมื่อ เปรียบเทียบช่วงเดียวกันของปี ก่อนนั้ นผู้ให้บริการเสนอความเร็วในการรับส่งข้อมูลเพียง 4 Mbps สาหรับ ค่าบริการเดือนละ 599 บาท สะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคสามารถอัพโหลดและดาวน์โหลดข้อมูลได้รวดเร็วขึ้ นขณะที่ จ่ายค่าบริการถูกกว่า เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกใช้บริการที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานของตนเอง และ หากพิจารณาราคาค่าบริการในอีกแง่มุมหนึ่งที่เป็นค่าบริการต่อระดับความเร็วในหน่วย Kilobit per second (kbps) จะเห็นได้ว่า อัตราค่าบริการโดยเฉลี่ ยคงเดิมจากไตรมาสที่ 3 ปี 2554 อยู่ที่ 0.73 บาทต่อ kbps

flickr:8517334363

ในปี 2555 มีจำนวนประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไปทั้งสิ้นประมาณ 62.9 ล้านคนในจำนวนนี้มีผูใชคอมพิวเตอร0 21.2 ล้านคนหรือรอยละ 33.7 ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 16.6ล้านคน หรือร้อยละ 26.5 และผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ 44.1 ล้านคนหรือร้อยละ 70.2เมื่อเปรียบเทียบระหว่างเขตการปกครอง ในเขตเทศบาลมีสัดส่วนผูใชคอมพิวเตอร์ร้อยละ 45.4 ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ร้อยละ 37.7 และผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ ร้อยละ 77.7ในขณะที่นอกเขตเทศบาลมีผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ร้อยละ 27.5 ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ร้อยละ
20.5 และผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ ร้อยละ 66.2เมื่อพิจารณาแนวโน้มการใชคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือของประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไปในช่วงระยะเวลา 5 ปี ระหว่างปี 2551-2555 พบว่าผูใช้
คอมพิวเตอร์มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 28.2 (จำนวน 17.0 ล้านคน) เป็นร้อยละ 33.7(จำนวน 21.2 ล้านคน) ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 18.2 (จำนวน 11.0 ล้านคน)เป็นร้อยละ 26.5 (จำนวน 16.6 ล้านคน) ผูใชโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 52.8(จำนวน 31.9 ล้านคน) เป็นร้อยละ 70.2 (จำนวน 44.1 ล้านคน)

flickr:8518447468
flickr:8517334225

เพศและอายุของผู้ใช้คอมพิวเตอร/อินเทอรเน็ต
การใช้คอมพิวเตอร์หรืออินเทอร์เน็ตของเพศชายมีสัดสวนใกล้เคียงกับเพศหญิง คือ เพศชายใช้คอมพิวเตอร์ ร้อยละ 34.0 และใชอินเทอร์เน็ต ร้อยละ 26.3 ส่วนเพศหญิงใชคอมพิวเตอร์ ร้อยละ 33.4 และใชอินเทอร์เน็ต ร้อยละ 26.6 ประชากรกลุ่มอายุ 6-14 ปี มีสัดส่วนการใช้คอมพิวเตอร์สูงที่สุดคือ ร้อยละ 75.3 รองลงมาคือ ประชากรกลุ่มอายุ 15-24 ปี ร้อยละ 59.6 และก่ลุมอายุ 25-34 ปี ร้อยละ 35.5 ส่วนการใชอินเทอร์เน็ตมีการใชสูงที่สุดในกลุ่มอายุ 15-24 ปี ร้อยละ 54.8 รองลงมาคือกลุ่มอายุ 6-14 ปี ร้อยละ 46.5 และกลุ่มอายุ 25-34 ปี รอยละ 29.7

flickr:8518447516

เมื่อพิจารณาสัดส่วนของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือเป็นรายภาค พบว่า ในปี 2555 กรุงเทพมหานครมีสัดส่วนผูใชคอมพิวเตอร์สูงที่สุดคือ ร้อยละ 51.5 รองลงมาคือภาคกลาง ร้อยละ 35.2 ภาคใต รอยละ 32.0 ภาคเหนือ ร้อยละ 31.6 และต่ำที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 29.1 ส่วนการใชอินเทอร์เน็ตกรุงเทพมหานครมีผู้ใช้สูงที่สุดคือร้อยละ 44.4 รองลงมาคือภาคกลาง ร้อยละ 27.5 และภาคใต้ ร้อยละ 25.5 ภาคเหนือ ร้อยละ 25.0 และต่ำ ที่สุดคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 21.5
ในขณะที่การใชโทรศัพท์มือถือ กรุงเทพมหานคร มีสัดส่วนของผู้ใช้สูงที่สุดเช่นเดียวกัน คือร้อยละ 84.0 รองลงมาคือ ภาคกลาง ร้อยละ 75.1 ภาคเหนือ ร้อยละ 68.9 ภาคใต้ ร้อยละ 67.8 และต่ำที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 64.1

flickr:8517334167

ผูที่ใช้อินเทอร์เน็ตส่วนใหญใชที่บ้าน ร้อยละ 50.6 รองลงมาใช้ที่สถานศึกษา ร้อยละ 47.3 และใช้ที่ทำงาน ร้อยละ 30.7 โดยกิจกรรมที่ใชอินเทอร์เน็ตสวนใหญใชในการดาวน์โหลด ดูหนัง ฟังเพลง วิทยุ ร้อยละ 64.6 รองลงมาเล่นเกมส์ ดาวน์โหลดเกม ร้อยละ 64.1 และใชรับ-ส่งอีเมล์ ร้อยละ 55.6
สำหรับความถี่ในการใชอินเทอร์เน็ต พบว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตใชค่อนข้างบ่อย (1-4 วันใน 1 สัปดาห:) ร้อยละ 53.5 รองลงมา ใช้เป็นประจำ(5-7 วันใน 1 สัปดาห:) ร้อยละ 40.6

flickr:8517334161
flickr:8517334325
flickr:8517334169
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License