Telecommunication Market
flickr:8672801856

ธุรกิจบริการโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ นับเป็น 1 ใน 4 ของสาขาธุรกิจบริการเร่งรัดการเปิดเสรีในปี 2553 ภายใต้ความตกลงว่าด้วยการบริการของอาเซียน (ASEAN Framework Agreement on Services: AFAS) ซึ่งครอบคลุมถึงการให้บริการโทรคมนาคมเพื่อการติดต่อสื่อสารทั้งด้านเสียงและข้อมูล เช่น บริการโทรศัพท์พื้นฐาน บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ บริการเพลงและคอนเทนต์ต่างๆผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นต้น ตลอดจนบริการอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการด้านคอมพิวเตอร์หรือระบบสารสนเทศ เช่น บริการที่ปรึกษาเพื่อการพัฒนาระบบสารสนเทศ บริการติดตั้งพร้อมบำรุงรักษาระบบงานสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นต้น

ทั้งนี้ การเปิดเสรีสาขาบริการโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ จะครอบคลุมการขยายเพดานสัดส่วนการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติเป็นสูงสุดร้อยละ 70 และการลดข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการในรูปแบบต่างๆ (Mode of Services) ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดขององค์กรการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) โดยแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ ดังนี้

รูปแบบที่ 1 หรือ Mode-1 : การให้บริการข้ามพรมแดน (Cross Border Supply) เป็นการให้บริการจากพรมแดนของประเทศผู้ให้บริการไปยังพรมแดนของประเทศที่เป็นลูกค้า โดยผู้ให้บริการ ยังคงอยู่ในประเทศตน ไม่ต้องไปลงทุนหรือร่วมลงทุนจัดตั้งธุรกิจให้บริการในประเทศลูกค้า เช่น การให้บริการฟังเพลงออนไลน์ผ่านทางอินเทอร์เน็ต เป็นต้น

รูปแบบที่ 2 หรือ Mode-2 : การบริโภคในต่างประเทศ (Consumption Abroad) เป็นการให้บริการที่เกิดขึ้นในพรมแดนของประเทศผู้ให้บริการ โดยผู้เป็นลูกค้าเดินทางจากประเทศตนเข้ามาขอรับบริการในประเทศผู้ให้บริการ เช่น การเปิดใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ให้บริการโดยผู้ประกอบการในประเทศที่ตนเดินทางไป เป็นต้น

รูปแบบที่ 3 หรือ Mode-3 : การจัดตั้งธุรกิจเพื่อให้บริการ (Commercial Presence) เป็นการให้บริการโดยผู้ให้บริการเข้าไปลงทุนหรือร่วมลงทุนจัดตั้งธุรกิจ (นิติบุคคล) เพื่อให้บริการในประเทศลูกค้า เช่น การเข้ามาลงทุนจัดตั้งบริษัทในไทย เพื่อเปิดให้บริการสื่อสารบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นต้น

รูปแบบที่ 4 หรือ Mode-4 : การให้บริการโดยบุคคลธรรมดา (Presence of Natural Person) เป็นลักษณะของการให้บริการที่บุคคลธรรมดาเดินทางเข้าไปทำงานประกอบวิชาชีพในสาขาบริการด้านต่างๆ ในประเทศลูกค้า เช่น นักพัฒนาแอพพลิเคชั่นจากต่างประเทศเดินทางเข้ามาประกอบวิชาชีพในไทย เป็นต้น

แผนภาพเปรียบเทียบสถิติจำนวนผู้ใช้ต่างๆใน Telecommunication Market ของประเทศใน AEC + 3 countries (China, Japan and South Korea) จาก International Telecommunication Union

flickr:8671821218
flickr:8671821202
flickr:8671821178
flickr:8671821236

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน-AEC… ผลต่อธุรกิจบริการโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ไทย

ข้อจำกัดด้านกฎหมายยังจำกัดผลกระทบต่อธุรกิจบริการโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ไทย

ปัจจุบัน การเปิดเสรีบริการโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ในทางปฏิบัติ พบว่า ประเทศไทยรวมถึงหลายประเทศในอาเซียนยังคงมีข้อจำกัดในการดำเนินการตามเป้าหมายที่วางไว้ข้างต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริการด้านโทรคมนาคม ซึ่งถูกพิจารณาว่าเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ จึงทำให้มีข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและกฎหมายภายในประเทศ ทำให้ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร อย่างไรก็ดี ตามข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการชุดที่ 7 ของ AEC ได้อนุญาตให้ธุรกิจต่างชาติสามารถเปิดให้บริการด้านโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ในรูปแบบการให้บริการข้ามพรมแดน (Mode-1) และอนุญาตให้ผู้บริโภคสามารถเดินทางไปใช้บริการในต่างประเทศได้ (Mode-2) ซึ่งเป็นรูปแบบพื้นฐานของการให้บริการระหว่างประเทศในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปแบบการให้บริการข้ามพรมแดน ซึ่งผู้ประกอบการมักใช้สื่ออินเทอร์เน็ตเป็นตัวกลางในการให้บริการ เช่น บริการรับเขียนโปรแกรมประยุกต์โดยติดต่อสื่อสารกันผ่านทางอินเทอร์เน็ต เป็นต้น

ในขณะที่การเข้ามาจัดตั้งธุรกิจเพื่อให้บริการในประเทศไทย (Mode-3) ซึ่งมีการตั้งเป้าไว้ในแผนงานการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint) ที่ได้อนุญาตการถือหุ้นของคนสัญชาติอาเซียนสูงสุดที่ร้อยละ 70 ตั้งแต่ปี 2553 นั้น ในส่วนของบริการโทรคมนาคมสามารถกระทำได้เฉพาะผู้ประกอบการโทรคมนาคมที่ไม่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง แต่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมประเภทขายต่อบริการ หรือใบอนุญาตประเภทที่ 1 จากหน่วยงานกำกับดูแลด้านโทรคมนาคม (กสทช.) ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่าผู้ประกอบการ MVNO (Mobile Virtual Network Operator) เท่านั้น เนื่องจากไม่เข้าข่ายกฏเกณฑ์เกี่ยวกับสัดส่วนผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติต่อผู้ถือหุ้นชาวไทยในนิติบุคคลไทยได้ไม่เกินร้อยละ 49:51 ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ในขณะที่ผู้ประกอบการที่มีโครงข่ายเป็นของตนเองนั้น ยังคงได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติดังกล่าวอยู่

จากสภาพการณ์ดังกล่าวข้างต้น คาดว่า ในธุรกิจบริการโทรคมนาคม ผู้ประกอบการสัญชาติอาเซียนที่ต้องการจะเข้ามาเปิดให้บริการในไทย น่าจะเข้ามาในรูปแบบ MVNO และจับตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) แทนที่จะเป็นตลาดหลักที่ถูกครอบครองโดยผู้ประกอบการรายหลักของไทย ซึ่งมีโครงข่ายสื่อสารเป็นของตนเองและมีความสามารถในการแข่งขันที่สูงในตลาดเมืองไทย สำหรับตลาดเฉพาะกลุ่มที่น่าจะเป็นเป้าหมายของผู้ประกอบการสัญชาติอาเซียน คือ ตลาดชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริโภคชาวอาเซียนในไทย โดยอาจจะเป็นผู้ที่เข้ามาประกอบอาชีพ ทำธุรกิจ ท่องเที่ยว หรือแม้แต่ผู้เข้ามาศึกษาต่อในไทย ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นหลังการเปิดเสรี AEC เนื่องจาก ปัญหาในเรื่องภาษา และความต้องการความเป็นกันเองในการติดต่อสื่อสารเพื่อขอรับบริการ ทำให้เกิดความต้องการในบริการหลังการขายด้วยภาษาประจำชาติ และคอนเทนต์ต่างๆ ที่เป็นภาษาของประเทศนั้นๆ รวมถึงความต้องการในบริการติดต่อสื่อสารกลับมายังบ้านเกิดของตนที่สะดวกและราคาย่อมเยาอีกด้วย

ในขณะที่บริการที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นั้น ถูกจัดอยู่ในบัญชีสามซึ่งเป็นธุรกิจที่คนไทยยังไม่มีความพร้อมที่จะแข่งขันในการประกอบกิจการกับคนต่างด้าว ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ซึ่งระบุว่าต้องมีสัดส่วนของผู้ถือหุ้นชาวไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 จึงยังคงเป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่งในการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ และส่งผลให้ผู้ประกอบการสัญชาติอาเซียนที่ต้องการเข้ามาเปิดบริการด้านคอมพิวเตอร์ในไทย น่าจะเข้ามาในรูปแบบของการเป็นพันธมิตรกับนักลงทุนชาวไทย เพื่อประกอบธุรกิจบริการดังกล่าวในไทย

ทั้งนี้ ผลกระทบจากการเข้ามาลงทุนในธุรกิจบริการโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ของผู้ประกอบการสัญชาติอาเซียน น่าจะยังคงอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากบริบทของกฎหมายในไทยที่ยังคงมีข้อจำกัดดังกล่าวข้างต้น อย่างไรก็ดี ท้ายที่สุด ประเทศไทยรวมถึงประเทศต่างๆในอาเซียนก็ย่อมต้องดำเนินการผ่อนคลายกฎระเบียบการลงทุนต่างๆในอนาคตเพื่อการเปิดเสรีมากยิ่งขึ้น ฉะนั้น ผู้ประกอบการชาวไทยควรเร่งพัฒนาและจัดหาบุคลากรที่มีทักษะและความชำนาญ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในธุรกิจบริการโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ เพื่อรองรับการแข่งขันที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นในอนาคต

สถิติและรายงานที่น่าสนใจ

ITU StatShot - December 2012 - The World of ICTs

สถิติ ICTs ทั่วโลกปี 2012 source:www.itu.int

จากการสำรวจของ We Are Social จากประเทศสิงคโปร์ รายงานว่า ทวีปเอเชีย มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตมากถึง 45 % ของประชากรโลก คาดว่าจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในทวีปเอเชียมีมากถึง 1,030 ล้านรายในปลายปี 2012 นี้ ซึ่งเติบโตขึ้นจากเดิม 909 ล้านรายเมื่อช่วงปลายปี 2011

flickr:8671688013

ตัวเลขที่น่าสนใจในสไลด์ล่างนี้พบว่า เกาหลีใต้มีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วยความเร็วเฉลี่ย 15.7 Mbps ตามมาด้วยญี่ปุ่น และฮ่องกง อยู่ที่ 10.9 Mbps และ 9.3 Mbps ตามลำดับ ส่วนไทย ส่วนใหญ่ใช้เน็ตด้วยความเร็วเฉลี่ย 3.3 Mbps

flickr:8671688043

ประชากรที่ใช้อินเตอร์เน็ตมากที่สุด คือประเทศจีน โดยมีผู้ใช้มากถึง 538 ล้านราย นำทิ้งห่างจากที่ 2 คืออินเดีย ถึง 417 ล้านราย

flickr:8671688059

We Are Social ได้คาดการตัวเลขผู้ใช้ Facebook ในเอเชียที่ 229 ล้านราย แต่จากข้อมูลใน Socialbakers พบว่ามีตัวเลขผู้ใช้ facebook ในเอเชีย มากถึง 242 ล้านราย ทางด้านผลสำรวจจำนวนเบอร์โทรศัพท์มือถือในเอเชีย ตอนนี้มีมากถึง 3.1 พันล้านเบอร์ แต่มีการใช้จริงอย่างต่อเนื่อง 844 ล้านเบอร์ ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในเอเชีย 794 ล้านเบอร์นี้ มีการใช้งานในด้าน Mobile Internet ด้วย

flickr:8671688075

รายละเอียดข้อมูลทั้งหมดสามารถอ่านได้ที่สไลด์ด้านล่าง

Global Information Technology Report 2013

สามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมและ download report ได้ตาม linkThe Global Information Technology Report 2013

ที่มา:
- http://www.itu.int
- http://www.weforum.org/issues/global-information-technology
- http://wearesocial.sg/blog/2012/10/social-digital-mobile-asia/
- http://www.it24hrs.com
- http://oweera.blogspot.com/2012/03/aec-telecom-computer.html

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License