Twitter
flickr:8721702899

Twitter (มาจากรากศัพท์คำว่า Tweet ที่แปลว่า เสียงนกร้อง) หมายถึง Unified Message ชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็น Microblogging ที่ให้บริการเพื่อการติดต่อสื่อสารระหว่าง เพื่อน ครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน สามารถเชื่อมต่อเป็นเครือข่าย และแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว แบบ Real Time เพื่อเป็นคำตอบสำหรับคำถามที่ว่า "คุณกำลังทำอะไรอยู่" โดยผู้ใช้สามารถส่งข้อความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร เพื่อสื่อสารกับเพื่อนในเครือข่าย พร้อมทั้งเป็นการบันทึก ณ ช่วงเวลานั้น ว่าคุณทำอะไรอยู่ ลงไปในเว็บไซต์ของ Twitter.com เช่น "กำลังจะกินข้าว" "กำลังจะออกจากบ้าน" เป็นต้น และเมื่อคุณส่งประโยคสั้นๆ ไปเรื่อยๆ ในช่วงเวลาที่คุณมีเวลา และสามารถทำได้ เมื่อกลับมาอ่านมัน ข้อความทั้งหมด มันจะก็จะสามารถประติดประต่อ บอกเรื่องราวว่าคุณทำอะไรไปบ้างช่วงวันหนึ่งๆ ซึ่งจะสะดวกกว่าการจดลงในสมุด หรือการเขียนบล๊อก

โดย Twitter สามารถให้คุณติดตาม (Follow) คนอื่นๆ ที่เค้าเขียนข้อความลงไปใน Twitter ของเค้าได้ ว่าเค้าคนนั้นกำลังทำอะไรอยู่ โดยเมื่อคุณ ติดตาม (Follow) เค้าแล้ว เมื่อคนนั้นเค้าทำอะไรและพิมพ์อะไรลงไปใน Twitter คุณก็ได้รับข้อความเหล่านั้นด้วยไปพร้อมๆ กัน และก็สามารถติดตามได้ทีละหลายๆ คน ซึ่งก็จะทำให้คุณทราบว่าเค้าเหล่านั้นกำลังทำอะไรอยู่ในขณะนั้นทันที

Twitter ก่อตั้งขึ้นโดยบริษัท Obvious Corp ที่เมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา พัฒนาขึ้นโดย Evan Williams และผู้ร่วมก่อตั้งอีกหนึ่งคนคือ Meg Hourihan Evan Williams คือคนเดียวกับที่สร้างบริการบล็อก (Blogger.com) ที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในโลก

ปี 1999 Blogger.com อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัทเล็กๆ ที่ชื่อว่า Pyra Labs

ปี 2002 ทาง Google ก็เข้ามาขอซื้อกิจการ เพื่อไปเติมเต็มบริการ อีกทั้งขยายกลุ่มผู้ใช้ให้ได้มากขึ้น

ปี 2004 Williams ถอนตัวออกจาก Google มาร่วมงานกับ Odeo และ Williams ได้ออกมาร่วมงาน กับ Obvious Cor

ปี 2006 เมื่อเดือน มีนาคม ค.ศ. 2006 มี Twitter เป็น Product หลักของบริษัท เป้าหมายของ Obvious Corp คือ สร้างสรรค์สิ่งที่น่าสนใจและมีความสำคัญต่อโลก

ปี 2009 Twitter ได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างมาก จนนิตยสาร “ไทม์” ฉบับวันที่ 15 มิ.ย. 2009 ได้นำเอา Twitter ขึ้นปก เป็นเรื่องเด่นประจำฉบับ และบทบรรณาธิการกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงการนำเสนอข่าว ที่มาจากเทคโนโลยีใหม่อย่าง Twitter “บริการของ Twitter นั้น ถึงจะเป็นแค่บริการเล็กๆ แต่ตอนนี้ บริการเล็กๆ ที่ว่านี้ ประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม มีผู้ใช้งานหลายล้านคนทั่วโลก ทั้งหมดทั้งมวลนี้ สานต่อจากการเป็น Blogger แค่คนๆหนึ่งจริงๆ”

Twitter Application

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2556 Twitter ได้เปิดตัว application ใหม่สองอย่างคือ App Installs และ Deep-Linking ซึ่งทำงานผ่านระบบ Twitter Card

ฟีเจอร์แรก "App Installs" คือการเพิ่มลิงก์สำหรับดาวน์โหลดแอพนั้นๆ ไว้ตรงท้ายทวีตที่โพสต์ผ่านแอพต่างๆ ตัวอย่างที่ Twitter เอามาโชว์คือการโพสต์รูปผ่านแอพ Path แล้วจะมีลิงก์สำหรับตรงไปดาวน์โหลดแอพจากทวีตเลย

flickr:8721702893

ส่วนอีกฟีเจอร์หนึ่ง "Deep-Linking" จะทำงานเมื่อผู้ใช้ได้ทำการส่งแอพนั้นไปแล้ว จากลิงก์ที่พาเราไปดาวน์โหลดแอพ ก็เปลี่ยนเป็นการพาเราไปดูคอนเทนต์ที่แอพนั้นโดยตรงแทน

flickr:8722823314

จากสองฟีเจอร์ที่ปล่อยมาใน Twitter Card นี้ ทิศทางต่อไปของ Twitter น่าจะเป็นการทำตัวเป็นแพลตฟอร์มที่มีปฏิสัมพันธ์กับแอพอื่นๆ มากขึ้น และเป็นการชนกับ Facebook ที่ทำฟีเจอร์พวกนี้มาก่อนอีกด้วย (Open Graph นั่นเอง)

**ประโยชน์ Twitter

สำหรับบุคคลธรรมดา (Individual)**

1. ได้รับความรู้ใหม่ๆ และประสบการณ์ที่แปลกใหม่เพิ่มขึ้น จากบุคคลที่เรา Following เช่นถ้าบุคคลที่เราตามมีการอับเดทข้อความที่เป็นสาระความรู้ และหากมีลิ้งค์ไปยังแหล่งข้อมูลนั้น ก็สามารถคลิกเข้าไปดูแหล่งข้อมูลความรู้นั้นได้เลย
2. ได้พบเพื่อนใหม่ และไม่ขาดการติดต่อกับเพื่อนเก่า เนื่องจากสามารถ Search สิ่งที่ชอบและจะได้พบกับเพื่อนที่ชอบในสิ่งเดียวกัน
3. ติดตามข่าวสารที่เป็นเฉพาะเรื่อง เพราะเป็นรายงานสดจาก User ของ Twitter คนอื่นๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์หรือสถานที่เกิดเหตุ
4. ขอความช่วยเหลือ หรือขอความคิดเห็นโดย Evan Williams กล่าวไว้ว่า “ปัญหาที่คุณเคยใช้เวลาคิด 5 นาที อาจได้คำตอบออกมาภายใน 10 วินาที”

สำหรับธุรกิจ (Business)
1. เป็นเครื่องมือทางการตลาด โดยสามารถใช้ในการสื่อสาร กับกลุ่มเป้าหมายของสินค้าหรือบริการได้ดี เพราะสามารถสื่อสารได้แบบทันที (Real time) และยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความสัมพันธ์ (Relation) กับกลุ่มเป้าหมายได้ดีอีกด้วย
2. สร้างการรับรู้ของ Brand โดยการสื่อสารผ่าน Twitter ไปยังกลุ่มเป้าหมายบ่อยๆ จะทำให้การรับรู้ของ Brand ดีขึ้น และจะรู้สึกคุ้นเคยกับ Brand ดีขึ้นเช่นกัน ทำให้สามารถสร้างความต่อเนื่องของ Brand ได้
3. เป็นช่องทางกระจายข้อมูลข่าวสารช่องทางใหม่ ซึ่งตอนนี้มีหลายๆ เว็บไซต์ เริ่มมีการนำ Twitter มาเป็นช่องทางหนึ่งในการ ส่งข้อมูลล่าสุดที่ทางเว็บไซต์มี เช่น สำนักข่าวต่างประเทศหลายๆ แห่งเช่น BBC (http://twitter.com/bbctech), CNN, BusinessWeek, ESPN, CNET (http://twitter.com/cnetnews) ก็เริ่มนำ Twitter มาใช้ในการส่งข่าวให้กับผู้ที่สนใจมากยิ่งขึ้น
4. แจ้งข้อมูลสินค้าใหม่ๆ ให้กับผู้ที่สนใจ สามารถติดตาม จากเว็บไซต์ได้ทันทีผ่าน Twitter และส่งโปรโมชั่นสินค้าใหม่ๆ ผ่าน Twitter
5. เครื่องมือในการศึกษาข้อมูล และวิเคราะห์ว่า ตอนนี้ Brand หรือสินค้า-บริการของเรา มีใครพูดถึงบ้างใน Twitter และเค้าพูดถึงในมุมไหน? และยังสามารถใช้ศึกษาพฤติกรรมของลุกค้า หรือกลุ่มเป้าหมายของเราได้ดีอีกด้วย โดยมีเครื่องมือหลายอย่าง ที่สามารถจะนำมาใช้ Monitor และติดตามความเคลื่อนไหวหรือพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายได้

Twitter มีรายได้มาจากไหน?
1. รายได้จากการโฆษณาในหน้า Search โดยมีข้อความที่เรียกว่า “Promoted Tweet” ขึ้นเป็นอันแรก ในปี 2010 บริษัทมีรายได้จากโฆษณา 45 ล้านเหรียญ (ตัวเลขจากการประเมินของบุคคลภายนอก) ในขณะที่ Facebook มีรายได้จากการโฆษณา 1.86 พันล้านเหรียญ
2. รายได้จากส่วนแบ่งยอดขาย จากการเปิดช่องทางในการเสนอขายสินค้าที่มีเงื่อนไขพิเศษในระยะเวลาจำกัด ให้กับผู้ที่ติดตาม (following) โดยจะมาพร้อมกับลิงค์ เพื่อเข้าถึงรายละเอียดของสินค้า และบริการนั้นๆ และประการบัญชีผู้ใช้ Twitter ชื่อว่า @earlybird
3. รายได้จากโฆษณาบนมือถือ เนื่องจากต้นกำเนิดของ Twitter มาจากข้อความบนมือถือ (140 ตัวอักษร) มาตั้งแต่แรก ดังนั้นจึงปรับตัวให้เข้ากับการใช้งานบนมือถือได้ง่ายกว่า Facebook เพราะ Facebook ออกแบบมาสำหรับเว็บ และกำลังประสบปัญหาปรับตัวให้เข้ากับการใช้งานบนมือถือลำบาก

Twitter VS Facebook

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา จะเห็นว่าคนส่วนใหญ่ จะนิยมใช้ Facebook มากกว่า Twitter โดยตัวเลขปัจจุบัน มีคนไทยใช้ Facebook ประมาณ 2,597,440 คน (อ้างอิงจาก Facebook.com) และคนไทยใช้ Twitter ประมาณ 90,096 คน (อ้างอิงจาก www.lab.in.th/thaitrend ณ. วันที่ 9 เมษายน 2510)

Twitter.com คือ "บริการส่งข้อความ 140 ตัวอักษร (Message Communication)" ในรูปแบบกระจายออกไป (Broadcast) ทำให้หลายๆ คนสามารถเห็นข้อความ (one to many) โดยเป็นการกระจายข้อความผ่านไปยังเพื่อนๆ และคนรู้จัก รวมถึงคนที่เค้าสนใจคุณ (Follower) โดยในการส่งข้อความออกไปหลายๆ คนมักส่งข้อความเกี่ยวกับ "เรากำลังทำอะไรอยู่ รวมถึงความรู้และสิ่งต่างๆมากมายที่เกี่ยวกับตัวเราขณะนั้นออกไป" และในการส่งข้อความออกไป เราสามารถส่ง ภาพ วีดีโอ ตำแหน่งของคุณ (Location) รวมถึง อ้างอิง พูดถึง และบอกต่อข้อความของคนอื่นๆ ออกไปได้ ซึ่งความสนุกของมันอยู่ ตรงที่คุณได้รับรู้ว่าของเพื่อนๆ คนรู้จัก คนดังที่คนชื่นชอบว่าเค้าทำอะไร คิดอะไรอยู่ได้ทันที ที่คนเหล่านั้นพิมพ์ หรือเราเรียกว่า ทวีต (Tweet)

Facebook.com คือ เว็บที่สามารถเชื่อมโยงติดต่อสื่อสารผ่าน เพื่อนๆ และคนที่คุณรู้จักได้ง่ายๆ โดยมีบริการหลายๆ อย่างอยู่ในตัวมันเอง เช่น การส่งข้อความ (เหมือน Twitter) การแลกเปลี่ยนแบ่งปัน (Share) ข้อมูลต่าง ๆ ได้แก่ รูปภาพ วีดีโอ หรือสามารถสร้าง กลุ่ม (Group) ของตัวเองขึ้นมา และ หาแฟนๆ (Fan) ที่ชื่นชอบอะไรคล้ายๆ กันทั้งหมดนี้และนอกจากนี้ Facebook ได้เปลี่ยนตัวเองจากเว็บธรรมดา เข้าสู่การเป็นเว็บแพลทฟอร์ม (Web Platform) ที่เปิดโอกาสให้นักพัฒนาทั่วโลกสามารถพัฒนาบริการต่างๆ มาใส่ไว้ใน

ความจริงแล้ว Twitter ก็มีอะไรที่เหมือนกับ Facebook คือในการส่งข้อความเหมือนกัน แต่ Facebook จะเป็นระบบปิดมากกว่า คือปิดไม่ให้คนทั่วไปได้อ่าน จะอ่านได้ก็ต้องรับแอดก่อน และสามารถส่งข้อความได้ยาวตามความต้องการ แต่ Twitter จะเป็นระบบเปิด คือทุกคนสามารถเข้ามาอ่านได้ และสามารถติดตามคนหรือข่าวสารนั้นๆ โดยการกด Follow แต่ส่งข้อความได้ยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร ซึ่งการที่จะส่งข้อความใน Twitter ต้องมีการกลั่นกรองก่อนว่าจะส่งอะไรไปเพื่อให้อ่านแล้วเกิดความเข้าใจได้ทันที

Reference:

http://www.lomtoe.com/twitter/history_twitter.php
http://www.blognone.com/node/42821
http://www.thaiseoboard.com/index.php?topic=170274.0
http://technology.thaiza.com/Twitter

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License