We Google You

We Google You

flickr:8897352727

Hathaway Jones เป็นบริษัทผู้จัดจำหน่ายเครื่องแต่งกายในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยบริษัทมีแผนที่จะขยายธุรกิจไปยังประเทศจีน เนื่องจากในประเทศจีนตลาดมีการขยายตัวสูงถึง 70% ต่อปี โดยวางแผนจะเปิดร้านใหม่ ใน 3 หัวเมืองใหญ่ ได้แก่ ปักกิ่ง, กวางเจา และเซี่ยงไฮ้

Fred Western เป็น CEO ของบริษัท Hathaway Jones กำลังต้องการหาผู้จัดการร้านคนใหม่ไปประจำและดูแลร้านที่กำลังจะเปิดใหม่ในประเทศจีน ซึ่งคุณสมบัติที่ต้องการคือสามารถพูดได้ทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษ และต้องเป็นคนที่มีความเข้าใจวัฒนธรรมของจีน และสามารถเข้าถึงความต้องการของตลาดในประเทศจีน Fred ได้ทำการคัดเลือกผู้จัดการร้านคนใหม่และหนึ่งในผู้สมัครคือ Mimi เป็นลูกสาวของ John Brewster ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าของ Fred

flickr:8897972388

ผู้สมัครงาน Mimi Brewster อายุราว 30 ปี เป็นลูกสาวของ John Brewster ซึ่งเป็นเพื่อนในสมัยเรียนของ Fred เป็นคนมีความมั่นใจในตัวเอง เธอเติบโตในประเทศจีนและสามารถพูดภาษาจีนกลางและภาษาจีนท้องถิ่น เรียนจบจากมหาวิทยาลัยที่ Berkeley ในสาขาประวัติศาสตร์จีนสมัยใหม่ด้วยเกียรตินิยมอันดับสอง จากนั้นได้ศึกษาต่อในสาขา MBA ที่ Stanford หลังจบการศึกษา เธอได้เข้าทำงานที่ West Coast regional office of Eleanor Gaston ซึ่งเป็นบริษัทที่ขายเสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องประดับชั้นนำที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา ใน 4 ปีที่เธอทำงานอยู่นี้ เธอได้แสดงความสามารถในการจับรสนิยมทางแฟชั่นของหนุ่มสาวในตลาดออนไลน์ และหลังจากที่เธอสามารถสร้างแบรนด์ใหม่ได้ 2 แบรนด์แล้ว เธอก็เริ่มมองหาประสบการณ์ทางด้านการบริหารโดยเฉพาะในตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วอย่างประเทศจีน

จากการสัมภาษณ์ Mimi ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถและความเฉลียวฉลาดของเธอ เธอมีความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคชาวจีนเป็นอย่างดี มีมุมมองที่น่าสนใจ ซึ่งทำให้ Fred มีความประทับใจต่อ Mimi เป็นอย่างมาก

flickr:8897972408

Virginia Flanders เป็น Vice president ของแผนกบุคคล ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลของ Mimi เพิ่มเติมโดยการค้นหาใน Google ซึ่งจากการค้นหานี้ในหน้าที่ 9 พบว่า Mimi ได้เคยเป็นผู้นำการประท้วงเพื่อต่อต้านองค์กรการค้าโลก และพบข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่มีรูปของ Mimi ประท้วงอยู่หน้าสถานทูตจีนในซานฟรานซิสโกเพื่อต่อต้านการปฏิบัติของประเทศจีนที่มีต่อสื่อมวลชน เมื่อ Virginia ได้ทราบถึงข้อมูลเหล่านี้ เธอจึงได้แจ้งให้ Fred ทราบ ซึ่ง Fred อยากจะเรียก Mimi เข้ามาเพื่อให้ Mimi ได้มีโอกาสชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ Virginia เป็นห่วงในเรื่องที่บริษัททำการค้นหาประวัติของ Mimi จาก Google ซึ่งอาจจะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของ Mimi หากบริษัทจะนำเรื่องราวที่ค้นพบผ่านช่องทางทางอินเตอร์เน็ทมาเป็นเหตุผลในการปฏิเสธ

จากบทความมีคำถามเกิดขึ้นว่า เฟรดควรจะจ้าง Mimi หรือไม่จากประวัติของเธอบนกูเกิ้ล
4 Comment จากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา

flickr:8897972504

1. John G.Palfrey, Jr. เป็นนักกฎหมาย มีความเห็นว่า Fred ควรใช้สัญชาตญาณของตัวเองในการตัดสินใจ โดยพิจารณาจากคุณสมบัติที่เหมาะสม และเห็นว่าคนที่ไม่มีข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตอาจจะเป็นคนที่ไม่มีความน่าสนใจเลย และข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตนั้นสามารถทำปลอมแปลงหรือบิดเบือนได้ การกระจายข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่สามารถหยุดได้ จึงเป็นหน้าที่ของผู้ใช้ที่จะต้องใช้วิจารณญาณในการพิจารณาถึงความถูกต้องของข้อมูล

flickr:8897971970

2. Jeffrey A.Joerres (Chairman and CEO of Manpower) มีความเห็นว่า การที่บริษัทจะเข้าไปทำการตลาดในประเทศจีนให้ประสบผลสำเร็จนั้น สิ่งสำคัญที่สุดก็คือจะต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับภาครัฐของประเทศจีน ดังนั้นข่าวของ Mimi ที่เคยต่อต้านรัฐบาลของประเทศจีน อาจก่อให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์กับภาครัฐซึ่งจะส่งผลเสียต่อบริษัทอย่างแน่นอน และการเข้าถึงข้อมูลนี้ก็สามารถทำได้อย่างที่ Jeffrey แนะนำว่า Mimi ควรที่จะตรวจสอบข้อมูลของตัวเองบนอินเตอร์เน็ตก่อนที่จะเข้าสัมภาษณ์ และควรแจ้งข้อมูลเหล่านี้ให้กับบริษัททราบพร้อมกับอธิบายถึงเรื่องราวความเป็นมา จะดีกว่าการที่ให้บริษัททราบข้อมูลจากกการค้นหาด้วยตัวเอง

flickr:8897972198


3. Danah m. Boyd (Adviser to major media corporation) มีความเห็นว่า ในปัจจุบันการค้นพบข้อมูลของบุคคล บนอินเตอร์เน็ตนั้นเป็นเรื่องปกติ เพราะพฤติกรรมของวัยรุ่นโดยทั่วไปก็ชอบแสดงออกถึงความมีตัวตนโดยการโพสข้อความหรือรูปภาพบนอินเตอร์เน็ต เนื่องจาก Mimi มีคุณสมบัติที่เหมะสมกับตำแหน่งและข้อมูลที่อยู่บนอินเตอร์เน็ตเหล่านั้นก็เป็นอดีต เป็นเรื่องราวที่ผ่านมาหลายปีแล้วและในปัจจุบันมุมมองของ Mimi ก็ได้เปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว ดังนั้น Fred ควรเปิดใจที่จะรับ Mimi เข้าทำงาน และ Mimi ก็สามารถแก้ไขโดยการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีบนอินเตอร์เน็ตเพื่อที่จะแทนที่ข้อมูลที่มีอยู่เดิมในอดีต

flickr:8897971890

4. Michael Fertik (CEO of Reputation Defender) มีความเห็นว่า ข้อมูลที่พบบนอินเตอร์เน็ตของ Mimi มีผลต่อการทำธุรกิจกับประเทศจีนเป็นอย่างมาก เพราะหากมีใครพบข้อมูลนี้ก็จะสร้างกระแสการวิพากษ์วิจารณ์และอาจเกิดผลกระทบต่อความมั่นคงต่อธุรกิจได้ ซึ่งการที่จะขอลบข้อมูลจากผู้นำเสนอข่าวนั้นน่าจะทำได้ยาก Mimi เองน่าจะไม่มีอำนาจมากพอที่จะขอให้ลบข้อมูลของเธอออก ดังนั้น Mimi ควรเผชิญหน้ากับปัญหาอย่างตรงไปตรงมา โดยการแจ้งข้อมูลเหล่านี้ให้ Fred ทราบเมื่อเธอได้พบกับเขาครั้งแรก และควรทำการประชาสัมพันธ์ตัวเอง เพื่อให้สังคมได้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงทางความคิดของ Mimi ผ่านทางโลกอินเตอร์เน็ต

จากการค้นคว้าข้อเสนอแนะต่างๆ และความเห็นของทางกลุ่ม มีความเห็นเป็น 2 แบบ ดังนี้

1.เห็นควรรับเข้าทำงาน
• เพราะว่า Mimi มีคุณสมบัติที่ดีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นพื้นฐานทางการศึกษาและประสบการณ์ทำงาน การติดต่อสื่อสารที่ดี และมีความคิดสร้างสรรค์ โดยอาจให้Mimiทำงานตำแหน่งอื่นแทนตำแหน่งในประเทศจีน หรือมีการทดลองงานก่อน
• สิ่งที่เกิดขึ้นบนสื่อออนไลน์อาจเป็นเรื่องไม่จริงเสมอไป อีกอย่างเรื่องที่เกิดขึ้นผ่านมานานแล้ว ปัจจุบันMimi อาจจะเปลี่ยนความคิดมุมมองของเธอแล้วก็ได้
2.เห็นควร ไม่รับเข้าทำงาน
• เพราะในประเทศจีนมีปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ และถือว่าเรื่องทางการเมืองเป็นเรื่องอ่อนไหว ประชาชนชาวจีนส่วนใหญ่ค่อนข้างเห็นด้วยกับรัฐบาลจีน การที่ Mimi เคยทำการประท้วงมาก่อน อาจทำให้ประชาชนชาวจีนที่สามารถเข้าถึงข้อมูลในอินเตอร์เนตไม่พอใจ และไม่ซื้อสินค้าบริษัทได้
•มีความเสี่ยงที่ คู่แข่งจะหยิบยกประเด็นนี้มาโจมตีบริษัทได้


ในส่วนของ Mimi
Mimi ควรแสดงถึงความตั้งใจจริงและความพร้อมในการทำงานต่อบริษัท Hathaway Jones โดยแจ้งเรื่องนี้ก่อนมามาสัมภาษณ์งานที่บริษัท รวมถึงมีการชี้แจงและขอโทษสำหรับเหตุการณ์ที่ผ่านมา รวมถึงแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลง ถึงจุดยืนที่ชัดเจนของตัวเองว่าจะไม่ทำพฤติกรรมเช่นนั้นอีก
หากเป็นการเข้าใจผิด Mimi ควรรีบชี้แจงให้เข้าใจว่าไม่ได้เป็นผู้มีส่วนร่วมหรือปฏิบัติเช่นนั้น ข่าวที่ปรากฏออกมาเกิดจากความเข้าใจผิดของนักข่าว พร้อมหาหลักฐานในการยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนร่วม และอยู่ในกลุ่มชุมนุมประท้วง รวมถึงชี้แจงสถานะของตนเองว่าไม่ได้มีการต่อต้านประเทศจีนแต่อย่างใด ทั้งนี้บริษัทอาจร่วมช่วยแก้ปัญหาโดยการ สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับ Mimi

จากบทความนี้สรุปเป็นประเด็นสำคัญได้ดังนี้

Searching the Internet for information about job candidates is legal and Right of Privacy

ตามกฎหมาย การจัดเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลอันได้แก่ ประวัติการศึกษา ฐานะทางการเงิน ประวัติสุขภาพ ประวัติการทำงาน หรือแม้กระทั่งประวัติอาชญากรรม ตลอดจน หมายเลขโทรศัพท์ รหัสประจำตัวประชาชน หรือ ลายพิมพ์นิ้วมือ แผ่นบันทึกลักษณะเสียง รูปถ่าย โดยที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไม่ได้ให้ความยินยอมย่อมถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อีกเรื่องหนึ่งคือ เรื่องการเคารพสิทธิส่วนบุคคลก็สำคัญ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น ตราบใดที่ไม่เป็นการทำความเดือดร้อนเสียหายแก่บุคคลอื่น

Some information spread over the Internet might be false, so if a search reveals something controversial, it is a good idea to ask the candidate if it is true.

ข้อมูลที่อยู่บนอินเตอร์เนตอาจไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมด การสอบถามผู้สมัครก่อนเพื่อทราบเหตุผลและแนวคิดของเขาเพิ่มเติมว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ อย่างไร

Hiring standards need to adapt to the reality that people are not perfect.

การรับสมัครพนักงานก็ต้องปรับเปลี่ยนอย่างเหมาะสมและระลึกไว้ว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบ 100%

In time, many young people will learn that it is not a good idea to post naked pictures of themselves online.

ในขณะเดียวกัน เราเองก็ควรจะระมัดระวังที่จะไม่โพสต์รูปที่ไม่เหมาะสมหรือข้อความสุ่มเสี่ยงลงบนโลกออนไลน์เช่นกัน

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License